|
ข้อมูลโดยสรุปจากเครือข่าย
สื่อภาคประชาชน
สถานการณ์สื่อในรอบปี ๒๕๔๕ อาจกล่าวได้ว่าเป็นยุคมืดของข้อมูลข่าวสาร
เมื่อรัฐบาลสามารถ "คุม" สื่อกระแสหลักโดยเฉพาะสื่อโทรทัศน์ในระดับที่แทบจะเรียกได้ว่าเบ็ดเสร็จ
ไม่ว่าจะผ่านทางอำนาจการบริหารงานประเทศ ผ่านกลไกการตลาด (การซื้อ/ขายโฆษณา)
และการเป็นเจ้าของโดยตรง มีการคุกคามและแทรกแซงสื่อครั้งใหญ่ซึ่งอาจกล่าวได้ว่ารุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในรอบสิบปีที่ผ่านมา
ไม่ว่าจะเป็นตั้งศูนย์ทำความเข้าใจกับประชาชน (ศขป.), การถอนวีซ่านักข่าวนิตยสารฟาร์อีสเทิร์น
อีโคโนมิก รีวิว, การถอดรายการวิทยุของเครือเนชั่นออกจากผังรายการของสถานีวิทยุ
๙๐.๕ MHz อย่างกระทันหัน, การตั้งข้อหาอั้งยี่-ซ่องโจร และตรวจสอบธุรกรรมบรรณาธิการและผู้บริหารสื่อหลายแห่ง
อาทิ นสพ.แนวหน้า, นสพ.ไทยโพสต์, เครือเนชั่น ฯลฯ
ความพยายามในการคุกคามและแทรกแซงสื่อไม่จำกัดอยู่ในสื่อกระแสหลักเท่านั้น
แต่ยังขยายตัวต่อไปถึงสื่อภาคประชาชนอีกด้วย ดังจะเห็นได้จากกรณีการออกหมายค้นและยึดเครื่องส่ง
และการออกหมายจับผู้ประสานงานวิทยุชุมชนอ่างทอง ที่เกิดขึ้นระหว่างการเจรจาจัดทำหลักเกณฑ์ชั่วคราววิทยุชุมชน
ซึ่งมีมติของที่ประชุมว่าจะไม่มีการดำเนินการใดๆ ทางกฎหมาย จนกว่าการจัดทำหลักเกณฑ์ชั่วคราวจะแล้วเสร็จ
ในขณะเดียวกันกับการอ้างกฎหมายเก่าในการจับกุมวิทยุชมชนอ่างทอง และการอ้างว่าวิทยุชุมชนยังไม่สามารถทำได้
ต้องรอจนกว่าจะมี กสช. ก่อนนั้น ภาครัฐกลับเตรียมการวางแผนการยกวิทยุชุมชนให้
อบต. โดยเตรียมการปูพรมแจกคลื่นนำร่องให้ทันปีใหม่กว่า ๔๐๐ คลื่น
แผนการยกวิทยุชุมชนเป็นของขวัญปีใหม่ให้ อบต. ออกอากาศพร้อมกัน ๔๐๐
อบต.ทั่วประเทศนั้น ได้มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า สอดคล้องและสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญกับการเตรียมการเลือกตั้ง
อบต. ๔๐๐ เขตเลือกตั้ง ซึ่งจะมีขึ้นในเดือน ม.ค. ๒๕๔๖ อย่างไรก็ดี
หลังจากการทวงถามของภาคประชาชน ภาคนโยบายและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องก็ได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่รู้ไม่เห็น
และไม่ได้ตั้งใจให้มีความสัมพันธ์กับการเลือกตั้ง อบต. ที่จะมีขึ้นในเดือน
ม.ค. ๒๕๔๖ แต่อย่างใด โดยกล่าวว่าเป็นเพียงโครงการที่วางไว้ และยังไม่มีความชัดเจนใดๆ
ในขณะนี้
ด้านนโยบายกฎหมาย มี ๒ ประเด็นใหญ่ที่สำคัญและต่อเนื่องมาจากปี ๒๕๔๔
ที่ผ่านมา คือ ๑) การตรวจสอบกระบวนการสรรหา กสช. ของศาลปกครอง และ
๒) การยกร่างพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ
พ.ศ.
. (ที่เรียกกันสั้นๆ ว่าร่าง พรบ. ประกอบกิจการฯ) รอบ ๒
ประเด็นการตรวจสอบกระบวนการสรรหา กสช. ของศาลปกครองนั้น เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
ศาลฯ ชั้นต้นได้มีวินิจฉัยว่าการสรรหา กสช. เป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
และมีคำสั่งให้เพิกถอนกระบวนการสรรหาฯ ซึ่งหลังจากการมีวินิจฉัยและคำสั่งศาลฯ
ชั้นต้น คณะกรรมการสรรหาฯ ก็ได้ยื่นอุทธรณ์ไปยังศาลฯ สูงสุด ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด
ประเด็นการยกร่าง พรบ.ประกอบกิจการฯ หลังจากที่ได้มีการยกร่างครั้งแรกเมื่อสมัยรัฐบาลชวน
๒ แต่ยังไม่ทันได้นำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ก็มีการเปลี่ยนรัฐบาลเสียก่อนนั้น
เมื่อรัฐบาลทักษิณเข้าบริหารงาน ก็ได้ส่งร่างฯ ไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา
ก่อนจะวนกลับมาที่สำนักงานกฤษฎีกาเมื่อประมาณกลางปีที่ผ่านมา หลังจากนั้น
สำนักงานกฤษฎีกาก็ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ทหาร ผู้ประกอบการ
องค์กรพัฒนาเอกชน นักวิชาการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมยกร่างรอบ
๒
มีข้อสังเกตว่า ก่อนการประชุมยกร่างรอบ ๒ นี้ ได้มีเหตุการณ์ "ม็อบ"
ศิลปิน ดารา นักร้องครั้งใหญ่ ที่สนามกีฬาเวสส์ ๒ สนามกีฬาไทยญี่ปุ่นดินแดง
เพื่อแสดงพลังสนับสนุนร่าง พรบ. ฯ ฉบับสมาพันธ์ผู้ประกอบการ การชุมนุมแสดงพลังของเหล่าศิลปิน
ดารา นักร้องเพื่อผลักดันร่าง พรบ. ประกอบกิจการฯ นี้นับเป็นครั้งที่สองแล้ว
หลังจากที่เคยได้มีการชุมนุมครั้งแรกที่สนามม้านางเลิ้งเมื่อปี ๒๕๔๔
ที่ผ่านมา
ในส่วนของสถานการณ์การปฏิรูปสื่อภาคประชาชน พลวัตครั้งใหญ่น่าจะอยู่ที่ภาคประชาชนที่ได้ตระหนักและตื่นรู้ถึงสิทธิการสื่อสารตามมาตรา
๔๐ ของตน และลุกขึ้นมาจัดทำวิทยุชุมชนกันถ้วนหน้าทั่วประเทศ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นไฮไลต์ของสถานการณ์ปฏิรูปสื่อในปี
๒๕๔๕
ความเคลื่อนไหวเรื่องวิทยุชุมชนในปี ๒๕๔๕ เป็นการสานต่อเจตนารมณ์เรื่องสิทธิการสื่อสารของภาคประชาชนตามรัฐธรรมนูญมาตรา
๔๐ จากการทดลองออกอากาศวิทยุชุมชนกาญจนบุรีและสิงห์บุรีเมื่อปีที่แล้ว
ซึ่งดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เข้มแข็ง จนเมื่อภาครัฐเห็นว่าไม่อาจจะรั้งไว้ได้อีกต่อไป
จึงได้ออกมติ ครม. ลงวันที่ ๑๖ ก.ค. ๒๕๔๕ ที่ระบุว่า "
การดำเนินการวิทยุชุมชนของภาคประชาชนที่กระทำอยู่ในปัจจุบันนั้น
หากจะห้ามก็อาจขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ
" และให้สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีดำเนินการจัดทำหลักเกณฑ์ชั่วคราววิทยุชุมชนขึ้นเพื่อกำกับการใช้คลื่นความถี่ของวิทยุชุมชน
ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ค้นและยึดเครื่อง และจับกุมผู้ประสานงานวิทยุชุมชนอ่างทองระหว่างการจัดทำหลักเกณฑ์ชั่วคราวฯ,
การเตรียมการยกคลื่นวิทยุชุมชนให้เป็นของขวัญปีใหม่แก่ อบต. ออกอากาศพร้อมกัน
๔๐๐ แห่งทั่วประเทศ ที่สอดคล้องกันกับการเลือกตั้ง อบต. ๔๐๐ เขตทั่วประเทศที่จะมีขึ้นในเดือนมกราคม
๒๕๔๖ และการออกมาปฏิเสธของหน่วยงานภาครัฐว่า ไม่รู้ ไม่เห็น เป็นเพียงโครงการที่วางไว้ซึ่งยังไม่มีความชัดเจน
ดังที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น
ลำดับเหตุการณ์ / สถานการณ์สื่อในรอบปีที่ผ่านมา
เดือนมกราคม ๒๕๔๕
- สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีวางแผนจัดทำโครงการจัดตั้งศูนย์ทำความเข้าใจกับประชาชน
- ศขป. ซึ่งได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จากเครือข่ายนักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน,
สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประ เทศไทย, สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย
และคณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.) ว่าเป็นแนวทางการแทรกแซงการทำงานของสื่อมวลชน
(๑๐ ม.ค. ๔๕)
เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๔๕
- อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์มีหนังสือสั่งระงับการออกอากาศวิทยุชุมชนจังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดสิงห์บุรี
(๑๒ ก.พ. ๔๕)
- การห้ามจำหน่ายนิตยสารฟาร์อีสเทิร์น อีโคโนมิก รีวิว และนิตยสารดิอิโคโนมิสต์
ที่ทำรายงานฉบับพิเศษวิพากษ์วิจารณ์ ๑ ปีการทำงานของรัฐบาลทักษิณ ตลอดจนการเพิกถอนวีซ่านักข่าวนิตยสารฟาร์อีสเทิร์น
อีโคโนมิก รีวิว ฯลฯ (๒๖ ก.พ. ๔๕)
เดือนมีนาคม ๒๕๔๕
- ศาลปกครองชั้นต้นวินิจฉัยว่าการสรรหา กสช. เป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
และมีคำสั่งให้เพิกถอนกระบวนการสรรหาคณะกรรมการ กสช. ที่ผ่านมา (๒
มี.ค. ๔๕)
- การถอดรายการวิทยุในเครือเนชั่นซึ่งวิพากษ์วิจารณ์การที่รัฐบาลห้ามจำหน่ายนิตยสารฟาร์อีสเทิร์น
อีโคโนมิก รีวิว และนิตยสารดิอิโคโนมิสต์ เข้มข้นออกจากผังรายการของสถานีวิทยุ
๙๐.๕ MHz อย่างกระทันหัน (๖ มี.ค. ๔๕)
- การตั้งข้อหาอั้งยี่-ซ่องโจร และตรวจสอบธุรกรรมบรรณาธิการและผู้บริหารสื่อหลายแห่ง
อาทิ นสพ.แนวหน้า, นสพ.ไทยโพสต์, เครือเนชั่น ฯลฯ (๗ มี.ค. ๔๕)
- อสมท. อนุมัติให้ ส.ส. พรรคไทยรักไทย ๙ คน จัดรายการในสถานีวิทยุซึ่งกระจายเสียงในท้องที่ที่ตัวเองเป็น
ส.ส. อยู่ โดยอ้างว่าเป็นนโยบายของ อสมท. ที่จะทำให้วิทยุเป็นของชุมชน
ด้วยการจัดสรรเวลาวันละ ๔ ชั่วโมงใหันักจัดรายการท้องถิ่นและองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น
(๗ มี.ค. ๔๕)
- ผู้บริหารเครือเนชั่นยื่นหนังสือร้องต่อศาลปกครอง ให้ระงับคำสั่งของ
ปปง. ที่ทำหนังสือถึงธนาคารพาณิชย์ ๑๗ แห่งขอตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินของผู้บริหารเครือเนชั่นโดยไม่ชอบธรรม
(๘ มี.ค. ๔๕)
- คณะกรรมาธิการการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา เริ่มดำเนินการตรวจสอบการสั่งระงับการออกอากาศวิทยุชุมชนจังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดสิงห์บุรี
(๑๓ มี.ค. ๔๕)
- สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและคณะกรรมการสรรหา กสช. ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด
กรณีศาลปกครองชั้นต้นวินิจฉัยว่าการสรรหา กสช. เป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
และมีคำสั่งให้เพิกถอนกระบวนการสรรหาฯ (๒๙ มี.ค. ๔๕)
เดือนเมษายน ๒๕๔๕
- คณะกรรมาธิการการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา มีหนังสือถึงรองนายกรัฐมนตรีนายพิทักษ์
อินทร วิทยนันท์ (ในฐานะประธานกองงาน กกช.) ขอให้พิจารณาดำเนินการส่งเสริมสนับสนุนดำเนินโครงการนำร่องทดลองออกอากาศวิทยุชุมชนของภาคประชาชน
(๒๕ เม.ย. ๔๕)
เดือนมิถุนายน ๒๕๔๕
- คณะอนุกรรมการศึกษาและตรวจสอบปัญหาการแทรกแซงการทำงานของสื่อมวลชน
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน เริ่มดำเนินการตรวจสอบการสั่งระงับการออกอากาศวิทยุชุมชนในจังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดสิงห์บุรี
(๓ มิ.ย. ๔๕)
เดือนกรกฎาคม ๒๕๔๕
- ณะกรรมการบริหารสถานีวิทยุกระจายเสียงรัฐสภา ส่งหนังสือถึงรองนายกรัฐมนตรี
นายพิทักษ์ อินทรวิทยนันท์ ขอให้ผ่อนผันการดำเนินการของสถานีวิทยุชุมชนให้สามารถดำเนินการได้ในลักษณะทดลองดำเนินการ
และในระหว่างรอมติคณะรัฐมนตรีก็ขอให้ผู้ดำเนินการวิทยุชุมชนสามารถดำเนินการไปพลางก่อน
(๑๒ ก.ค. ๔๕)
- คณะอนุกรรมการศึกษาและตรวจสอบปัญหาการแทรกแซงการทำงานของสื่อมวลชน
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี กรณีการทดลองออกอากาศสถานีวิทยุชุมชน
เสนอให้คณะรัฐมนตรีมีมติอนุญาตให้ชุมชนทั่วประเทศที่อยู่ในกระบวนการเรียนรู้ได้ทดลองออกอากาศวิทยุชุมชน
(๑๕ ก.ค. ๔๕)
- ครม. มีมติรับทราบรายงานความคืบหน้าของสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
เรื่องการสรรหาและคัดเลือก กสช. และ กทช. ว่าคงต้องรอผลการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด
และโดยที่เรื่องนี้ต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง แต่ภาคประชาชนได้มีการขอใช้คลื่นความถี่และมีการเปิดสถานีวิทยุชุมชนมากขึ้น
หากมีการห้ามก็อาจขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงมอบหมายให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีดำเนินการให้มีมาตรการและหลักเกณฑ์ชั่วคราวเพื่อควบคุมดูแลการใช้คลื่นความถี่ของวิทยุชุมชน
และให้กิจการต่างๆ สามารถดำเนินการต่อไปได้ โดยไม่เกิดความเสียหายต่อประเทศ
แล้วนำเสนอต่อ ครม. เพื่อพิจารณาต่อไป (๑๖ ก.ค. ๔๕)
- คณะอนุกรรมการศึกษาและตรวจสอบปัญหาการแทรกแซงการทำงานของสื่อมวลชน
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
เสนอให้ผ่อนปรนเรื่องการดำเนินการออกอากาศวิทยุชมชน สำหรับชุมชนที่อยู่ในกระบวนการเรียนรู้
โดยให้กำหนดเป็นนโยบายให้จังหวัดที่มีวิทยุชุมชนอยู่แล้ว สามารถทดลองออกอากาศได้ในช่วงเวลาที่รอกระบวนการสรรหา
กสช. (๑๗ ก.ค. ๔๕)
- ผู้ประกอบการวิทยุโทรทัศน์รายใหญ่และศิลปินในสังกัดกว่าพันคน รวมตัวกันที่อาคารกีฬาเวสน์
๒ สนามกีฬาไทยญี่ปุ่นดินแดง เพื่อผลักดันร่าง พรบ. ประกอบกิจการฯ ฉบับสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์
(๑๘ ก.ค. ๔๕)
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเริ่มต้นการประชุมยกร่างพระราชบัญญัติการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ
พ.ศ. ๒๕
รอบ ๒ (๓๐ ก.ค. ๔๕ - ต่อเนื่องจนถึง ก.ย. ๔๕)
- คณะอำนวยการของคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เริ่มจัดประชุมเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหากรณีการจัดตั้งและทดลองออกอากาศวิทยุชุมชน
(๓๑ ก.ค. ๔๕)
เดือนสิงหาคม ๒๕๔๕
- กลุ่มผู้ดำเนินการเรียนรู้วิทยุชุมชนทั่วประเทศรวมตัวกันเป็น "เครือข่ายวิทยุชุมชน
๘ อนุภูมิภาคทั่วประเทศ" เพื่อติดตามกระบวนการร่างมาตรและหลักเกณฑ์ชั่วคราวเพื่อควบคุมดูแลการใช้คลื่นความถี่ของวิทยุชุมชน
ที่มีขึ้นตามมติ ครม. ๑๖ ก.ค. ๒๕๔๕ (๔ ส.ค. ๔๕)
- คณะกรรมาธิการการสื่อสารและโทรคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ดำเนินการตรวจสอบกรณีวิทยุเถื่อน
(๘ ส.ค. ๔๕)
- สำนักนายกรัฐมนตรี มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานกำหนดมาตรการเพื่อควบคุมดูแลการใช้คลื่นความถี่ของวิทยุชุมชน
ประกอบด้วย ผู้แทนจากสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี, สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน,
ผู้แทนจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ ประชาสัมพันธ์, กรมไปรษณีย์โทรเลข,
กองทัพบก, กองทัพอากาศ, กองทัพเรือ, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กระทรวงคมนาคม
(ซึ่งภายหลังเปลี่ยนเป็นผู้แทนจากกระทรวงไอทีซี), สภาความมั่นคงแห่งชาติ
ฯลฯ ตัวแทนของกลุ่มผู้ประกอบการวิทยุโทรทัศน์, สมาคมนักวิชาชีพสื่อ,
ผู้แทนนักวิชาการที่เกี่ยวข้อง, ผู้แทนองค์กรพัฒนาเอกชน และผู้แทนจากสหพันธ์วิทยุชุมชนแห่งชาติ
(๓๐ ส.ค. ๔๕)
เดือนกันยายน ๒๕๔๕
- งานเปิดสถานีวิทยุชุมชน เครือข่ายวิทยุชุมชนภาคตะวันออก ณ ที่ทำการ
อบจ. ปราจีนบุรี (๑ ก.ย. ๔๕)
- ศาลแรงงานกลางมีวินิจฉัยยืนตามคำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ กรณี
๒๓ กบฎไอทีวี ให้ไอทีวีรับนักข่าวทั้งหมดกลับเข้าทำงานในตำแหน่งและอัตราค่าจ้างไม่ต่ำกว่าเดิม
และให้จ่ายค่าเสียหายเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย นับแต่วันเลิกจ้างจนถึงวันสุดท้ายที่รับกลับเข้าทำงาน
(๖ ก.ย. ๔๕)
- งานเปิดตัวสมาพันธ์วิทยุชุมชนคนอีสาน ณ สถาบันราชภัฏสกลนคร (๑๔-๑๕
ก.ย. ๔๕)
- ประชุมคณะทำงานกำหนดมาตรการเพื่อควบคุมดูแลการใช้คลื่นความถี่ของวิทยุชุมชน
ครั้งที่ ๑/๒๕๔๕ (๑๗ ก.ย. ๔๕)
เดือนตุลาคม ๒๕๔๕
- เครือข่ายวิทยุชุมชน ๘ อนุภูมิภาคทั่วประเทศ จัดเวทีสรุปบทเรียน
๓ ปีกระบวนการเรียนรู้เรื่องวิทยุชุมชนของภาคประชาชน และรวมตัวกันเป็น
"สหพันธ์วิทยุชุมชนแห่งชาติ" (๑๐ ต.ค. ๔๕)
- สถานีโทรทัศน์ไอทีวียื่นเรื่องต่อสำนักงานอนุญาโตตุลาการให้ชี้ขาดข้อพิพาท
กรณีไอทีวีฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จำนวน
๑,๘๐๐ ล้านบาท จากการที่รัฐบาลปล่อยให้ผู้บริหารโทรทัศน์ระบบเคเบิลทีวีมีโฆษณา
(๑๕ ต.ค. ๔๕)
- นายสมพงษ์ สระกวี ส.ว.สงขลา และ นายสมเกียรติ อ่อนวิมล ส.ว.สุพรรณบุรี
ตั้งกระทู้ถามรัฐบาล กรณีวิทยุชุมชนรบกวนคลื่นความถี่อื่นอันอาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ
และการมีวิทยุชุมชนอาจละเมิดข้อตกลงระหว่างประเทศ (๑๗ ต.ค. ๔๕)
- ประชุมคณะทำงานกำหนดมาตรการเพื่อควบคุมดูแลการใช้คลื่นความถี่ของวิทยุชุมชน
ครั้งที่ ๒/๒๕๔๕ (๒๑ ต.ค. ๔๕)
- ประชุม คณะทำงานกำหนดมาตรการเพื่อควบคุมดูแลการใช้คลื่นความถี่ของวิทยุชุมชน
ครั้งที่ ๓/๒๕๔๕ (๒๙ ต.ค. ๔๕)
** การประชุมครั้งนี้ได้มีการพูดคุยและมีมติในที่ประชุมว่า จะผ่อนปรนการดำเนินการตามกฎหมาย
กับกลุ่มผู้ดำเนินกระบวนการเรียนรู้วิทยุชุมชนไปก่อน จนกว่าการจัดทำหลักเกณฑ์และมาตรการจะแล้วเสร็จ
**
- ผู้แทนกรมไปรษณีย์โทรเลขนำหมายศาลจากศาลอาญากรุงเทพฯ ไปทำการค้นและยึดเครื่องส่งวิทยุชุมชนอ่างทอง
(๓๐ ต.ค. ๔๕)
- รัฐมนตรีว่าการและปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เชิญผู้แทนกรมไปรษณีย์
และผู้แทนสหพันธ์วิทยุชุมชนแห่งชาติ เข้าให้ข้อมูลกรณีวิทยุชุมชนอ่างทอง
(๓๑ ต.ค. ๔๕)
- สภอ.ไชโย ออกหมายจับนายเสถียร จันทร ผู้ประสานงานวิทยุชุมชนอ่างทอง
(๓๑ ต.ค. ๔๕)
เดือนพฤศจิกายน ๒๕๔๕
- คณะกรรมาธิการการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา เชิญผู้แทนสหพันธ์วิทยุชุมชนแห่งชาติ,
สภาทนายความ และผู้แทนจากคณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.)
เข้าให้ข้อมูลกรณีการยึดเครื่องส่งและออกหมายจับผู้ประสานงานวิทยุชุมชนอ่างทอง
(๖ พ.ย. ๔๕)
- ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ไอทีวียื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา กรณีศาลแรงงานกลางมีวินิจฉัยยืนตามคำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์
ให้สถานีโทรทัศน์ไอทีวีรับนักข่าวทั้งหมดกลับเข้าทำงานในตำแหน่งและอัตราค่าจ้างไม่ต่ำกว่าเดิม
และให้ไอทีวีจ่ายค่าเสียหายเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายนับแต่วันเลิกจ้างจนถึงวันสุดท้ายที่รับกลับเข้าทำงาน
(๗ พ.ย. ๔๕)
- ประชุมคณะทำงานกำหนดมาตรการเพื่อควบคุมดูแลการใช้คลื่นความถี่ของวิทยุชุมชน
ครั้งที่ ๔/๒๕๔๕ เป็นการประชุมคณะทำงานฯ ครั้งสุดท้าย ก่อนส่งหลักเกณฑ์และมาตรการชั่วคราวฯ
เข้าสู่การพิจารณาของ ครม. (๘ พ.ย. ๔๕)
- คณะกรรมาธิการการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา เชิญผู้แทนกรมไปรษณีย์โทรเลข
กรมประชาสัมพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง และผู้แทนจาก สภอ.ไชโย
จ.อ่างทอง เข้าให้ข้อมูลกรณีวิทยุชุมชนอ่างทอง (๑๓ พ.ย. ๔๕)
เดือนธันวาคม ๒๕๔๕
- (จากเอกสารของกรมประชาสัมพันธ์ - หน้าข่าวสังคม) นายปราโมทย์ รัฐวินิจ
รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ได้ประชุมร่วมกับเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
นายยงยุทธ ติยะไพรัช และนายกรัฐมนตรี พตท.ทักษิณ ชินวัตร ผลการประชุมสรุปว่า
นายกรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้มีสถานีวิทยุชุมชนได้ทุกตำบล ทุก อบต. รวมทั้งเทศบาลด้วย
โดยจะให้เป็นของขวัญปีใหม่แก่ประชาชนทั่วประเทศ โดยรายละเอียดการดำเนินงาน
คือ ให้กรมไปรษณีย์โทรเลขจัดสรรคลื่นความถี่ที่มีอยู่แล้วให้สามารถจัดตั้งวิทยุชุมชนได้ทั่วประเทศ
สถานีวิทยุชุมชนที่จะเกิดต้องมีกำลังส่งไม่เกิน ๒๐ วัตต์ เสาอากาศสูงไม่เกิน
๓๐ เมตร ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ของทุกสถานีต้องผ่านการอบรมการบริหารวิทยุกระจายเสียง
การผลิตรายการ การออกเสียงภาษาไทย การสื่อข่าว จากกรมประชาสัมพันธ์ก่อนจะดำเนินรายการออกอากาศได้
โดยจะเริ่มดำเนินการผลิตหรือจัดให้มีหรือออกอากาศได้ประมาณวันที่ ๑
ม.ค. ๒๕๔๖ นี้ ประมาณ ๔๐๐ สถานีทั่วประเทศ ทั้งนี้หลักการของวิทยุชุมชน
คือ เป็นสถานีวิทยุเพื่อชุมชน ดำเนินการออกอากาศโดยชุมชนทั้งหมด (๘
ธ.ค. ๔๕)
- ครบรอบ ๑ ปีการทดลองออกอากาศวิทยุชุมชนจังหวัดกาญจนบุรี (๑๙ ธ.ค.
๔๕)
- สหพันธ์วิทยุชุมชนแห่งชาติและคณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ
(คปส.) แถลงข่าว ณ ทำเนียบรัฐบาล กรณีรัฐบาลเตะถ่วงไม่นำหลักเกณฑ์ชั่วคราวกรณีวิทยุชุมชนฯ
เข้าสู่การพิจารณารับรองของคณะรัฐมนตรีตามที่ให้สัญญาไว้ และการยึดกุมเครื่องส่งและออกหมายจับแกนนำวิทยุชุมชนจังหวัดอ่างทอง
แต่กลับเตรียมแผนการบิดเบือนวิทยุชุมชนให้เป็นวิทยุ อบต. อันเป็นการบิดเบือนเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ
และเตรียมปูพรมเพื่อคุมคลื่นภาคประชาชน (๑๙ ธ.ค. ๔๕)
- สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยและสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย
ออกแถลงการณ์กรณีการบิดเบือนวิทยุชุมชนให้เป็นวิทยุ อบต. (๒๐ ธ.ค.
๔๕)
- คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.) และตัวแทนจากสหพันธ์วิทยุชุมชนแห่งชาติ
ประมาณ ๑๐๐ คน เข้ายื่นหนังสือต่อประธานวุฒิสภา และประธานคณะกรรมาธิการการมีส่วนร่วมของประชาชน
วุฒิสภา กรณีการบิดเบือนวิทยุชุมชนให้เป็นวิทยุ อบต. (๒๕ ธ.ค. ๔๕)
- คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.) และตัวแทนจากสหพันธ์วิทยุชุมชนแห่งชาติ
ประมาณ ๑๐๐ คน ยื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์เพื่อขอทราบความคืบหน้าเรื่องหลักเกณฑ์ชั่วคราววิทยุชุมชนและแผนการเรื่องวิทยุ
อบต. (๒๕ ธ.ค. ๔๕)
- นายเสถียร จันทร ผู้ประสานงานวิทยุชุมชนจังหวัดอ่างทองที่ถูกออกหมายจับอย่างไม่เป็นธรรม
เข้ามอบตัวต่อที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และประกันตัวออกมาเพื่อเตรียมสู้คดี
โดยมีนายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดโคราช เป็นผู้ยื่นประกัน
(๒๕ ธ.ค. ๔๕)
นันทพร เตชะประเสริฐสกุล
กองเลขานุการ คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ
(คปส.)
|