ข้อมูลโดยสรุปจากเครือข่าย ชุมชนเมือง

เครือข่ายสลัม ๔ ภาค เป็นขบวนการประชาชนขบวนหนึ่งที่มีการเคลื่อนไหวทางสังคม มีสมาชิกที่เป็นเครือข่ายองค์กรชุมชนกระจายอยู่ทั้ง ๔ ภาคทั่วประเทศ ที่ล้วนแล้วแต่เป็นประชาชนชายขอบ ที่เข้าไม่ถึงทรัพยากรทั้งสิ้น ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร และภาคต่างๆได้แก่ ศูนย์รวมพัฒนาชุมชน ๓๔ ชุมชน เครือข่ายเพื่อการพัฒนา ๑๐ ชุมชน

กลุ่มพัฒนาชุมชนใต้สะพาน ๔๒ สะพาน หรือ ๓ โซน (หลังจากได้รับแก้ไขปัญหาเรื่องที่ อยู่อาศัย) เครือข่ายริมทางรถไฟสายใต้ตะวันตก ๑๒ ชุมชน เครือข่ายสลัมพระราม ๓ ๑๐ ชุมชน เครือข่ายวัฒนาสามัคคี ๓ ชุมชน เครือข่ายชุมชนเขตประเวศ ๖ ชุมชน กลุ่มคนไร้บ้าน ภาคเหนือ เครือข่ายองค์กรชุมชนเมืองเชียงใหม่ ๑๐ ชุมชน ภาคอีสาน

เครือข่ายชุมชนแออัด จ.อุบลราชธานี ๑๖ ชุมชน เครือข่ายฟื้นฟูประชาสร้างสรรค์ ๙ ชุมชน ภาคใต้ เครือข่ายสลัมภาคใต้ ๔ ชุมชน เครือข่ายสลัมโกลก ๕ ชุมชน ปริมณฑล ชุมชนบ่อบัว จ.ฉะเชิงเทรา ๑ ชุมชน

สถานการณ์การเคลื่อนไหวเครือข่ายสลัม ๔ ภาคที่สำคัญใน ปี ๒๕๔๕ มีดังนี้

๑. การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยเชิงนโยบายในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๔๕ : ผลักดันนโยบายการใช้ที่ดินรัฐ เพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของคนจน ย้อนหลังกลับไปเมื่อปลายปี ๒๕๔๑ มีกระแสข่าวว่า กระทรวงคมนาคม มีนโยบายจะให้การรถไฟแห่งประเทศไทย นำที่ดินออกให้เอกชนเช่า เพื่อลดปัญหาการขาดทุนโดยเฉพาะที่ดินในเมืองซึ่งชุมชนส่วนใหญ่ตั้งอยู่ จะให้เอกชนเช่าเพื่อลดปัญหาการขาดทุนโดยเฉพาะที่ดินในเมืองซึ่งชุมชนส่วนใหญ่ตั้งอยู่ จะให้เอกชนเช่าเชิงธุรกิจ ส่วนการเช่นเพื่ออยู่อาศัยต้องย้ายไปอยู่ชานเมือง นอกจากนี้ยังมีหนังสือในยังกรุงเทพมหานคร และเทศบาลต่าง ๆ ให้ระงับการออกทะเบียนบ้านในแก่ชุมชนที่อยู่ในที่ดินการรถไฟแห่งประเทศไทย

ขบวนการชุมชนในที่ดินการรถไฟแห่งประเทศไทย เริ่มจากการจัดประชุมชุมชนในที่ดินการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนถึงอนาคตชุมชน ระหว่าง การอยู่ในที่ดินของการรถไฟฯ โดยไม่มีสัญญาเช่าไม่มีหลักประกันมั่นคง และไม่ได้รับบริการน้ำประปาและไฟฟ้า กับการร่วมผลักดันขอเช่าที่ดินกับการรถไฟฯ ๓๐ ปี เพื่อความมั่นคงในที่อยู่อาศัย มีสิทธิได้รับบริการสาธารณูปโภคเช่นเดียวกับสถานบันเทิง และห้างสรรพสินค้าชื่อดังที่ได้เช่าที่ดินจากกการรถไฟฯ จึงมีมติเห็นพ้องที่จะผลักดันขอเช่าที่ดินของการรถไฟฯ ๓๐ ปี

การเจรจานัดแรกระหว่างเครือข่ายสลัม ๔ ภาค กับนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ที่กำกับดูแลการรถไฟ มีขึ้นในเดือนมีนาคม ๒๕๔๒ ไม่สามารถได้ข้อสรุป แต่จะมีกระบวนการเริ่มต้นที่การสำรวจปริมาณ และที่ตั้งชุมชนได้ข้อสรุปว่า มีผู้ครอบครองทั้งประเภทอยู่อาศัยและเพิงขายของรวม ๑๗,๓๕๓ ราย ใน ๒๙ จังหวัดในส่วนที่เป็นชุมชน และเข้าร่วมกับเครือข่ายสลัม ๔ ภาคมี ๖๑ ชุมชน ๑๓ จังหวัด แต่ข้อมูลจากการสำรวจไม่ถูกนำมาใช้เพื่อตัดสินใจเชิงนโยบาย จึงมีการชุมนุมใหญ่ ในเดือนมิถุนายน ๒๕๔๓ เพื่อเจรจากันนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรงวงคมนาคมในขณะนั้นได้ผลเป็นที่น่าพอใจ แต่ผลการเจรจานี้ไม่ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการรถไฟ จึงต้องเจรจาร่วมกัน รมช. ประดิษฐ์ อีกครั้ง ถือเป็นการชุมนุมใหญ่ครั้งที่ ๒ ในวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๔๓ และมีมติเห็นชอบแนวทางการแก้ไขปัญหาชุมชนแออัดในที่ดินการรถไฟฯ

๑. กรณีราษฎรที่อาศัยในพื้นที่การรถไฟฯ เดิมบริเวณที่ท้องช้าง (ส่วนที่ห่างรางรถไฟเกิน ๔๐ ม.) และที่ดินที่การรถไฟเล็กใช้ในกิจการเดินรถ และยังไม่อยู่ในแผน แม่บทที่จะใช้ประโยชน์ให้ราษฎรได้ทำสัญญาเช่าที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย ระยะเวลา ๓๐ ปี โดยให้การรถไฟแห่งประเทศไทย และชาวชุมชนร่วมกับจัดผังการใช้ประโยชน์ที่ดินก่อนจะมีการทำสัญญาเช่า
๒. กรณีราษฎรที่อาศัยในพื้นที่ริมทางรถไฟในรัศมี ๔๐ ม. จากศูนย์กลางรถไฟให้ราษฎรทำสัญญาเช่า เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยเป็นระยะเวลาครั้งละ ๓ ปี เมื่อครบอายุสัญญาให้ต่อสัญญาเช่าได้อีกครั้งละ ๓ ปี จนกว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยจะมีโครงการใช้พื้นที่เพื่อประโยชน์ในการเดินรถ ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี หรือมีแผนงานที่ชัดเจนแล้วจึงไม่ต่อสัญญา และการรถไฟจะหาที่รองรับที่อยู่ห่างจากเดิมภายในรัศมีไม่เกิน ๕ กม.
๓. กรณีราษฎรที่อาศัยในเขตพื้นที่การรถไฟแห่งประเทศไทย จัดหาที่รองรับให้เช่าภายในรัศมี ๒๐ ม. ถ้าการรถไฟเห็นว่าไม่เหมาะใช้เป็นที่อาศัยในระยะยาวให้การรถไฟแห่งประเทศไทย จัดหาที่รองรับให้เช่าภายในรัศมี ๕ กม. จากที่อยู่อาศัยเดิมโดยมีคณะกรรมการร่วมดำเนินการจัดพื้นที่รองรับ
๔. ให้ตัวแทนเครือข่ายสลัม ๔ ภาค มีส่วนร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย ในการายกร่างสัญญาเช่าที่ดินและพิจารณากำหนดอัตราค่าเช่าที่เหมาะสม และเป็นธรรม

เมื่อครบวาระของรัฐบาลชวน หลีกภัย กระบวนการแก้ไขปัญหาหยุดชะงัก กระทั่งมีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ชุด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีนายวันมูหะหมัดนอร์ มะทา เป็นรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม และแต่งตั้งนายวีระ มุสิกพงศ์ เป็นประธานคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย เครือข่ายสลัม ๔ ภาค ได้ยื่นเรื่องเสนอเช่าที่ดินการรถไฟฯ รวม ๑๕ ชุมชน แต่มีเพียง ๔ ชุมชนเท่านั้น ที่ผ่านอนุมัติหลักการให้เช่าจากคณะกรรมการรถไฟฯ โดยมีชุมชนทับแก้ว ซึ่งต้องรื้อย้ายจากโครงการตัดถนน ของกรุงเทพมหานคร และผลักดันการรถไฟฯ ให้จัดที่ดินรองรับ ชาวชุมชน ๑๒๖ ครอบครัว ได้เช่าที่ดินย่านสถานีรถไฟคลองตัน พื้นที่ ๕ ไร่ ๘๘ ตารางวา ราคาตารางเมตรละ ๒๐ บาท ต่อปี โดยถือเป็นชุมชนแออัดแห่งแรกที่ได้ทำสัญญาเช่าที่ดินแบการรถไฟฯ เป็นระยะเวลา ๓๐ ปี หลังจากนั้นชุมชนก็ได้รื้อย้ายเข้าพื้นที่รองรับแห่งใหม่แล้ว เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๔๕ แต่การรถไฟก็มีการเปลี่ยนแปลงประธานคณะกรรมการรถไฟฯ จากนายวีระเป็นนายเทิดศักดิ์ เศรษฐมานพ รองปลัดกระทรวงคมนาคม วันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๔๕ เครือข่ายสลัม ๔ ภาค จึงชุมนุมเพื่อให้นายวันมูหะหมัดนอร์ มะทา มอบนโยบายให้ประธานคณะกรรมการรถไฟฯ คนใหม่สานต่อการแก้ไขปัญหาชุมชนที่ยังเหลืออยู่อีกหลายชุมชน แต่การแก้ไขปัญหาก็หยุดชะงัก เมื่อมีการเปลี่ยน รมต. เป็นนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งมีนโยบายที่จะสร้างกำไรฟื้นฟูกิจการรถไฟฯ และส่งเสริมการลงทุนของเอกชน การแก้ไขปัญหาที่หยุดชะงัก ล่าช้า จึงอยู่ที่กลไกการทำงานของรัฐบาล การปรับเปลี่ยน รมต. หรือคณะกรรมการการรถไฟ และนโยบายของรัฐบาลนั้น ๆ ด้วย

๒. การรณรงค์วันที่อยู่อาศัยโลก : ๑๑ ตุลาคม ๒๕๔๕
เครือข่ายสลัม ๔ ภาค ได้มีข้อเสนอต่อรัฐบาล ประกาศนโยบายแก้ไขปัญหาชุมชนแออัด ให้คนจนสามารถอยู่ร่วมกับเมืองได้ โดยมาตรการ ปฏิรูปที่ดินเมือง เพื่อที่อยู่อาศัยคนจน โดยมีข้อเสนอดังนี้

๑. กรณีชุมชนในที่ดินของรัฐ ให้มีมติคณะรัฐมนตรีให้หน่วยงานเจ้าของที่ดิน อนุญาตให้ชุมชนได้เช่าที่ดินเป็นที่อยู่อาศัยระยะยาว ๓๐ ปี หากชุมชนมีการปรับผังจัดระเบียบชุมชนให้พ้นจากความเป็นสลัม ซึ่งเป็นการพิจารณาการใช้ประโยชน์ที่ดินเชิงสังคม ไม่ใช่มุ่งแต่เพียงให้เอกชนเช่าเชิงธุรกิจ
๒. กรณีชุมชนในที่ดินเอกชน รัฐบาลต้องออกกฏหมายการเก็บภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้าเพื่อทำให้ที่ดินมีราคาถูกลง และแก้ปัญหานายทุนกักตุนที่ดินไว้เก็งกำไรที่ดินและปล่อยไว้รกร้าง
๓. รัฐบาลต้องทบทวนกฎหมายที่อนุญาตให้ต่างชาติเช่าที่ดินได้ ๙๙ ปี เพราะจะยิ่งทำให้ปัญหาที่อยู่อาศัยของคนจนรุนแรงยิ่งขึ้น ชุมชนจะยิ่งถูกขับไล่ เพื่อยกที่ดินให้คนต่างชาติ ในอนาคตนายข้ามชาติจะเป็นเจ้าของแผ่นดินไทย แต่คนไทยกลายเป็นคนเร่รอน ไร้ที่อยู่อาศัย

ผลจากการรณรงค์วันที่อยู่อาศัยสากล ที่สำนักงานสหประชาชาติประเทศไทย ในวันศุกร์ที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๔๕

รองนายกรัฐมนตรี นายจาตุรนต์ ฉายแสง สนใจกับแนวความคิดเรื่องการจัดตั้ง คณะกรรมการแก้ไขปัญหาชุมชนแออัดระดับชาติ และแนวทางการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยตามที่สลัม ๔ ภาคเสนอ หลังจากนั้นผู้แทนเครือข่ายสลัม ๔ ภาค ได้รับการติดต่อจากการเคหะแห่งชาติและสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนเชิญไปปรึกษาหารือเรื่องคณะกรรมการชาติ และแนวทางการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย ซึ่งผู้แทนสลัม ๔ ภาคได้ติดตามเรื่องจากหน่วยงานดังกล่าวได้ข้อสรุปว่า
๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายอนุรักษ์ จุรีมาศ ไม่ให้ความสนใจกับข้อเสนอของสลัม ๔ ภาค แต่มุ่งเน้นจะให้การเคหะแห่งชาติ จัดทำโครงการที่อยู่อาศัยคนจนในลักษณะเป็นแฟลตให้เช่าระยะยาว ๓๐ บาท/วัน เช่า ๓๐ ปี
๒ ผู้แทนเครือข่ายสลัม ๔ ภาคได้หารือแนวทางการดำเนินการต่อได้ข้อสรุปว่า
- จัดทำข้อมูลสรุปเรื่องชุมชนแออัดเพื่อส่งตัวแทนสลัม ๔ ภาค เข้าพบรองนายารัฐมนตรี
นายจาตุรนต์ ฉายแสง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ให้ได้รับรู้ข้อคิดเห็นจากชาวบ้าน
- จัดเวทีสัมมนาใหญ่โดยเครือข่ายสลัม ๔ ภาคเป็นเจ้าภาพ เชิญรองนายกจาตุรนต์ ฉายแสง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ นายอนุรักษ์ จุรีมาศ เข้าร่วมรับฟัง รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, การเคหะแห่งชาติ, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนเป็นต้น

รัชนก จินดาคำ
เครือข่ายสลัม ๔ ภาค