|
ชีวิตของผู้คนที่มาจากชนบท ส่วนใหญ่หนีความยากจน ข้นแค้น มาสู่ประตูโรงงาน
มาสู่นิคมอุตสาหกรรม มุ่งหวังแต่เพียงเอาแรงกาย ที่เข้มแข็งบึกบึน
บวกกับความอดทน แลกกับค่าแรงวันละไม่กี่บาท เพื่อส่งกลับไปเลี้ยงไปดู
พ่อเฒ่า แม่แก่ และลูกน้อย แถมยังถูกควบคุมอย่างเคร่งครัดในระเบียบ
ต้องทนกับเครื่องจักรกล ฝุ่นละออง สารพิษ ไม่มีแสงสว่างหรืออากาศจากภายนอกเข้าถึง
โดยเฉพาะโรงงานที่มีการผลิตตลอด 24 ชม.
การทำงานกะหนึ่งๆ คนงานหญิงส่วนใหญ่
จะต้องเร่งทำงาน แข่งกับเครื่องจักร ที่มีการตั้งตัวเลขเป็นเป้าไว้
ถ้าคนงานสามารถทำได้ ตามเป้า ก็จะมีการตั้งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คนงานส่วนใหญ่จึงมักเป็นโรคเส้นเลือดขอด
กล้ามเนื้ออักเสบ หรือโรคนิ่วเพราะกลั้นปัสสาวะนานๆ หรือโรคกระเพาะ
โรคเครียด เป็นต้น
กลับบ้านก็มีหน้าที่ต่างๆในครอบครัว
ดังนั้น หากเผลอง่วงสะดุ้งอีกทีนิ้วมืออาจจะหายไป เมื่อคนงานมาขอรับเงินทดแทนจากกฎหมายกองทุนเงินทดแทน
ก็ยังถูกฝ่ายราชการพูดจากระทบกระเทียบแบบให้ได้ยินว่า แกล้งให้นิ้วขาดเยอะๆ
เพราะอยากได้เงินชดเชย หรือไม่ แพทย์ที่รักษาวินิจฉัยเองว่า คนงานไม่ได้ป่วยสืบเนื่องจากการทำงาน
เหมือนได้รับเคราะห์กรรม บางคนทุกข์ทรมานไปจนตาย บางคนถึงกับต้องผ่าตัด
แล้วเดินไม่ได้ นั่งไม่ได้โดนไล่ออกก็มีเยอะแยะ
ทุกข์อีกอย่างหนึ่งคือ
คนงานส่วนใหญ่ ที่มีอายุงานสักระยะหนึ่ง เกิดเจ็บป่วยร่างกายทนไม่ได้
เพราะต้องสัมผัสสภาพโรงงานที่มีมลภาวะเป็นพิษตลอด เช่น สารตะกั่ว แมงกานีส
สารเคมี ยาฆ่าแมลง แพ้กาว สี กระจก จนมีอาการปวดหัว ปวดกระดูก เม็ดเงินที่หามาได้แต่ละวันก็ต้องปันมาเป็นค่ารักษาตัวเอง
ที่ตายไปให้เห็นก็มี ที่กลับไปตายที่บ้านก็มี บ้างก็พิการไปตลอดชีวิต
 |
เราจึงหันมารวมกลุ่มกัน
เพื่อช่วยเหลือกันเองในเบื้องต้น ทั้งยังเป็นตัวอย่างแก่คนงาน
ได้รู้ปัญหาได้ตระหนักถึงการป้องกัน และเมื่อเกิดเจ็บป่วยจะได้รู้ถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน
ตามกฎหมาย |
เราจึงหันมารวมกลุ่มกัน เพื่อช่วยเหลือกันเองในเบื้องต้น ทั้งยังเป็นตัวอย่างแก่คนงาน
ได้รู้ปัญหาได้ตระหนักถึงการป้องกัน และเมื่อเกิดเจ็บป่วยจะได้รู้ถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน
ตามกฎหมาย
ชีวิตที่ต้องเดือดร้อน
จากโรงงาน สุขภาพแย่ ครอบครัวขาดรายได้ไหนต้องหามาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง
ไหนต้องหายามายังชีพ ค่ารถเพื่อสู้คดีกับนายจ้าง มันจึงเป็นภาระที่แสนหนักและเหน็ดเหนื่อย
ปี 2535 การรวมกลุ่มผู้ป่วย
เริ่มที่โรงงานทอผ้ากรุงเทพ ต่อมาก็เป็นเครือข่ายหลายกลุ่มๆ ที่ รวมคนป่วยจากสารพิษและสิ่งแวดล้อม
จากเริ่มต้นคน ปัจจุบัน 500 คน จากข้อเรียกร้องใกล้ตัว แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า
มาเรียกร้องในระดับนโยบาย ข้อเรียกร้องที่เสนอในนามสมัชชาคนจน ที่สภาเครือข่ายฯได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่ง
คือเรื่องการผลักดัน การจัดตั้งสถาบันคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัยของสิ่งแวดล้อมในสถานประกอบ
มติ ครม. รับหลักการ เมื่อ 18 มีนาคม 2540 และมีคณะกรรมการยกร่าง จนเสร็จสมบูรณ์
แต่สุดท้าย กลับถูกปฏิเสธจากกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม
สภาเครือข่าย นักวิชาการและ
NGOs ได้มติร่วมกันให้เข้าชื่อ 50,000 ราย เพื่อเสนอกฎหมาย จนเมื่อวันที่
10 พฤษภาคม 2542 ได้ยื่นร่าง พรบ.ต่อประธานรัฐสภา พร้อมสำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชน
และปัจจุบันร่าง พรบ. ฉบับนั้น ยังนอนรอนักการเมืองที่สนใจปัญหาสุขภาพของแรงงานอยู่
ถึงวันนี้มีผู้ป่วยจากการทำงานมากมาย
หลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มผู้ป่วยจากสารเคมีที่ท่าเรือคลองเตยระเบิด ผู้ป่วยจากสารโคบอลท์
60 ที่วัดมหาวงษ์ คนกลุ่มเหล่านี้ยังไม่รู้ชะตากรรมเลยของชีวิตเลย
ความพิการ ความผิดปกติของเม็ดเลือดขาวที่เกิดจากกัมมันตภาพรังสี เหล่านี้ยังมีคนอีกมากที่ยังเสี่ยงอยู่
ซึ่งยังไม่มีใครรู้ว่าอยู่ไหนกันบ้าง และภาพรวมของปัญหาคนป่วย ส่วนใหญ่เป็นคนมีอายุ
ซึ่งเป็นบุคคลที่สูญเสียสมรรถภาพของร่างกาย อย่างถาวรแล้ว จนไม่อาจประกอบอาชีพอะไรได้
สุขภาพเสื่อมโทรมมีโรคแทรกซ้อน จึงไม่สามารถประกอบอาชีพใดๆ ได้ ขาดเงิน
ขาดยา ขาดอาหารประทังชีวิต เหลือแต่ความท้อแท้สิ้นหวังและหมดหนทาง
กำลังใจและความช่วยเหลือที่เราหวังให้ผู้นำของประเทศมาช่วยเราบ้าง
เอื้ออาทรเราบ้าง เพราะพวกเขามุ่งเน้นแต่นโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรม
ซึ่งในจิตวิญญาณของเขาเหล่านั้น เฝ้ามองแต่การผลิตเพื่อการส่งออก เพื่อเอาใจนายทุนเพื่อนต่างชาติ
สุดท้ายประชาชนคนไทยด้วยกันกลับไม่ได้รับการเหลียวแลแก้ไข ต้องยากจน
อดอยาก เจ็บป่วย ทุกข์ทรมาน เดือดร้อน ไปต่างๆ นานา
ตั้งแต่นั้นมา เราย้ำเตือนเพื่อนพี่น้องที่อยู่ในสังคมเดียวกันเสมอว่า"
โปรดให้ความเมตตาเข้าใจและเห็นใจกันจริงๆ จังๆ กว่านี้ และปกป้องดูแลตัวเองให้ดีๆ
ไว้ อย่าได้ตกเป็นเหยื่อนายจ้างเหมือนอย่างพวกเราเลย เพราะมันทุกข์ทวีไม่สิ้นสุด... |