ประชาชนพม่าพลัดถิ่นในประเทศไทย

ผู้ลี้ภัย แรงงานอพยพร่วม 2 ล้านคน
นอก ผู้ลี้ภัยชนกลุ่มน้อยใน
ค่ายชายแดน ค่ายแถบชายแดน
กว่าแสนคน

เหยื่อการค้ามนุษย์
ผู้ลี้ภัยการเมือง

หลายฝ่ายประมาณว่าในปี 2543 มีประชาชนพม่าพลัดถิ่นในประเทศไทยถึง 2 ล้านคน แม้ว่ารัฐไทยจะไม่ปรารถนาผู้ลี้ภัยและปฏิเสธ
ความต้องการแรงงานอพยพ ประชาชนพม่าคนแล้วคนเล่าก็ยังคงมุ่งหน้าสู่ทิศตะวันออกอย่างไม่ขาดสาย

ประชาชนพม่าถูกผลักไสออกจากบ้านเกิดของตนด้วยเหตุแห่งการจำกัดสิทธิทางการเมืองและการละเมิดสิทธิมนุษยชน พวกเขาดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากความอดหยากหิวโหยซึ่งเป็นผลมาจากความรุนแรงทางการเมือง และหลบหนีการกดขี่ข่มเหง
การทารุณกรรม รวมทั้งสงครามชาติพันธุ์ที่ยังคงเผาผลาญบ้านเกิดไม่รู้จักจบสิ้น

นับแต่ปี 2527 ชาวกะเหรี่ยง กะเรนนี และชนกลุ่มน้อยจากชายแดนตะวันออกของพม่าได้ทยอยหลบหนีมาพักอยู่ในค่ายชายแดน
ไทย พวกเขาได้รับความช่วยเหลือด้านปัจจัยสี่อย่างจำกัดจากองค์กรเอกชนต่าง ๆ และมีสำนักข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ
(ยูเอ็นเอชซีอาร์) ให้ความคุ้มครอง อย่างไรก็ดี ชนกลุ่มน้อยไทยใหญ่และชนเผ่าอื่นจากรัฐฉานนั้นมิได้รับยอมรับจากรัฐไทยให้ให้พัก
พิงรวมกันเป็นค่ายได้ จึงจำต้องหลบซ่อนและดิ้นรนหาเลี้ยงชีวิตด้วยการเป็นแรงงาน

นักศึกษาปัญญาชนซึ่งเคยมีบทบาทเรียกร้องประชาธิปไตยได้หลบหนีการปราบปรามเข้าประเทศไทยนับแต่ปี 2531 ผู้ที่ผ่านการพิจารณาของยูเอ็นเอชซีอาร์จะต้องลงทะเบียนเข้าอยู่ในศูนย์มณีลอย จังหวัดราชบุรี ผู้ที่ไม่ต้องการอยู่ภายใต้การควบคุมเข้มงวดจะออกไปหลบซ่อนปะปนกับแรงงานอพยพและผู้ลี้ภัยการเมืองอื่นๆที่ไม่มีโอกาสผ่าน
การพิจารณาดังกล่าว

แรงงานอพยพจากประเทศพม่าและครอบครัว ทั้งหนุ่ม สาว เด็กเล็ก และคนชรากว่าล้านคนกระจายซ่อนตัวอยู่ทั่วประเทศไทย ส่วนใหญ่พวกเขาจะทำงานในสาขาที่คนไทยปฏิเสธ ทั้งที่เป็นงานหนักรายได้น้อย เสี่ยงอันตราย สกปรก หรือเป็นงานตามฤดูกาล
ที่รายได้ไม่แน่นอน

ประเทศไทยและคนพลัดถิ่น

ประเทศไทยมิเคยผูกพันตัวเองด้วยการลงนามร่วมเป็นภาคีในอนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัยอันเป็นกฎหมายระหว่างประเทศ
ที่คุ้มครองสิทธิมนุษยชนของผู้ลี้ภัย ในกรณีผู้ลี้ภัยจากพม่านั้น รัฐบาลไทยได้อนุญาตให้ที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัยจำนวนหนึ่ง โดยมีข้อตกลงกับยูเอ็นเอชซีอาร์ที่จะให้การเดินทางกลับหรือเดินทางไปประเทศที่สามเป็นไปโดยสมัครใจ และจะดูแลให้ผู้ลี้ภัยได้รับปัจจัยสี่ครบตามมาตรฐานชีวิตขั้นต่ำเป็นอย่างน้อย

สำหรับแรงงานอพยพ ปัจจุบันรัฐอนุมัติให้แรงงานพม่าจำนวนหนึ่งอยู่ทำงานได้ชั่วคราวเป็นระยะปีต่อปีในสาขางานและพื้นที่
ที่กำหนด อย่างไรก็ดี จำนวนที่อนุมัติเป็นเพียงประมาณร้อยละ 10 ของจำนวนแรงงานอพยพทั้งหมดเท่านั้น

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประชาชนพม่าพลัดถิ่น

ประชาชนพลัดถิ่นจากพม่ามักถูกเสนอภาพเป็นปัญหาความมั่นคงของชาติ และถูกสร้างภาพผ่านสื่อต่าง ๆให้เป็นอาชญากรใจ
โหดเหี้ยม เป็นตัวแพร่เชื้อโรคร้าย เป็นผู้ทำลายป่าและสิ่งแวดล้อม เป็นแกงค์ค้ายาเสพติด เป็นผู้ก่อปัญหาคนไทยตกงาน ฯลฯ

หากข้อเท็จจริงก็คือ ไม่มีผู้ใดต้องการพลัดถิ่นฐานบ้านเรือนและคนที่รัก และไม่มีผู้ใดมีความสุขกับการมาขอพักพิงในแผ่นดิน
ที่ตนมิได้มีสิทธิในฐานะพลเมือง

ในแผ่นดินของคนแปลกหน้าแปลกภาษาและแปลกวัฒนธรรม ประชาชนพลัดถิ่นจากพม่าถือสถานะ"ผู้เข้าเมืองผิดกฎหมาย" แม้ผู้ลี้ภัยในค่ายและแรงงานที่มีใบอนุญาตก็เป็นผู้เข้าเมืองผิดกฎหมายที่"ได้รับผ่อนผันให้อาศัยอยู่ได้ชั่วคราว” เท่านั้น ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงเปราะบางต่อการถูกข่มเหงทำร้าย ทารุณ รีดไถ โกงค่าแรง คุมขัง บังคับใช้งานดั่งทาส หรือถูกข่มเหงทางเพศ โดย
นายจ้าง นายหน้า เจ้าหน้าที่ไทย ประชาชนไทย รวมทั้งผู้พลัดถิ่นด้วยกัน

ปี 2543 รัฐบาลไทยประกาศจะส่งผู้ลี้ภัยการเมืองไปประเทศที่สามทั้งหมด และกำหนดจะผลักดันผู้ลี้ภัยชน
กลุ่มน้อยกลับพม่าภายใน 3 ปี สำหรับแรงงานอพยพนั้น มาตรการหลักก็ยังคือการกวาดจับผลักกลับประเทศซึ่งพิสูจน์แล้วว่าไร้ผล

ทั้งนี้ แม้ประเทศพม่าจะยังคงเป็นดินแดนแห่งการละเมิดสิทธิมนุษยชน และการประหัตประหารก็ตามที

เพื่อนไร้พรมแดน

โครงการเล็ก ๆที่ถือกำเนิดขึ้นเมื่อกรกฎาคม 2542 เพื่อสนับสนุนความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างประชาชนไทยและพม่า โดยเฉพาะประชาชนพม่าพลัดถิ่นในประเทศไทย เพื่อสังคมที่สันติ และเคารพในสิทธิมนุษยชนของมนุษย์ทุกผู้คน

เพื่อนไร้พรมแดนเชื่อมั่นในหลักการสิทธิมนุษยชนไร้พรมแดน ไม่ว่าจะเป็นเขตแดนทางภูมิศาสตร์ ชาติ ศาสนา สีผิว เพศ หรือ
ความคิดเห็นใด ๆ เราเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนถือกำเนิดมาด้วยศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ เสรีภาพ และความเสมอภาคด้วยกันทั้งสิ้น

แม้การย้ายถิ่นจะเป็นธรรมชาติของมนุษย์ หากผู้ที่ถูกบีบเค้นและผลักไสให้ย้ายถิ่นนั้น เป็นผู้ที่เพื่อนมนุษย์สมควรที่จะให้กำลังใจ
ช่วยเหลือ เราเชื่อว่าเมื่อมิตรภาพเกิดขึ้นแล้ว นอกจากเพื่อนย่อมจะไม่ทำร้ายเพื่อน เพื่อนก็จะไม่อยู่นิ่งเฉยเมื่อเพื่อนถูกทำร้าย

เรามุ่งหวัง ว่ามิตรภาพระหว่างประชาชนไทย-พม่าจะช่วยสนับสนุนให้นโยบายรัฐไทยที่มีต่อประชาชนพม่าพลัดถิ่นและต่อประเทศ
พม่า ตั้งอยู่บนพื้นฐานการเคารพในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ เพื่อสังคมไทยและภูมิภาคที่ภาคภูมิด้วยสันติ

กิจกรรม
เพื่อนไร้พรมแดนมุ่งประสานเครือข่าย เพื่อเสนอการศึกษาสิทธิมนุษยชนให้แก่สังคมผ่านรูปแบบกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้

1. งานเผยแพร่และให้บริการข้อมูลข่าวสารเกี่ยวเนื่องกับประชาชนพม่าพลัดถิ่นในประเทศไทย ผ่านทางสื่อสิ่งพิมพ์ งานวิจัย
รายงานข้อเท็จจริง และการให้บริการห้องสมุด
2. งานรณรงค์เพื่อความตระหนักและเคารพในสิทธิมนุษยชนของเพื่อนต่างเชื้อชาติและสัญชาติ และเสนอแนะข้อคิดเห็นเพื่อ
ประสานงานกับหน่วยราชการไทย
3. การจัดการอบรม สัมมนาวิชาการ วงพูดคุยอภิปรายย่อย เพื่อขยายองค์ความรู้เกี่ยวกับการย้ายถิ่น ผู้ลี้ภัย ประชาชนพม่าพลัดถิ่น
และประเทศพม่า

ท่านจะสนับสนุนกิจกรรมของเราได้อย่างไร
ให้ที่ติดต่อของท่านไว้ เพื่อรับและแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนและประชาชนพลัดถิ่นจากพม่า และกำหนดการ
กิจกรรมจากเรา
ให้การสนับสนุน ซื้อและช่วยเผยแพร่สื่อต่าง ๆของเพื่อนไร้พรมแดน
เป็นมิตรกับผู้พลัดถิ่นทุกคนที่ท่านได้พบเห็นรู้จัก และมิได้เคยพบเห็นรู้จัก