|
เสียงคนลุ่มน้ำชี จากนาปีถึงนาปรัง
วิบากกรรมโขง ชี มูล
ย้อนอดีตอภิมหา โครงการโขงชีมูล โดย ซึ่งอนุมัติสมัย
รัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหวัณ (8 มิ.ย.
2536) เป็นโครงการจัดสรรน้ำโดยเทคโนโลยีทั้งระบบ โดยเฉพาะผลกระทบจากการสร้างเขื่อนซึ่งมากถึง
14 เขื่อน (ไม่นับฝายและอ่าง) และพนังกั้นน้ำสูงจากพื้นที่
กว่า 2 เมตร ตามลำน้ำสาขา ตลอดจนคลองส่งน้ำขนาดสูง ที่มีอยู่เกือบทั่วภาคอีสาน
ซึ่งเป็นโครงการที่ผลักให้ประชาชนชาวอีสานลุกขึ้นสู้อย่างยืดเยื้อยาวนานกว่า
10 ปี ผ่านการชุมนุมเจรจากับผู้นำรัฐบาลหลายยุคหลายสมัยตั้งแต่
ยุคนายชวน หลีกภัย นายบรรหาร ศิลปอาชา พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และ
พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร เพื่อเสนอให้ชะลอ ยุติและชดเชย จากปัญหาที่ก่อผลกระทบ
เสนอทั้งแนวทางแก้ไขและขอมีส่วนร่วม ในการตัดสินใจเลือกแนวทางการพัฒนา
และแม้ว่า บางปัญหาอาจจะได้รับการเหลียวแลแก้ไข แต่ในหลายๆ ปัญหาก็ยังคาราคาซัง
และมีไม่น้อยกำลังถูกลืมเลือนไปแล้ว
 
กรณีปัญหาตัวอย่างเล็กๆ เกี่ยวกับน้ำท่วมขังนาน ในฤดูน้ำหลาก
ในเขตบ้านดอนโมง บ้านโนนราศี บ้านดอนแก้ว และบ้านดอนยาง ตำบลบึงงาม
กิ่งอำเภอทุ่งเขาหลวง จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นพื้นที่ๆ ประสบปัญหาเรื้อรังและหนักอีกแห่งหนึ่ง
เนื่องจากเป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในที่ลุ่มติดริมแม่น้ำชี บ้านที่หนักที่สุดคือ
บ้านดอนแก้ว เพราะเป็นหมู่บ้าน ที่มีน้ำล้อมรอบ ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า
กุด
ในอดีตทำเลของบ้านดอนแก้ว เป็นทำเลที่อุดมสมบูรณ์ ที่เหมาะทั้งการเพาะปลูกและหาปลา
หน้าฝนมีน้ำหลากขึ้นสูงบ้างในบางปี แต่ไม่น้ำท่วมขังนานจนข้าวเสียหาย
เพราะน้ำจะไหลเวียนขึ้นลงเร็ว และระบายเองตามธรรมชาติ แต่หลังจากโครงการโขงชีมูล
และ โครงการสร้างโครงข่ายพนังน้ำและคลองส่งน้ำ เสร็จสิ้น ปรากฏว่า
เกิดน้ำท่วมหลากทุกปีและยังท่วมขังนาน จนชาวบ้านไม่สามารถเดินทางออกจากหมู่บ้านได้
ทุกๆ ปีชาวบ้านต้องอพยพมาอยู่ที่สันพนังกั้นน้ำ โดยสร้างเป็นที่อยู่ชั่วคราว
เพื่อรอให้น้ำลด การขึ้นมาพักบนถนน ซึ่งเป็นพนังกันน้ำ กินระยะเวลาประมาณ
1 - 3 เดือน แล้วแต่ว่าปีไหนน้ำจะท่วมนานหรือเร็ว ทุกปีชาวบ้านต้องหารถอพยพสัตว์เลี้ยง
รถรับส่งลูกหลานที่ย้ายมาพักที่พนังกั้นน้ำ ถ้า ปีไหนที่น้ำจะมาเร็วท่วมนาน
เด็กนักเรียนในบางโรงเรียนอาจจะต้องหยุดเรียนเพราะไม่สามารถเดินทางไปเรียนได้
ส่วนอาชีพในปัจจุบันชาวบ้านต้องเปลี่ยนมาทำนาปรังแทนซึ่งต้นทุนสูงกว่านาปีมาก
หรือไม่ก็หาปลาประทัง
นายประยูร
วิเศษวุฒิ กำนัน ต.บึงงาม แกนนำชาวบ้านที่พยายามหาแนวทางแก้ไข
ได้สะท้อนปัญหาผลกระทบ จากน้ำท่วมขังว่า
น้ำมันเริ่มหลากขึ้นมาจากแม่น้ำชี แล้วเราไม่สามารถเปิดประตูระบายน้ำได้
ทีนี้พอบ้านฝั่งบนฝนตก น้ำก็ไหลมา ไหลมา จาก 2-3 อำเภอ มารวมที่นี่
ที่เดียว และถ้าแม่น้ำชีไหลไม่ออก ไหลไม่ทัน ติดประตูเขื่อนข้างล่างน้ำก็ท่วมเลย
เพราะผมอยู่ในพื้นที่ต่ำสุด มันเออขึ้นมาเลย มาท่วมที่นาของเรา
ซึ่งหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบหนักๆ คือบ้านดอนโมงมี 49 หลังคา
บ้านดอนยาง 29 หลังคา บ้านโนนราศีมี 54 หลังคาเรือน บ้านดอนแก้ว
66 หลังคาเรือน
เรื่องแนวทางมันแก้ไขมันยาก มาก บางที ฝนไม่ได้ตกเลยสักครั้ง
น้ำก็ยังท่วมเหมือนเก่า นาที่ลุ่มนะท่วมหมดแล้ว เหลือแต่นาเสี่ยง
(น่าจะหมายถึง นาดอน นาโคก) ที่ไม่ท่วม เรื่องทางออก อยากให้มีการประกัน
เหมือนประกันชีวิต ประกันชั้น 1 ชั้น 2 หมายถึง ใครทำประกันชั้น
1 ก็ได้แพงหน่อย อะไรแบบนี้ ทำเหมือนภาคกลาง แต่นี่ รัฐมาตีราคาช่วยเหลือ
เป็นไร่ละ 200 บาท ซึ่งมันก็ไม่คุ้ม เฉพาะจ้างรถไถ ปีหนึ่งก็ไร่ละ
250 บาท แล้ว ซึ่งแต่ละไม่ใช่ทุกคนหรอกที่กระทบ แค่พอถึงหน้านา
ก็รู้แล้วว่า ปีนี้นาใครจะท่วมบ้าง อย่างของผมท่วมเกือบถึงบ้าน
จนผมต้องเอาไม้กระดานไปปิดท่อระบายน้ำไว้ แต่ทำอย่างนั้น ชาวบ้านอีกฝั่งหนึ่งก็ขโมยเปิด
เพราะเขาก็ท่วมเหมือนกัน
ผมไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไรแล้ว แต่ละปีก็ต้องเตรียมงบประมาณไว้เลย
เช่น ค่าน้ำมันรถขนอพยพสัตว์เลี้ยง ค่าเกี่ยวหญ้า หาที่ให้วัวควายอยู่
หาแหล่งหญ้าเอาไว้ ก่อนน้ำหลากท่วม
พวกนาลุ่ม ติดริมห้วยจริงๆ หนะเสียไปเลยไม่ได้ทำนา สาเหตุมันก็เกิดจากเขื่อนนี่แหละ
สมัยแต่ก่อนที่ยังไม่มีเขื่อน มันไม่เป็น ไม่ท่วมแบบนี้ พอสร้างเขื่อนเสร็จก็ท่วมเลย
ก็เป็นมา 6-7 ปีแล้ว ผมคนหนึ่งแหละไม่ได้กินข้าวจากนา มา 6-7
ปีแล้ว เพราะนาผมอยู่คุ้มหมดเลย (น่าจะหมายถึงล่างสุด) สมัยแต่ก่อน
ผมนะมีนาติดบ้าน น้ำจากหมู่บ้านไหลลงไปที่นา ข้าวแตกกอสวยมาก
ปุ๋ยก็ไม่เปลือง นาผมมี 14 ไร่ พวกนา 20 ไร่ 30 ไร่ ได้ผลผลิตสู้ของผมไม่ได้เลย
ข้าวแตกรวงสวยงามมาก แต่พอเขามาทำเขื่อนนี่แหละไม่ได้ข้าวเลย
จนเดี๋ยวนี้ ผมไม่ได้ทำยุ้งฉางข้าว ไว้เก็บข้าวแล้ว

ความสูงของพนังกั้นน้ำ
|
นายประยูรกล่าว พร้อมเผยวิธีการแก้ไขปัญหาในส่วนของชาวบ้านว่า
เรื่องค่าชดเชย ก็มี ก็คนละ 400 ต่อไร่
แต่มันไม่คุ้มหรอก เฉพาะค่าปุ๋ยก็ปาไปเท่าไหร่แล้ว บางปีข้าวก็แพงมาก
หรือ บางปีข้าวตั้งท้องจะออกรวงแล้ว น้ำเพิ่งมาท่วม ปีที่แล้วนี่เอง
มีหลายหมู่บ้านอยู่ที่ท่วม อย่าง บ้านดอนโมง บ้านนี้เป็นเกาะไปเลย
และต้องอยู่ในสภาพแบบนี้ จนผมต้องไปช่วยหาเรือท้องแบน ไปขอจากกาชาด
ซึ่งเขาจะมีคนขับเรือมาให้ มีน้ำมันให้ แต่ถ้าขอเรือทางจังหวัด
อันนี้เราต้องหาน้ำมันเอง คนขับเอง เครื่องยนต์ก็กินน้ำมันมาก
อีกบ้านหนึ่ง คือบ้านดอนแก้ว ช่วงที่ท่วมจริงๆ ถนนเข้าหมู่บ้านดอนแก้วก็เป็นสายน้ำทั้งหมด
เหมือนกัน
ยิ่งมาพักหลังๆ เริ่มมีปัญหาพนังตลิ่งพัง ถูกกัดเซาะ ก็ยังไม่เห็นทางราชการมาดูแล
ชาวบ้านต้องเอาไม้ยูคาร์ไปปักกันไว้ โรงเรียนเองก็น้ำท่วม เด็กนักเรียนก็เหลือน้อย
จนโรงเรียนจะถูกยุบอยู่แล้ว เพราะชาวบ้านเอาเด็กๆ ไปเรียนที่อื่นกันมาก
เช่นไปเรียนที่ อ.เสลภูมิ มีรถรับส่งมาถึงหมู่บ้าน แถมคุณภาพเขาก็ดีกว่าอยู่แล้ว
เรื่องกลุ่มชาวบ้าน พยายามหาทางออกกันอย่างไร ก็มีบ้างครับ แต่ส่วนใหญ่ก็พยายามปรับตัวมากกว่า
จนเดี๋ยวนี้เรามีคำขวัญแระจำหมู่บ้านไปแล้ว คือ น้ำมาจับปลาขาย
น้ำหายทำนาปรัง ครับ
อัฎธิชัย ศิริเทศ
ทีมงานไทยเอ็นจีโอ รายงาน
18 ตุลาคม 2550
|