|
สรุปลำดับเหตุการณ์
การรื้อย้ายชาวบ้านจะคีพื่อ(ตะเคียนทอง)
ต.ไลโว่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี
มิถุนายน 2542
หน่วย ฉก.ร.9 เข้าปฏิบัติการทุกหมู่บ้านในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร
6-8 มิถุนายน รื้อหมู่บ้านตะเคียนทอง หรือจะคีพื่อ จำนวน 18 หลัง ไปไว้ที่
หมู่บ้านสะเนพ่องหรือซองกาเลีย
10
สิงหาคม 2543
หน่วย ฉก.ร. 9 จำนวน 20 นาย เคลื่อนกำลัง 20 นาย ในเวลา 05.00 น. จู่โจมจับกุมควบคุมตัว
ทั้งเด็ก
เล็กคนชรา จำนวน 13 คน ในข้อหาไม่มีบัตร ไปให้ ตำรวจ ตชด.แต่ทางตำรวจ
ตชด.ก็ปล่อยไป
4
กันยายน 2543
มีการประชุมจะจัดสรรที่ทำกินของหมู่บ้านซองกาเลียและบ้านปะไรโหนก
เพื่อให้ชาวบ้านย้าย แต่ชาวบ้าน
ไม่ยินยอม
1
ตุลาคม 2543
ตัวแทนองค์กรสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน
เดินทางเข้าตรวจสอบ พบว่ามี ต้นสะตอ สัก มะขามหวาน และยางพาราบนพื้นที่นายทุนจริง
ทั้งในบริเวณป่าสงวนเขาช้างเผือกและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ารวมทั้งใน
ไร่ข้าว บริเวณวัดของชาวบ้านด้วย
11
ตุลาคม 2543
ที่ประชุมผู้ว่าฯกาญจนบุรี
ตัวแทนองค์กรสิ่งแวดล้อม และสิทธิมนุษยชน ตรวจสอบข้อมูล พบว่ามี
ข้อผิดพลาดหลายประการ จึงยังไม่อพยพชาวบ้านตะเคียนทองออกจากพื้นที่
1 ธันวาคม
2543
สภาทนายความเปิดหนังสือแถลงการณ์
เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ใช้ความรุนแรงและเลือกปฏิบัติในการไล่รื้อ
พร้อมเสนอข้อเรียกร้องให้กรมป่าไม้พิจารณา
4 ข้อ
1.การพิจารณาดำเนินการของกรมป่าไม้ต้องให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมคิดเห็นตัดสินใจ
เพราะทุกคน
พึงมีสิทธิในการอยู่อาศัย
2.การไล่รื้อชาวบ้าน
แต่ละเว้นนายทุน ถือว่าเป็นการเลือกปฏิบัติและละเว้นหน้าที่ มีความผิดร้ายแรง
กรมป่าไม้ต้องสอบสวนเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่รับผิดชอบโดยด่วน
3.การใช้กองกำลังพิทักษ์ป่า
1200 นาย ตำรวจ ตชด. 50 นาย บุกรื้อถอนบ้านเรือน ชาวบ้านเพียง
4 หลัง เป็นกระทำที่รุนแรงและละเมิดสิทธิมนุษยชน กรมป่าไม้ต้องสอบสวนและชดใช้ค่าเสียหาย
4.กรมป่าไม้ต้องทบทวนวิธีการอพยพ
โดยก่อนดำเนินการต้องรับฟังความคิดเห็นชาวบ้านรวมทั้งพิสูจน์
สิทธิ์ในที่ดินทำกินให้ชัดเจนด้วย
นายสัก
กอแสงเรือง
นายกสภาทนายความ
 |
นายศุภชัย
พลทิพย์ ชาวบ้านจะคีพื่อ ผู้ต้องหาบุกรุกป่า 120 ไร่ซึ่งเกินความเป็นจริง
ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันถึง 100,000 บาท |
|