|
ที่นี่ใครใหญ่
เขตรักษาพันธุ์ฯ หรือประชาชน
ชาวบ้านห้วยระหงส์และบ้านห้วยหวาย ตำบลปากช่อง อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์
ได้รับความเดือดร้อนจากกรณีการประกาศ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูผาแดง
ทำให้เกิดปัญหาการทับซ้อนสิทธิในที่ดินทำกิน ขณะที่บ้านห้วยกลทาได้ถูกกำหนดเป็นพื้นที่เป้าหมายของโครงการหมู่บ้านป่าไม้แผนใหม่
ตามมาด้วยการข่มขู่คุกคามและเกิดคำถามกลางที่ชุมชนขึ้นว่า ที่นี่ใครใหญ่

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูผาแดง ตั้งอยู่บริเวณที่ดินป่าลุ่มน้ำป่าสักฝั่งซ้าย
ในท้องที่ตำบลท่าอิบุญ ตำบลห้วยไร่ ตำบลบ้านติ้ว ตำบลปากช่อง ตำบลบ้านกลาง
และตำบลช้างตะลูด อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ทิศเหนือและทิศตะวันออก
ติดต่อ อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ซึ่งเป็นแนวเขตกั้นระหว่างภาคอีสานและภาคเหนือ
สภาพพื้นที่ทั่วไปเป็นเทือกเขาสูง มีสภาพป่าอุดมสมบูรณ์ เป็นป่าต้นน้ำที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง
ใจกลางพื้นที่ดังกล่าวคือชาวบ้านที่ตั้งรกรากหากินอยู่กับป่ามาช้านาน ท้ายที่สุดนำมาสู่ความขัดแย้งอีกครั้ง
เมื่อเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูผาแดงประกาศให้ชาวบ้านออกจากพื้นที่ และใช้กำลังข่มขู่จับกุมชาวบ้านที่อาศัยในเขตดังกล่าว
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูผาแดง มีพระราชกฤษฏีกาประกาศเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน
2542 เนื้อที่ทั้งสิ้น 146,845 ไร่ โดยการผนวกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติลุ่มน้ำป่าสักฝั่งซ้ายเข้าเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดังกล่าว
จากการประกาศเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูผาแดง ได้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อราษฎรในพื้นที่ที่ถือครองทำประโยชน์ในพื้นที่มาก่อน
ทั้งสิทธิในที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัยและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในพื้นที่ป่าไม้
ทั้งนี้เนื่องจากราษฎรจำนวน 2 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านห้วยระหงส์ บ้านห้วยกลทา
ตำบลปากช่อง อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ตั้งถิ่นฐานทำกินมาตั้งแต่ปี
พ.ศ. 2460 และ พ.ศ.2506 ตามลำดับ ปัจจุบันบ้านห้วยระหงส์มี 277 ครัวเรือน
จำนวนประชากร 1,224 คนซึ่งอยู่มาร้อยกว่าปี จัดเป็นชุมชนใหญ่ บ้านห้วยกลทาจำนวน
31 ครัวเรือน ประชากร 148 คน และอีกหนึ่งหมู่บ้านที่อยู่ติดเขตคือ บ้านห้วยหวาย
17 ครอบครัว ปัจจุบันถูกย้ายออกจากพื้นที่ไปแล้ว
เหตุการณ์ข่มขู่ คุกคามชาวบ้านห้วยกลทา บ้านห้วยหวาย ตำบลปากช่อง อำเภอหล่มสัก
จังหวัดเพชรบูรณ์ เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน 2548 ที่ผ่านมา ได้ส่งสัญญาณถึงความรุนแรงขึ้นอีกครั้งหนึ่งของประวัติศาสตร์การจัดการทรัพยากรป่าไม้ไทย
ที่เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูผาแดง ในนาม ตัวแทนรวมศูนย์
ได้กระทำต่อประชาชน เนื่องจากกรณีพิพาทเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูผาแดง
รวมทั้งการกำหนดพื้นที่หมู่บ้านห้วยกลทาเป็นพื้นที่เป้าหมายโครงการหมู่บ้านป่าไม้แผนใหม่ของสำนักบริหารในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่
11 ในปีงบประมาณ 2548 เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวชาวบ้านห้วยหวาย จำนวน 16 รายส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ส.ภ.ต.บ้านกลางในวันที่ 11 มิถุนายน ที่เข้าไปตรวจสภาพพื้นที่อยู่อาศัย ที่ทำกินเดิมของตนเอง
ซึ่งถูกอพยพมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2545 มาถึงวันที่ 13 มิถุนายน 2548 ได้เกิดเหตุการณ์เผชิญหน้าระหว่างชาวบ้านห้วยกลทากับเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่รักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูผาแดง
มีการแจ้งให้ดำเนินคดีกับชาวบ้านว่าขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน
ทั้งๆที่ชาวบ้านไม่มีพฤติกรมดังกล่าว กระทั่งถึงเหตุการณ์การยิงปืนในบริเวณรอบหมู่บ้านและข่มขู่ชาวบ้านที่ไปเก็บเห็ด
หน่อไม้ ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายนเป็นต้นมา
สวาท อุปฮาด ตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า
ชาวบ้านโดนไล่ขึ้นรถของป่าไม้ไกลถึง 50 กิโลเมตร นาน4 ชั่วโมง แค่นี้ถือเป็นการทำให้สูญเสียอิสรภาพแล้ว
การกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐถือเป็นการละเมิดสิทธิของประชาชนอย่างรุนแรง กลไกที่พยายามสร้างขึ้นก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาที่นับวันรุนแรงขึ้น
อยากให้มีการจัดเวทีเจรจาให้ทันกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจของชาวบ้าน
ที่ผ่านมามีการมอบอำนาจให้ตัวแทนหลายส่วนเข้าไปทำ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นไม่เป็นไปตามที่คุยกัน
ส่วนเรื่องโครงการป่าไม้แผนใหม่ ชาวบ้านยังไม่มีความเข้าใจ ชาวบ้านเองต้องการข้อเท็จจริง
ทั้งที่มีการประชุมกันแล้วก่อนหน้านี้ว่า ให้เอาชาวบ้านและเจ้าหน้าที่รัฐไปอบรมเกี่ยวกับป่าไม้แผนใหม่
แล้วให้ทั้งสองส่วนมาพูดคุยกันว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง ตรงนี้ทำให้เกิดการทำงานร่วมกันได้และนำไปสู่การแก้ปัญหา
แต่วันนี้ไม่ได้ปฏิบัติตามที่คุย และยังไปข่มขู่ชาวบ้าน โดยไม่มีการสำรวจมาก่อน
ปราโมทย์
ผลภิญโญ เจ้าหน้าที่โครงการจัดการทรัพยากรต้นน้ำเซิน กล่าวว่า
ชาวบ้านได้จัดทำข้อเสนอทั้งหมด 3 ข้อ คือให้ยุติการข่มขู่คุกคามราษฎร เชื่อมโยงไปถึงมิติกระบวนการทำงานร่วมกัน
2.ให้ยกเลิกโครงการป่าไม้แผนใหม่ที่บ้านห้วยกลทา ซึ่งสำนักบริหารจัดการพื้นที่ป่าอนุรักษ์
11 ได้กำหนดพื้นที่เป้าหมายดังกล่าวในปีงบประมาณ 2548 ซึ่งชาวบ้านได้ทำประชาคมพร้อมยื่นหนังสือให้นายอำเภอตั้งแต่วันที่
14 มิถุนายน ที่ผ่านมา มีการเสนอพื้นที่นำร่องในการจัดการทรัพยากรโดยประชาชน
ประการสุดท้าย เสนอไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ให้ลงมาดูข้อเท็จจริงในพื้นที่ว่าปัญหาแท้จริงเป็นอย่างไร และกำหนดแนวทางแก้ปัญหาในลำดับต่อไป
อย่างไรก็ตามการเดินทางมาชุมนุมเรียกร้องเมื่อวันที่ 20 และ 21 มิถุนายน
บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ผ่านมา นำมาสู่ข้อเรียกร้องทั้งสามข้อคือ
1.ให้ ฯพณฯ ยงยุทธ์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
มีคำสั่งหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ยุติการข่มขู่ คุกคามราษฎรที่เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ทำกินของตนเอง
ตลอดทั้งการเก็บหาของป่าเพื่อใช้ในการดำรงชีพ โดยการดำเนินการใดๆให้เป็นไปตามกระบวนการแก้ไขปัญหาที่มีการประชุมร่วมกันของคณะทำงานที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์มีคำสั่งแต่งตั้ง
เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2548
2.ให้ ฯพณฯ มีคำสั่งยกเลิกการกำหนดบ้านห้วยกลทา เป็นพื้นที่เป้าหมายโครงการหมู่บ้านป่าไม้แผนใหม่
เนื่องจากชาวบ้านไม่มีความต้องการ ทั้งนี้ตามรายละเอียดในผลการประชาคมหมู่บ้านที่แนบมาด้วย
แล้วให้กำหนดเป็น พื้นที่นำร่องการจัดการทรัพยากรธรรมชาติโดยองค์กรชุมชน
ตามรายละเอียดโครงการที่ชาวบ้านนำเสนอ
3.ให้ ฯพณฯ ลงพื้นที่เพื่อสำรวจข้อเท็จจริง เกี่ยวกับสภาพปัญหาและผลกระทบที่เกิดจากการประกาศเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูผาแดง
 
พื้นที่อำเภอน้ำหนาวและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ มีปัญหามาจากข้าราชการประจำ
ที่ทำให้การแก้ไขปัญหาล่าช้า มีการทำงานแยกส่วน ไม่เคารพในการแก้ไขปัญหาของกรรมการที่จัดตั้งขึ้นมา
ในส่วนของหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์ฯไม่ใส่ใจกระบวนการแก้ปัญหา โดยเฉพาะคำประกาศ
ที่นี่ใครใหญ่ กลายเป็นตัวบ่งชี้ถึงผู้มีอิทธิพลในคราบกรมป่าไม้ไทย
ท้ายที่สุดกำลังเบี่ยงเบนเรื่องป่าไม้แผนใหม่ ที่ให้คนอยู่กับป่าอย่างสมดุล
เป็นรุกไล่ที่คนออกจากป่าอย่างถาวร
ลำดับเหตุการณ์
วันที่ 8 ธันวาคม 2547 ชาวบ้านห้วยระหงส์
ยื่นหนังสือร้องทุกข์กรณีปัญหาเขรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูผาแดงทับที่ทำกิน
ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กำนันตำบลปากช่อง สมาชิกสภาจังหวัดเพชรบูรณ์
นายอำเภอหล่มสัก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 7 จังหวัดเพชรบูรณ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูผาแดง
แต่การดำเนินการไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด
วันที่ 5 มีนาคม 2548 ชาวบ้านได้ยื่นหนังสือต่อนายอำเภอหล่มสัก
เพื่อให้ประสานงานไปยังหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูผาแดง มาชี้แจงข้อมูลข้อเท็จจริงกรณีการประกาศเขต
และการติดป้ายเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทับซ้อนกับพื้นที่ทำกินของราษฎร
โดยนัดหมายในวันที่ 7 มีนาคม 2548 ที่สำนักสงฆ์บ้านห้วยระหงส์ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ให้ความร่วมมือกับราษฎร
วันที่ 10 มีนาคม 2548 ชาวบ้านห้วยระหงส์ บ้านกลทา และบ้านห้วยหวาย
(หมู่บ้านที่โดนอพยพออกจากพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูผาแดง เมื่อปี
พ.ศ.2545) จำนวน 100 คน ได้เดินทางไปยังที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
เพื่อรับฟังคำชี้แจงข้อมูลจากหัวหน้าเขตฯ ซึ่งมีการประชุมเจรจาร่วมกัน
โดยชาวบ้านเสนอให้มีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมทั้ง 2 ฝ่าย ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาการจำแนกพื้นที่การใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่พิพาท
แต่ไม่สามารถหาข้อยุติได้ เนื่องจากหัวหน้าเขตฯแจ้งว่าไม่มีอำนาจและการดำเนินการตรวจสอบการถือครอง
ทำประโยชน์ที่ดิน ได้มีการดำเนินงานแล้วตั้งแต่ช่วงการเตรียมประกาศเป็นเขตป่าอนุรักษ์
วันที่ 26 เมษายน 2548 ชาวบ้านได้เข้าร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์
วันที่ 3 พฤษภาคม ผลปรากฏว่า นายปรีชา เรืองจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด
ได้มีหนังสือแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนัดประชุมเจรจาแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียนของราษฎร
และมีการประชุมเจรจาเพื่อแสวงหามาตรการแก้ไขปัญหาของทุกฝ่าย
วันที่ 25 พฤษภาคม 2548 ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ นายดิเรก
ถึงฝั่ง ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรพื้นที่อำเภอหล่มสัก
และพื้นที่อำเภอน้ำหนาว โดยพื้นที่อำเภอหล่มสักมีนายอำเภอเป็นประธาน
วันที่ 9 มิถุนายน 2548 ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ นายดิเรก
ถึงฝั่ง ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาระดับพื้นที่อำเภอหล่มสัก
และคณะทำงานชุดดังกล่าวได้ประชุมครั้งแรก โดยมติที่ประชุมให้ดำเนินการสำรวจ
ตรวจสอบสภาพความเสียหายและการถือครองทำประโยชน์ที่ดิน มีการเดินสำรวจพื้นที่ของชาวบ้านห้วยระหงส์และบ้านห้วยกลทา
วันที่ 11 มิถุนายน 2548 เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูผาแดง
ได้เข้าควบคุมตัวชาวบ้านห้วยหวาย จำนวน 16 ราย ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ส.ภ.ต.บ้านกลาง อันเนื่องมาจากชาวบ้านได้เข้าสำรวจตรวจสอบสภาพพื้นที่เดิมที่ถูกอพยพ
โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งความและลงบันทึกประจำวันไว้
วันที่ 13 มิถุนายน 2548 เกิดเหตุการณ์เผชิญหน้ากันระหว่างเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูผาแดง
กับชาวบ้านห้วยกลทา โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่าจะเข้าสำรวจพื้นที่ แต่ชาวบ้านไม่ยินยอมเนื่องจากการดำเนินการใดๆต้องเป็นไปตามข้อตกลงที่คณะทำงานได้มีมติร่วมกัน
ทำให้เจ้าหน้าที่แจ้งให้ตำรวจเข้ามาดำเนินการกับชาวบ้าน โดยอ้างว่าขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน
วันที่ 15-17 มิถุนายน 2548 มีการข่มขู่ชาวบ้านที่เข้าเก็บหาของป่าในบริเวณรอบหมู่บ้านห้วยกลทา
ทั้งยิงปืน ใช้วาจาข่มขู่ถากถาง ทำให้ชาวบ้านตกอยู่ในภาวะหวาดกลัว
และในวันที่ 15 มิถุนายน คณะทำงานได้ลงพื้นที่ศึกษา สำรวจสภาพความเสียหาย
กรณีการอพยพราษฎรบ้านห้วยหวาย 17 ครอบครัว |
พลกฤษณ์ จริงจิตร
ทีมงานไทยเอ็นจีโอ รายงาน
27 มิถุนายน 2548
|