มูลนิธิคุ้มครองเด็ก 
ไม่เห็นด้วยกรณี ข้อสรุปให้เปิดสถานบันเทิงถึงตี ๓

จากกรณีที่คณะทำงานพิจารณาคำขอขยายเวลาเปิดสถานบันเทิงของกระทรวงมหาดไทย มีการประชุมเมื่อ
วันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๔๓ และในการประชุมดังกล่าวได้เชิญ พลเอกยุทธนา ดำดีส.ว.นนทบุรี มาร่วมให้ความ
เห็นด้วย เนื่องจากเป็นผู้รับร้องเรียนจากสมาคมผู้ประกอบการสถานบันเทิงแห่งประเทศไทย ซึ่ง ส.ว.ที่เข้าร่วม
ประชุมดังกล่าวยืนยัน ความเห็นให้ขยายเวลาเปิดสถานบันเทิงไปถึงตี ๕ แต่คณะทำงานมีข้อสรุปเห็นควรให้
เปิดถึงตี ๓ และจะเสนอความเห็นให้ รมต. มหาดไทย ในวันที่ ๒๗ พ.ย. ๔๓ เพื่อพิจารณาออกกฎกระทรวงต่อไป

จากข้อสรุป ของที่ประชุมคณะทำงานดังปรากฏข่าวข้างต้นนั้น มูลนิธิคุ้มครองเด็กไม่เห็นด้วยกับข้อสรุป
 ด้วยเหตุผลคือ

พ.ร.บ.สถานบริการที่บังคับใช้อยู่ คือ พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.๒๕๐๙ และกฎกระทรวงฯ ฉบับที่ ๖ ปี ๒๕๒๔
มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข พ.ร.บ. สถานบริการ ตามมาตรา ๓ คือสถานบริการที่ตั้งอยู่ในเขตพัทยา จ.ชลบุรี 
หรือแหล่งท่องเที่ยวอื่น ตามคณะรัฐมนตรีกำหนดเป็นการเปิดถึงตี ๒

ดังนั้นเมื่อกฎหมาย มิได้มีข้อกำหนดอย่างชัดเจนว่าพื้นที่ใดบ้าง ที่ผ่อนผัน อนุญาตให้สถานบันเทิง เปิดถึงตี ๒
และไม่ได้กำหนดว่าหากอนุญาตแต่ละครั้งแล้วจะอนุญาตให้เป็นเวลานานแค่ไหน อีกทั้งมีการฝ่าฝืน หรือเปิด
สถานบันเทิงเกินเวลาแล้ว ตามกฎหมาย มีโทษเพียงแค่ปรับไม่เกิน ๒,๐๐๐ บาท มีผลทำให้สถานบันเทิงเปิดเกิน
เวลากันโดยทั่วไป กอรปกับไม่มีการกวดขันกันอย่างจริงจังมาอย่างยาวนาน มีผลให้เกิดความเข้าใจกันโดยทั่วไป
ว่า กฎหมายอนุญาตให้เปิดถึงตี ๒ 

การปล่อยปละละเลยกันมาจนเคยชินกันเป็นเวลานาน ยังผลให้สถานบันเทิงเปิดเกินเวลาเพิ่มมาก
ขึ้นไปอีกจนถึงตี ๔ และตี ๕ กลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาด้วย

ในช่วงเวลาย้อนหลังประมาณ ๑ เดือนเศษที่ผ่านมา ไม่ว่าเหตุผลใดก็ตามทีทำให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้กวดขัน
ให้สถานบันเทิงเปิดแค่ตี ๒ ซึ่งหากพิจารณาตามกฎหมายก็นับว่าเป็นการผ่อนผันอยู่แล้ว แต่ด้วยการปฏิบัติ
ละเมิดกฎหมายอย่างเคยชินดังกล่าว ทำให้ผู้ประกอบการสถานบันเทิงออกมาเรียกร้องให้ขยายเวลาเปิดจากตี ๒
เพิ่มมากขึ้นอีก และได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อกรรมาธิการการปกครองของวุฒิสภา ซึ่งในเวลาต่อมากรรมาธิการ
การปกครองของวุฒิสภาขานรับเห็นด้วยสนับสนุนการอนุญาตให้เปิดสถานบันเทิงถึงตี ๕ สำหรับความเห็นของ
ส.ว. ที่เข้าร่วมประชุมกับคณะทำงานฯ หรือความเห็นของกรรมาธิการการปกครองวุฒิสภาเป็นความคิดเห็นอิสระ
เฉพาะตนและเฉพาะคณะกรรมาธิการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย แต่มิใช่เป็นตัวแทนความเห็นของ
ส.ว.ทั้งหมด โดยสำหรับข้าพเจ้านายมนตรี สินทวิชัย ฐานะ ส.ว.คนหนึ่ง มีความเห็นแตกต่างจากความเห็น
ดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง

เพราะที่ผ่านมานอกจากการละเมิดกฎหมายในเรื่องเวลาปิดของสถานบันเทิงที่กระทำกันมาอย่างยาวนานแล้ว
ยังมีการละเมิดกกหมายข้ออื่นๆ อีก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องให้เด็กอายุต่ำกว่า ๑๘ ปี เข้าไปใช้บริการซึ่งกฎหมาย
ไม่อนุญาต ตามมาตรา ๑๖
หรือการตั้งสถานบริการที่กฎหมายไม่อนุญาตให้ตั้งใกล้ชิดวัดหรือสถานที่ปฏิบัติพิธี
กรรมทางศาสนา โรงเรียน หรือโรงพยาบาล สโมสรเยาวชน หรือหอพัก หรือไม่ตั้งอยู่ในย่านที่ประชาชนพักอาศัย
อันจะก่อให้เกิดความเดือดร้อน รำคาญ แก่ประชาชน ผู้อยู่อาศัยใกล้เคียงเป็นต้น ตามมาตรา ๗

จากกรณีดังกล่าวเป็นที่น่าสังเกตอีกว่าในระยะแรกๆ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจกวดขันให้สถานบันเทิงปิดไม่เกิน
เวลาตี ๒ น้ำหนักและประเด็นการเรียกร้องของคุณสมยศ สุธางค์กูร นายกสมาคมผู้ประกอบการสถานบันเทิง
แห่งประเทศไทยนั้น เรียกร้องร้องแทนสถานบันเทิงประเภทคาเฟ่ แต่ต่อมาดูเหมือนการเรียกร้องจะขยายไปถึง
สถานบริการทุกประเภท และทั่วประเทศทำให้เชื่อได้ว่าผู้ประกอบการธุรกิจสถานบันเทิงบางคนอาจจะไม่ได้ทำ
ธุรกิจเพียงคาเฟ่เพียงอย่างเดียว คงมีธุรกิจ เช่น ผับหรือบาร์ ด้วย

และเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า สถานบันเทิงต่างๆ ที่ละเมิดต่อกฎหมายนั้นได้ก่อให้เกิดปัญหาสังคมมากมาย
ไม่ว่าจะเป็น

  • ปัญหาครอบครัว เมื่อผู้รับผิดชอบต่อครอบครัวติดเที่ยวสถานบันเทิง

  • ปัญหามั่วสุมทางเพศและยาเสพติด ในหมู่เยาวชนที่ไปเที่ยวสถานบันเทิง

  • ปัญหาผู้มีอิทธิพลและปัญหาส่วย

  • ปัญหาเด็กติดเที่ยวสถานบันเทิงที่อยู่ในวัยศึกษาเล่าเรียน เมื่อหาเงินเที่ยวไม่ได้ ก็จะนำไปสู่การขาย
    บริการทางเพศ ซึ่งเป็นกลุ่มเด็กกลุ่มที่มีปัญหารุนแรงมากในปัจจุบัน ดังปรากฎข่าวเป็นระยะ เป็นต้น

ดังนั้น ในภาวะที่เป็นปัญหาสังคม และโดยเฉพาะปัญหาเด็กและเยาวชนอยู่ในภาวะรุนแรงเช่นในปัจจุบันนี้
เป็นเรื่องไม่ชอบธรรมอย่างยิ่ง ที่จะขยายเวลาเปิดสถานบันเทิงต่างๆ ให้ถึงตี ๓

แต่สิ่งที่น่ากระทำอย่างต่อเนื่องก็คือการให้มีการกวดขันสถานบันเทิงให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ต่อเนื่องไปในทุกประเด็น โดยหากจะมีการอนุญาตให้เปิดถึงตี ๒ ตามที่เข้าใจกันแล้วขอให้มีการกำหนดพื้นที่
ให้ชัดเจนและหากมีการขายเวลาอนุญาตให้สถานบันเทิงเปิดถึงตี ๓ ตามข้อสรุปของคณะทำงานก็ขอให้มีการ
แยกแยะประเภทสถานบันเทิง แยกแยะพื้นที่ที่อนุญาตอย่างรัดกุมด้วยและพิจารณาแก้ไขให้กฎหมายเพิ่มโทษ
และมีผลบังคับใช้อย่างเด็ดขาด รวมไปถึงโทษการยึดใบอนุญาตอย่างถาวร ในกรณีที่สถานบันเทิงฝ่าฝืนกฎหมาย
โดยเฉพาะกรณีปล่อยให้เด็กอายุต่ำกว่า ๑๘ ปี เข้าไปในสถานบันเทิงควบคู่ไปด้วย

มูลนิธิคุ้มครองเด็กเชื่อมั่น รมต. มหาดไทยจะได้ทบทวนข้อเสนอของคณะทำงานที่อนุญาตให้สถานบันเทิง
เปิดถึงตี ๓ ใหม่ โดยฟังความเห็นของประชาชนส่วนใหญ่ด้วย เพราะหากเป็นไปตามความเห็นของคณะทำงานฯ
ดังกล่าวแล้ว ก็ยากที่จะอดสงสัยไม่ได้ว่า เพราะเหตุใดเมื่อมีการปฏิบัติที่ละเมิดต่อกฎหมายอยู่แล้วและมีไม่น้อย
ที่สร้างปัญหาสังคมและขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของชาติ กลับแก้กฎหมายให้ชอบธรรม
มากขึ้น และการพิจารณาการเรียกร้องนั้น กระทำอย่างเร่งด่วนด้วย ไฉนการเรียกร้องของเกษตรกรหรือคนยากจน
ที่เดือดร้อนในปัญหาต่างๆ กลับไม่ได้รับการตอบสนองอย่างรวดเร็วเช่นนี้ทั้งๆ ที่พวกเขาเป็นผู้ขาดโอกาส
ทางสังคมและสร้างประโยชน์ให้กับสังคมมาไม่น้อย.

นายมนตรี สินทวีชัย (ครูยุ่น)
เลขาธิการมูลนิธิคุ้มครองเด็ก
สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดสมุทรสงคราม

http://www.thaingo.org