|
เหตุ.. พม่า.. นาร์กีส..
นักศึกษาไทยทำอะไรไปบ้าง?


เป็นที่ทราบโดยทั่วไปว่า ภัยพิบัติทางธรรมชาติ เป็นสิ่งที่มนุษย์มิอาจหลีกเลี่ยงได้
และเป็นเหตุการณ์ที่มีโอกาสจะเกิดขึ้นได้ทุกพื้นที่ ทุกเวลา
...ล่าสุด เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2551 ที่ผ่านมาเหตุการณ์พายุไซโคลนนาร์กีสพัดเข้าถล่มประเทศพม่า
ความรุนแรงของพายุได้สร้างความเสียหายอย่างหนัก มีการคาดเดาไว้ว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจสูงถึง
100,000 คน ทั้งนี้ยังไม่รวมผู้สูญหายและผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนมาก
ในฐานะประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศไทย ก็ไม่ได้อยู่นิ่งเฉย มีกลุ่มองค์กร
ทั้งหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนต่างๆ ออกมาแสดงน้ำใจ ตั้งศูนย์ระดมบริจาคสิ่งของที่จำเป็นเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพม่า
และพยายามเป็นศูนย์กลางการระดมความช่วยเหลือจากต่างประเทศสู่พม่า
แม้รัฐบาลทหารพม่ายังแสดงท่าทีนิ่งเฉยและออกจะกีดกันต่อความช่วยเหลือดังกล่าวก็ตาม
ในบ้านเรา.... เหตุการณ์ในครั้งนี้ยังเกิดกระแสการตื่นตัวในหมู่นิสิตนักศึกษา
คนรุ่นใหม่ ที่จะแสดงความช่วยเหลือต่อผู้ประสบภัย โดยมีกลุ่มนักศึกษา
นักกิจกรรมและผู้ที่ทำงานด้านสังคมจำนวนหนึ่ง นำโดย คุณภูมิวัฒน์
นุกิจ เจ้าหน้าที่จากคณะทำงานศูนย์ประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในพม่า
(ประจำประเทศไทย) คุณโจ หรือ Mr.
Kyaw Lin Oo นักศึกษาพม่าที่กำลังศึกษา ในมหาวิทยลัยรามคำแหง
และกลุ่มกิจกรรมนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้จัดประชุมหารือถึงแนวทางในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพม่าขึ้นในวันที่
11 พฤษภาคม 2551 ที่ผ่านมา
คุณภูมิวัฒน์
นุกิจ กล่าวถึงที่มาที่ไปของการประชุมในครั้งนี้ ว่า "หลังจากที่เกิดพายุนาร์กีส
พัดเข้าถล่มก่อให้เกิดความเสียหายอย่างหนักประเทศพม่า ในฐานะที่ผมเคยทำงานกิจกรรม
จึงได้รวมกลุ่มนักกิจกรรมต่างๆ เพื่อก่อตั้งเป็นศูนย์ประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในพม่าประจำประเทศไทย
ซึ่งคณะทำงานหลักๆ เป็นกลุ่มบุคคล นักกิจกรรมที่ทำงานในองค์กรต่างๆ
เช่น ด้านการพัฒนา ด้านประชาธิปไตย ด้านสิทธิมนุษยชน และนักสื่อสารมวลชน
ได้รวมตัวกัน และเห็นว่าประเด็นนี้เป็นการสูญเสียของมนุษยชาติ
การประชุมในครั้งนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของการหาทางที่จะระดมสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยดังกล่าว
ส่วนแนวทางในการดำเนินงานต่อไปนั้น ควรที่จะรณรงค์และหยิบยกเรื่องนี้ให้เป็นประเด็นสาธารณะ
เพราะประเด็นเรื่องภัยพิบัติเป็นประเด็นสาธารณะ อาจเกิดขึ้นที่ประเทศไหนก็ได้
ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย ดังนั้นก้าวต่อไปก็คือการรณรงค์ในเรื่องนี้"
นอกจากนี้แล้ว สถานการณ์ที่รัฐบาลทหารพม่า ยังหวาดระแวงการช่วยเหลือจากนานาประเทศ
ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการรวมกลุ่มแบบนักศึกษา โดยหวังว่าภาพลักษณ์และพลังอันบริสุทธิ์ของนักศึกษา
จะช่วยลดความหวาดระแวงของรัฐบาลทหารพม่าลงได้บ้าง เป็นอีกหนทางที่จะสามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยในฐานะเพื่อนมนุษย์
โดยในเบื้องต้นจะตั้งศูนย์รับบริจาคของในแต่ละกลุ่มในเครือข่าย
โดยขอรับบริจาคเป็นสิ่งของเครื่องใช้
เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค และในส่วนของการนำไปช่วยเหลือนั้น
ทางเครือข่ายจะประสานไปทางแกนนำเครือข่ายนักศึกษาในพม่า เพื่อนำสิ่งของส่งต่อไป
ส่วนในประเด็นอื่นๆ ที่จะเป็นการเคลื่อนไหว งานกิจกรรมรณรงค์เพื่อกดดันรัฐบาลทหารพม่า
หรือการช่วยเหลือในอนาคตนั้น แต่ละกลุ่มกิจกรรมจะพิจารณาต่อไป
ในส่วนของ
คุณโจ หรือ Mr. Kyaw Lin Oo นักศึกษาชาวพม่าซึ่งจะเป็นแกนหลักในการประสานงานระหว่าง
เครือข่ายนักศึกษาไทยกับเครือข่ายนักศึกษาพม่านั้น กล่าวว่ารู้สึกดีใจมากที่นักศึกษาไทย
ได้มารวมตัวกันเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพม่า ซึ่งสามารถเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความสัมพันธ์ระหว่าง
ไทยกับพม่า ที่มีมาอย่างยาวนาน
"ตอนนี้ผู้ประสบภัยเดือดร้อนมาก และไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
แม้ตัวเลขผู้ประสบภัยยังไม่แน่นอน และตัวเลขที่รัฐบาลพม่าให้จะตรงกับความเป็นจริงหรือไม่
แต่คิดว่าคงจะเยอะมหาศาล แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ผู้ประสบภัยนั้นต้องการความช่วยเหลือแม้ว่ามันจะน้อยนิดแต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้ช่วยเยียวยาอะไรพวกเขาเลย
การช่วยเหลือในครั้งนี้...แสดงให้เห็นถึงมิตรภาพ และจะเป็นมิตรภาพที่ยืนยาวอย่างแน่นแฟ้นและแน่นอน
และในอนาคต หากว่าประเทศไทยต้องการความช่วยเหลืออะไร ชาวพม่าก็พร้อมที่จะตอบแทนและช่วยเหลือประเทศไทย
เพราะถึงอย่างไรไทยกับพม่าก็เป็นประเทศเพื่อนบ้านกัน"
คุณอภิสิทธิ เหล่าลุมพุก นักกิจกรรม ชมรมค่ายอาสาพัฒนา
มหาวิทยาลัยรามคำแหง หนึ่งในคณะทำงานของโครงการนี้กล่าวว่า ตนได้ติดตามเรื่องราวของประเทศพม่ามาโดยตลอด
โดยเฉพาะประเด็นของสถานการณ์ทางการเมือง ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น
จึงยินดีที่จะมาร่วมพูดคุยถึงแนวทางของการช่วยเหลือ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่นักสึกษาได้มีส่วนร่วมในโครงการนี้เช่นกัน
"การรวมกลุ่มในครั้งนี้แม้จะมีพลังเพียงน้อยนิด
และอาจจะช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ไม่มากนัก แต่ในมุมมองของนักกิจกรรมของ
ม.ราม นั้นมองว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำนั้นแม้จะมีประโยชน์เพียงเล็กน้อย
แต่มันก็ยังดีกว่าเราไม่ทำอะไรเลย" ตัวแทนกลุ่มกิจกรรมนักศึกษา
มหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าว
แม้ว่าการรวมกลุ่มของนักศึกษานักกิจกรรมในครั้งนี้ จะเป็นเพียงพลังเล็กๆ
ที่ต้องการทำอะไรบางอย่าง เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ประสบภัย
แต่พลังเล็กๆ เหล่านี้ก็สามารถทำให้สังคมเรามีความหวัง โดยเฉพาะพลังของคนรุ่นใหม่
ที่เป็นทั้งพลังและความหวังของชาติในอนาคต ที่อย่างน้อยยังมีมุมมองความคิดที่เกี่ยวกับการรับผิดชอบต่อสังคม
"จิตอาสา จิตสาธารณะ" ที่เป็นอิสระจากขอบเขตของชนชั้น
วัฒนธรรม เชื้อชาติ และภาษา เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการทำงานข้ามเครือข่ายนักศึกษาระหว่าง
กลุ่มนักศึกษาไทยกับเครือข่ายนักศึกษาต่างชาติ นับเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง
จนส่งผลต่อการทำงานเครือข่ายนักศึกษาในอนาคตก็เป็นได้
ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย
webmaster@thaingo.org
14 พฤษภาคม 2551
หมายเหตุ:
สอบถามข้อมูล บริจาคสิ่งของได้ที่
http://www.thaingo.org/prboard_3/view.php?id=1897
|