Home ข่าวเด่น ข่าวรายวัน English News รายงาน บทความ Sound & VDO 6 Board ข้อมูลย้อนหลัง

ชมรมอนุรักษ์ฯ แก่งคอย ยื่นหนังสือถึง JBIC คัดค้านการอนุมัติเงินกู้

กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแก่งคอย ยกขบวนสีเขียวขึ้นกรุงเทพฯ บุกสำนักงานธนาคาร JBIC เพื่อยื่นหนังสือคัดทบทวน พร้อมทั้งให้ข้อมูล ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น จากโรงไฟฟ้าแก่งคอย 2 ทั้งนี้เพื่อให้ธนาคาร JBIC ทบทวน ก่อนอนุมัติเงินกู้ให้กับบริษัทพลังงานไฟฟ้า

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ที่ผ่านมา ณ น้าสำนักงานธนาคาร JBIC ถนนราชดำริ ชาวบ้านชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแก่งคอย สระบุรี กว่า 50 คน ได้เหมารถบัส เดินทางจากสระบุรี เพื่อนำหนังสือคัดค้าน การอนุมัติเงินกู้ให้ กับ บริษัทกัลฟ์ พาว เจเนอเรชัน จำกัด ซึ่งเป็นเงิน ก่อสร้างสำหรับ สร้างโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซขึ้นที่ ตำบลบ้านป่า อ.แก่งคอย พร้อมทั้งนำหนังสือ ชี้แจงจากกรมชลประทาน เกี่ยวกับนโยบายการบริการน้ำจากเขื่อนป่าสัก สู่ภาคต่างๆ อาทิ การเกษตร โครงการสูบน้ำ การประปา และอุปโภคบริโภคอื่นๆ ดังนั้น ในกรณีบริษัทพลังงาน ยังไม่ได้ปฏิบัติตามระเบียบการขอใช้น้ำ ซึ่งมีปริมาณการใช้สูงมาก ทำให้ทางกรมชลประทาน ยืนยันว่า การขอใช้น้ำต้องพิจารณาตามเงื่อนไขอย่างรอบคอบ จึงยังมิได้ “อนุญาตให้ใช้น้ำ”

นอกจากนั้นทางชมรมยังนำข้อมูลอันเป็นข้อเท็จจริง ที่มีการศึกษาผลกระทบ แต่ไม่ได้กล่าวถึงอย่างรอบด้าน หรือไม่นำผลการศึกษามาเผยแพร่ให้ประชาชนได้รับรู้ ซึ่งก็คือ โรงไฟฟ้าแก่งคอย 2 หรือแห่งใหม่ ที่กำลังก่อสร้างในขณะนี้ เนื่องจากมีขนาดใหญ่ กำลังผลิตถึง 1,468 เมกะวัตต์ ต้องใช้น้ำวันละ 54,000 ลูกบาศก์เมตร ในกระบวนการหล่อเย็น แล้วปล่อยน้ำร้อนลงสู่แม่น้ำป่าสัก นอกจากนั้นยัง สร้างมลพิษ คือ ปล่อยสารเคมีลงสู่แม่น้ำป่าสัก ถึง 9 ชนิด รวมวันละ 29,246 กิโลกรัม

คาดว่า ปัญหามลพิษ และไอน้ำ จะปกคลุมพื้นที่ถึง 5 ตารางกิโลเมตรแล้ว ทำให้ชั้นบรรยากาศ รวมกับไอก๊าซอื่นๆ อาทิ ก๊าซพลังงานเผาไหม้ อีกวันละ 260 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 7.2 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งควันทั้งหมด จะปกคลุม ร่วมกับ ก๊าซพิษอื่นๆ จากโรงงานกว่า 100 โรง และจากโรงปูนซิเมนต์อีกกว่า 5 โรง ปริมาณผลิตปูนกว่า 1 ล้าน ตันต่อวัน ซึ่งหากเกิดการ ผสม มวลรวมกับไอน้ำ จากโรงไฟฟ้า อาจจะก่อให้เกิดทะเลซีเมนต์ ฝนกรด ไหลงลงสู่แม่น้ำป่าสัก ที่ซึ่งปัจจุบันได้เริ่มวิกฤติ

จากงานวิจัยยืนยันว่า แม่น้ำป่าสักนั้นอยู่ระดับ 5 คือไม่เหมาะสมในการนำมาใช้อุปโภคบริโภค ดังนั้น ในอนาคตประชาชนกว่า 600,000 คน ที่ซึ่งต้องพึ่งพาแม่น้ำป่าสัก จะเข้าสู่ภาวะวิกฤติเดือดร้อน เนื่องจากขาดแคลนน้ำอย่างยิ่ง

นอกจากนั้น ปัจจุบัน ประชาชนชาวแก่งคอย กำลังป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ กว่า 20,000 รายต่อปี อันเนื่องมาจาก สภาพพื้นที่ของอำเภอแก่งคอยนั้น อยู่ในก้นแอ่งกะทะ มีภูเขาล้อมรอบ ทำให้ระบบถ่ายเทอากาศถูกปิด จนมีผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน

ยิ่งกว่านั้น ในอนาคตแม่น้ำป่าสัก ยังมีโอกาสกลายเป็นชนวนอีกปัจจัยหนึ่ง ที่จะก่อให้เกิด “สงครามแย่งชิงน้ำในอนาคต” และ ปัญหาประชาชนถูกละเมิดสิทธิ ตลอดจนไม่ได้ความเป็นธรรมอย่างรุนแรง โดยในชุมนุมครั้งนี้ แกนนำเคลื่อนไหวรายหนึ่งย้ำว่า

“เราไม่อยากให้มาสร้างที่นี่ เพราะนี่คือผลร้ายกับร้าย แต่เขาก็ทำเหมือนไม่เห็นหัวเรา ทำเหมือนเราไม่มีน้ำยาอะไรเลย ทำให้ที่นี่เหมือน 3 จังหวัดภาคใต้ขึ้นทุกวัน เรามาที่นี่เพียงเพื่อมาบอกว่า เราเดือดร้อน เราต้องการความเห็นใจ

คุณทำเพื่อเงินกู้ เพื่ออัตราดอกเบี้ย หรืออะไรก็แล้วแต่ เราอยากบอกว่า เราเดือดร้อน คุณต้องไปถามชาวบ้านดู ลงไปพื้นที่ ไปดูว่าชาวบ้านมันได้รับผลกระทบอะไรบ้าง โรงไฟฟ้าโรงนี้ไปสร้างที่บ่อนอกหินกรูด ที่นั่นมีแต่ทะเล ชาวบ้านเขายังไม่เอา แล้วโรงนี้ใหญ่กว่าที่บ่อนอก 2 เท่า 1,468 เมกะวัตต์ แล้วยังมาตั้งอยู่ในชุมชน โดยที่ชาวบ้านไม่ได้อะไร”

“เราอยากขอร้อง เพราะเรามีบ้านอยู่ติดโรงไฟฟ้านั้น มีที่ดินทำกินอยู่ตรงนั้น เราเดือดร้อน เราพี่น้องคนไทยเหมือนกัน เอาท่อก๊าซเข้ามาให้ หรือว่า อยากให้เราเป็นเหมือนพี่น้องท่อก๊าซภาคใต้ เพราะพวกเราจะสู้เหมือนพี่น้องภาคใต้แน่นอน

อีกอย่างก่อนจะมาสร้าง ทำไมไม่ถามเราก่อนว่า พวกเราพร้อมไหมที่จะให้สร้างโรงไฟฟ้า ตรงนั้น เราไม่เอาแน่นอน เราอยากให้ช่วยบอกท่านที่มีอำนาจ ท่านที่เป็นใหญ่เป็นโตในตรงนั้น เราอยู่ที่นี่อยากขอร้องว่า เราไม่ต้องการ โรงไฟฟ้าโรงนี้ ประเทศไทยของเรามีไฟฟ้าใช้เหลือเฟือแล้ว ท่านที่เป็นนายทุน ท่านที่อนุมัติให้เขาก่อสร้าง เราเดือดร้อน เราจึงมา”

“โรงไฟฟ้าโรงนี้ ย้ายมาจากบ่อนอก ถูกคนที่นั่นไล่มา เห็นว่าชาวบ้านที่นี่ไม่มีน้ำยา เดี๋ยวจะรู้ว่ามันเกิดอะไร เราจะเอาคนบ้านบ่อนอกมา จะได้รู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นกับชาวบ้าน และไม่รู้ว่า นักการเมืองคนไหนไปขยายเพิ่ม จากไม่กี่ร้อยเมกะวัตต์ของ ขนาดการผลิตเดิม เพิ่มอีก เป็น 1,468 เมกะวัตต์

เรามายื่นหนังสือ ให้ข้อมูลวันนี้ ก็เพื่อจะให้รับรู้ว่า มันเกิดอะไรขึ้นกับคนแก่งคอย วันนี้แม่น้ำแก่งคอยเล็ก หรือแม่น้ำป่าสัก เป็นแม่น้ำสายสำคัญ ชาวบ้านต้องเอาน้ำมาทำพิธีสำคัญเบญจภาคี ปัจจุบันน้ำไม่พอใช้อยู่แล้ว น้ำต้นทุนน้อยมาก โรงงานแห่งนี้ยังจะไปเอาน้ำมาใช้อีกวันละ 45,000 ลูกบาศก์เมตร จากนั้นไม่พอ ยังปล่อยน้ำเสียลงแม่น้ำป่าสักอีกวันละ 14,000 ลูกบาศก์เมตร มีทั้งโลหะดำ สังกะสี นิเกิล กระบวนการดำเนินงานก็ไม่โปร่งใส

น้ำที่ชาวบ้านเอามาใช้ในการทางการเกษตรมาตลอด ก็มีกระบวนการเอาเสียไปทิ้ง อีกที่หนึ่ง ไม่ห่างมากนัก พอชาวบ้านจะดึงเอาน้ำมาใช้ ก็ถูกแจ้งว่าน้ำนี้เอาไปใช้ในการทางการเกษตรไม่ได้ เพราะเป็นน้ำปนเปื้อนสารเคมี

ดังนั้น ที่มาวันนี้ ก็เพื่อให้ทางธนาคารได้ทบทวนข้อมูล ศึกษาวิเคราะห์อีไอเอ ใหม่ และอยากให้รับรู้ข้อมูล 2 ด้าน คือที่เป็นด้านของชาวบ้านด้วย ว่าชาวบ้านจะได้รับผลกระทบ หรือเดือดร้อนอย่างไร เพื่อไม่ทำให้ภาพลักษณ์ประเทศญี่ปุ่นในสายตาคนไทย ไม่เสียหาย ดังนั้นจึงอยากให้ทางธนาคารพิจารณาก่อนอนุมัติ และงานนี้ ไม่ว่าจะอย่างไร ผมพูดได้เลยว่า ผมจะสู้จนตัวตายครับ”

หลังจากมีการเจรจาให้ข้อมูล ยื่นหนังสือ พร้อมเชิญชวนให้ตัวแทนจากธนาคาร JBIC ลงพื้นที่ สำรวจและรับรู้ข้อเท็จจริง ซึ่งใช้เวลากว่า 1 ชม. ก็ได้คำตอบกลับจากเจ้าหน้าที่ ตัวแทนธนาคาร JBIC ว่า “ตนซึ่งเป็นตัวแทน ไม่สามารถให้คำตอบได้ว่า จะยุติหรือไม่ ในตอนนี้ เพราะว่า มันต้องผ่านกระบวนการมากมาย เพื่อมาสู่การสรุปร่วมกันว่า จะยุติการให้กู้เงินทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้า

แต่กระนั้น ตัวแทนธนาคารก็ยืนยันต่อกลุ่มผู้ชุมนุมว่า ทางสำนักงานใหญ่ ก็มีหลักการด้วยเหมือนกันว่า ถ้าหากโครงการเข้าไปละเมิดสิทธิมนุษยชน ละเมิดสิทธิชุมชน ก็จะหยุด ส่วนในการยื่นหนังสือวันนี้ ตนจะแจ้งความคืบหน้าให้ชาวบ้านทราบเรื่อยๆ”


การก่อสร้างโรงไฟฟ้า

โรงงานกว่า100 โรง ในอำเภอแก่งคอย

โรงไฟฟ้า 2 กับไร่ข้าวโพด

ฝุ่นปูนบนถนนในอำเภอแก่งคอย

แม่น้ำป่าสักในช่วงฤดูฝน

กลุ่มอนุรักษ์แก่งคอย


ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย

webmaster@thaingo.org

14 ธันวาคม 2548

มุมมอง ของ..อุสตาซ (อับดุชชะกูร์ บินชาฟิอีย์)
ห้องส้วมความคิด (วรภัทร วีรพัฒนคุปต์)
ลูกลิง...แสนซน (วฤทธรัชต์ ถวัลย์วิวัฒนกุล)
มุมเล็กๆ (ZingarO - ธิดามนต์ พิมพาชัย)
banner กิจกรรม
NGO คือใคร?
6 Board
ค้นหา
ฐานข้อมูล

Thai Fund Foundation (TFF)
2044/23 New Phetburi Road, Bangkapi, Huaykwang, Bangkok 10310,Thailand
Tel: (66) 2 318 3959, (66) 2 314 4112, (66) 2 314 4113 - Fax: (66) 2 718 1850
Website: www.TFF.or.th - E-mail: webmaster@thaingo.org