| บทบาทคนหนุ่ม-สาว
รุ่นใหม่ คือพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมให้เจริญก้าวต่อไปได้ ดังนั้นหากวันนี้
คนหนุ่ม
-สาวไม่เข้ามามีบทบาทรับรู้ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในสังคม ไม่เข้ามาศึกษาพัฒนากระบวนการเรียนรู้-วิเคราะห์
ให้
เข้าใจแล้ว ยากนักที่กระบวนการคิด การเรียนรู้ของเยาวชนคนหนุ่ม-สาว
ในปัจจุบันและในอนาคต จะเข้าถึงและ
แยกแยะข้อเท็จจริงที่กำลังเกิดในขณะนี้ได้
 |
งานอาสาสมัครสากล
จึงกำเนิดขึ้นจากการประกาศขององค์การสหประชาติ ให้ปี 2544 เป็นปีอาสาสมัครสากล
เพื่อหันมาเชิดชู ใส่ใจคนทำงานเพื่อส่วนรวมทั้ง
ในอดีตที่ผ่านมาสู่ปัจจุบันและในอนาคต
วันที่ 13 ตุลาคม 2544 ณ สวนสยาม ทะเลกรุงเทพฯ ได้เปิดมหกรรมงานอาสา
สมัคร อย่างยิ่งใหญ่ขึ้น ชื่อ"สานศัรทธา สร้างสังคม "
ตั้งแต่เวลา 10.00-20.
00 น. โดยการประสานของมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคมและชมรมอาสาสมัครเพื่อ
สังคม เปิดโลกงานอาสาสมัครเพื่อสังคม โดยมีองค์กรพัฒนาเอกชนทั่วประเทศ
|
มาร่วมจัดนิทรรศการครั้งนี้
กิจกรรมหลักๆอาทิ กิจกรรมรณรงค์ ตลาดนัดอาสาสมัครงานพัฒนา พร้อมสินค้า
พื้นบ้าน อาหารพื้นเมือง นิทรรศการต่างๆ วงเสวนา พร้อมเคล้าเสียงเพลงจากอี๊ด
ฟุตบาธและซูซู
ในการจัดงานครั้งนี้
นางกรรณิการ์ ควรขจร ตัวแทนคณะกรรมการผู้ติดต่อประสานงานจากมูลนิธิอาสาสมัคร
เพื่อ
สังคม ได้กล่าว ชี้แจงวัตถุประสงค์การจัดงานครั้งนี้ กับทีมงาน
ไทยเอ็นจีโอว่า
"งานอาสาสมัครที่จะมีขึ้นครั้งนี้เป็นการร่วมมือกันระหว่าง มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม(
มอส.) และชมรมอาสา
สมัครเพื่อสังคม ซึ่งเป็นการจัดงานขึ้นเพื่อสอดรับกับงานอาสาสมัครสากลในวันที่
21 ตุลาคมนี้ด้วย ตามที่องค์การ
สหประชาชาติ ได้ประกาศให้ปี 2544 เป็นปีอาสาสมัครสากล
ในส่วนของ มอส. เองซึ่งทำงานเป็นองค์กรอาสาสมัครมา
20 กว่าปีแล้ว ก็เล็งเห็นความสำคัญในงานนี้ ว่าต้องมี
การรณรงค์เพื่อให้สังคมได้เข้าใจ โดยเฉพาะงานในส่วนขององค์กรพัฒนาเอกชน
ก็อยากจะเผยแพร่เรื่องราวให้
งานอาสาสมัครให้สังคมได้รับรู้ได้เข้าใจแล้วก็เข้ามามีส่วนร่วม
ส่วนหนึ่ง ก็เป็นโอกาสที่เราจะรวบรวมอดีตอาสาสมัครของ มอส. ที่เคยผ่านงานเหล่านี้ไปแล้ว
20 กว่ารุ่นประมาณ
500 กว่าคน เพื่อให้เขาเหล่านั้นมาพบกันด้วย นอกจากนั้นยังมีนักกิจกรรมเพื่อสังคมจากหน่วยงานอื่นๆ
ที่ทำงาน
พัฒนาสังคม จะได้มีโอกาสมาเจอะเจอกันซึ่งเราถือเป็นโอกาสดีในการสร้างเครือข่าย
งานอาสาสมัครขึ้นเพื่อเป็น
พลังในการพลังดันงานอาสาสมัครต่อไปในการสร้างคนรุ่นใหม่ๆให้มีอุดมการณ์อาสาสมัคร
งานนี้เราอยากให้ทุกคนมาร่วมกัน
ถ่ายทอดประสบการณ์สู่กันฟัง เพื่อประสานสายสัมพันธ์ สร้างกำลังใจเป็นเครือ
ข่ายร่วมกันไว้ จึงมีการจัดงานนี้เพื่อเผยแพร่ภาพงานอาสาสมัครจากองค์กรพัฒนาเอกชน
ให้สาธารณชนทราบ"
นางกรรณิการ์ กล่าว และยังวิเคราะห์ปัญหาคนหนุ่ม-สาวแห่งสมัยนี้เพิ่มเติมอีกว่า
"สำหรับเยาวชนคนหนุ่ม-สาวปัจจุบันนี้ อาจจะสนใจสถานการณ์ทั่วไปของสังคมบ้าง
แต่บางครั้ง กลุ่มนักศึกษาใน
รั่วสถาบันการศึกษา มักจะเน้นแต่การเรียนเป็นหลักและไม่สนใจกิจกรรมเพื่อสังคมมากนัก
หรือสนใจเป็นเรื่อง
รองๆ เท่านั้น แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าไม่มีนักศึกษา หันมาทำกิจกรรมเลย
เพียงแต่มองโดยภาพรวมแล้วน้อย
มาก
งานนี้เราจึงคาดหวังว่าสาธารณชนจะเข้าใจปัญหาสังคม
มากขึ้น เพราะว่าโดยความจริงแล้วปัญหาสังคมนั้น คน
รุ่นใหม่สามารถเข้าใจได้และถ้าเขาเข้ามาร่วมไม้ร่วมมือกันให้มากขึ้นการแก้ไขปัญหา
สังคมไทยย่อมมีทางออก
ที่ดีขึ้น และเราคิดว่าส่วนหนึ่ง งาน"สานศรัทธา สร้างสังคม"
จะเป็นเพียงงานจุดประกายให้คนทั่วไปหันมาทำ
ความเข้าใจการเป็นอาสาสมัคร ซึ่ง คงจะไม่ได้ผลหากหยุดแค่การจัดงานครั้งนี้
แต่เราวางเป้าหมายไว้ในระยะยาว
ด้วย ว่าจะมีการรณรงค์และจัดกิจกรรมอื่นๆ ต่อเนื่องตามมาอีกด้วย เพื่อสร้างความตื่นตัวให้คนเข้าร่วมรับรู้
ทำ
ความเข้าใจและร่วมทำกิจกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาสังคม ร่วมกับองค์กรพัฒนาเอกชนและองค์กรรัฐ"
นางกรรณิการ์
กล่าวย้ำ ก่อนจะสรุปทิ้งท้ายว่า กลไกที่สำคัญในการสร้างเยาวชนคนหนุ่ม-สาวให้หันมาสนใจปัญหาสังคมคือระบบ
การศึกษา
"ภายในงานนี้จะมีองค์กรพัฒนาเอกชนจากเครือข่ายต่างๆ
มาเปิดรับอาสาสมัครหลายองค์กรด้วยกันตามนโยบาย
อาสาสมัครที่จะมีการผลักดันขึ้น ซึ่งทาง มอส. ได้ประชุมกันเมื่อ เดือนที่แล้ว
จนได้ข้อสรุปเกี่ยวกับการสร้างอุดม
การณ์อาสาสมัครให้กับคนรุ่นใหม่ โดยประเด็นนหลักๆ ที่เราเสนอและให้น้ำหนักมากที่สุดนั้นคืออยากให้ระบบ
การศึกษา ในระดับอุดมศึกษาและมัธยมศึกษา เข้ามามีบทบาทในการสร้างอาสาสมัครรุ่นใหม่ๆ
ในระดับมัธยมก็หันมาใส่ใจกิจกรรมของนักเรียนมากขึ้น ส่งเสริมให้เขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหา
สังคมส่วนนักศึกษาก็หันมามองหลักสูตรการเรียนการสอนและเพิ่มเนื้อหาเกี่ยวกับการทำงานอาสาสมัครมากขึ้น
ให้
เขามองเห็นปัญหาสังคมมากขึ้นและขยายเงื่อนไขให้กลุ่มนักศึกษาสามารถเข้ามาทำกิจกรรมทางสังคมได้มากขึ้น
เช่น กำหนดเป็นวิชา หรือสามารถลาทำกิจกรรมได้ เป็นต้น โดยมีภาครัฐให้ความสนับสนุนทางด้าน
ทุน วัสดุ
อุปกรณ์
ส่วนปัญหาและอุปสรรคในการสร้างอาสาสมัครคนหนุ่ม-สาวรุ่นใหม่ๆ
นั้น สาธารณชนมักมองว่าเป็นปัญหาในเชิง
นิ่ง เป็นนามธรรม ไม่ร้อนแรงบีบคั้นให้ต้องเร่งรีบหันมาใส่ใจมากนัก
ทั้งที่จริงๆ แล้ว อาสาสมัครคือทางออกของ
ปัญหาพอสมควร เพราะนั่นคือการผลิตคนที่มีอุดมการณ์เพื่อส่วนรวม สนใจปัญหาสังคมและพร้อมที่จะหันมา
ช่วยเหลือกัน ดังนั้นภารกิจการสร้างงานกับภารกิจการสร้างคนต้องดำเนินไปพร้อมๆ
กัน เพื่อให้คนหนุ่ม-สาว ได้
เข้ามาเรียนรู้ความจริงของสังคมมากขึ้น "นางกรรณิการ์
กล่าว |