" ยิงแกนนำอนุรักษ์ป่าต้นน้ำคลองกระแดะ"

"ปี 2544 เป็นปีที่นักอนุรักษ์ต้องพลีชีพเพื่อพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถึง 6 ศพ เป็นปี ที่สาธารณชนสนใจการอยู่รอดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มากกว่าทรัพยากรธรรมชาติ ปีที่การบุกรุก ทำลายทรัพยากรมีมากมาย จนยากแก่การต้านทาน...เพราะกลุ่มอำนาจและกลุ่มอิทธิพลทั้งหลายใช้คำสั่งเดียวกันคือ...ฆ่า!! "

เมื่อคืนวันที่ 1 สิงหาคม 2544 เวลาประมาณ 21.00 น. นายสมพร ชนะพล อายุ 40 ปี ประธานกลุ่มอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ
คลองกระแดะ บ้านห้วยหอย หมู่ที่ 9 ต.คลองสระ อ.กาญจนดิษฐ์ ถูกลอบยิงเสียชีวิตด้วยปืนลูกซองเข้าที่กกหูขวาทะลุลำคอ
1 นัด ในบ้าน ซึ่งอยู่ในหมู่ที่ 9 ต.คลองสระ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ถูกยิงเสียชีวิต ขณะที่นายสมพรกำลังลุกออกจาก
ห้องนอนเพื่อมาดื่มน้ำ ชนวนการสังหารครั้งนี้น่าจะมาจากการที่ผู้ตายเป็นแกนนำในการรักษาป่าต้นน้ำคลองกระแดะ และเป็นคณะทำงานจังหวัดของคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาสมัชชาคนจน กรณีปัญหาเกี่ยวกับป่าไม้ของเครือข่ายป่าชุมชน
ภาคใต้

ทีมงานข่าว thaingo ยังยืนยันเกาะติดข่าว คนทำงานเพื่อสังคมต่อไปเพื่อเผยแพร่ความอยุติธรรมในซอกหลืบเล็กๆที่สื่อใหญ่ๆ
ปฏิเสธ ! และรายงานข่าวเพื่อพิทักษ์นักสู้เพื่อสังคมส่วนรวมอย่างเคียงบ่าเคียงบ่าเคียงไหล่

กรณีนายสมพร ชนะพล นักอนุรักษ์ป่าต้นน้ำคลองกระแดะ ต.คลองสระ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี นั้น ทีมข่าว thaingo
ได้รับฟังข้อเท็จจริงนายสมเกียรติ ประชุมรัตน์ เครือข่ายป่าชุมชนภาคใต้ ถึงประเด็นการสังหารนายสมพร ว่าเกิดจาก
ความขัดแย้งหลายๆ ประเด็นด้วยด้วยกัน

"โดยประเด็นหลักคือนายสมพร เป็นคนหนึ่งที่ลุกขึ้นมาคุยและเคลื่อนไหวเรื่องอนุรักษ์ต้นน้ำคลองกระแดะ พร้อมทั้งพยายาม
ยับยั้งการบุกรุกแผ้วถางด้วย จนนายสมพรเริ่มได้รับการยอมรับจากชาวบ้านมากขึ้นในเวลาต่อมา และมีการรวมกลุ่มกันหัน
มาดูแลรักษาป่าต้นน้ำแห่งนี้

การที่นายสมพรหันมารักษาป่าต้นน้ำคลองกระแดะ ก็เพราะว่าป่าแถบนี้ครั้งหนึ่งเคยเป็นฐานของพรรคคอมมูนิสต์ไทยเมื่อ
หลายสิบปีก่อน อีกทั้งนายสมพรเองก็เคยเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยในสมัยนั้น แม้ว่าไม่มากถึงกับเป็นสหายร่วมรบกับพรรคก็ตาม
แต่ก็ทำให้นายสมพรรักและหวงแหนป่าแถบนี้ ซึ่งยังคงความสมบูรณ์ทางระบบนิเวศน์อยู่มาก ที่สำคัญการนายสมพรค่อนข้างคิด
อะไรหลายๆอย่างก้าวหน้ามาก รวมทั้งบุคลิกเป็นคนพูดจาตรงไปตรงมาและไม่ยอมใคร ด้วย

ปัญหาบางส่วนก็มาจากความขัดแย้งในพื้นที่ เพราะแต่ก่อนชาวบ้านในพื้นที่ก็ตัดไม้ แผ้วถางป่าทำไร่ทำสวน กันมาก แต่มา
ระยะหลังๆ นายสมพร พยายาม พูดคุยกับชาวบ้านให้เข้าใจเรื่องการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำนี้ ซึ่งก็มีชาวบ้านหันมาร่วมมือมากขึ้น
แต่ก็มีส่วนหนึ่งที่ชาวบ้านไม่ยอมเข้าใจ โดยเฉพาะเรื่องปัญหาการประกาศเขตอุทยานทับที่ทำกินของชาวบ้านเรื่องนี้เป็นปัญหา
มากที่สุด และนายสมพร ก็พยายามทำความเข้าใจกับชาวบ้านมาตลอด เพื่อไม่ให้มีการทำลายป่าต้นน้ำแห่งนี้ เพราะว่า ถ้ามีการ
ตัดไม้แผ้วถางอยู่ การประกาศเป็นเขตป่าชุมชนก็จะทำได้ยากขึ้น กับปัญหานี้นายสมพรได้ร่วมกับเครือข่ายป่าชุมชนสุราษฎร์ธานี
และสมัชชาคนจน นำเสนอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาการประกาศเขตอุทยานทับที่ทำกิน จนมีมติคณะรัฐมนตรี ขึ้น เมื่อวันที่ 3 เมษายน
2544 โดยมีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาศึกษาปัญหาเพื่อหาทางแก้ไขร่วมกัน ซึ่งนายสมพรก็เป็นสมาชิกคณะอนุกรรมการอยู่ด้วย

ส่วนความขัดแย้งกับเจ้าหน้าที่ภาครัฐ คือเจ้าหน้าที่ป่าไม้ นั้นก็มีบ้าง เนื่องไม่เข้าใจกัน เพราะหลังที่รัฐบาลได้มีมติ คณะรัฐมนตรี
(ครม.) ส่วนใหญ่จะเป็นกับเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการหรือระดับล่างมากกว่า"

นายสมเกียรติ กล่าว กับทางทีมข่าว thaingo และรายงานความคืบหน้าในการติดตามจับกุมคนร้ายที่สังหารครั้งนี้ กับทีมข่าว
thaingo ว่า


"ขณะนี้ผมไม่สามารถจะเอ่ยอะไรได้มากนัก เพราะจะเป็นอันตรายแก่ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์และรูปคดีด้วย อีกอย่างเท่าที่วิเคราะห์
กันแล้ว มันเกี่ยวพันกันหลายส่วนมาก ทำให้ยังสรุปได้ไม่ชัดเจน ส่วนเรื่องขัดแย้งกับกลุ่มที่บุกรุกแผ้วถางป่านั้น ก็มีบ้าง ซึ่งมีกลุ่ม
ชาวบ้านในบริเวณนั้นและคนข้างนอก แต่คนข้างนอกจะเยอะกว่านะครับ เพราะปัจจุบันกระแสทุนนิยมมันเข้ามามาก ชาวบ้านเอง
ก็เกี่ยวพันร่วมในกระแสนั้นดัวย ซึ่งผมเองก็ไม่อยากโทษชาวบ้านส่วนนั้น

ป่าต้นน้ำคลองกระแดะอยู่ในเทือกเขาฝ่า ติดกับเทือกเขาหลวง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นผื่นป่าขนาดใหญ่ติดต่อกัน หลายเทือก และหมู่บ้านที่อาศัยป่าต้นน้ำคลองกระแดะก็มีประมาณ 6-7 หมู่บ้าน ซึ่งตรงนี้ก็อาจเป็นประเด็นหนึ่งด้วย ที่ทำให้มีการสังหารขึ้น แต่ทางชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ป่าต้นน้ำคลองกระแดะเองเขาเชื่อว่าประเด็น เกิดเรื่องจากส่วนตัวมากกว่า เพราะว่านายสมพร เป็นคน
ทำงานค่อนข้างกล้าชน ตรงไปตรงมามาก เป็นบุคลิกแบบนี้เมื่อมาเสริมกับเรื่องการอนุรักษ์ด้วยก็เลยทำให้เชื่อได้ว่า เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่นำมาสู่สาเหตุการถูกลอบสังหารในบ้านกลางดึก "

นายสมเกียรติ กล่าวเพิ่ม ก่อนจะฝากถึงการแก้ไขปัญหาการแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติไว้และกล่าวถึงคดีนี้ว่ายังไม่สามารถ
ตอบอะไรให้ชัดเจนได้ จากนั้นก็สรุปปิดท้ายถึงรายละเอียดเกี่ยวกับชีวิตและครอบครัวนายสมพร ว่า ครอบครัวนายสมพรยาก
จนมาก และต้องการให้พี่น้องที่รักความยุติธรรมร่วมกันสมทบทุนบริจาคช่วยเหลือครอบครัวนายสมพรด้วย

"ปัญหาที่อยากนำเสนอมากที่สุดในตอนนี้ ก็คือการแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติในสังคมไทยในปัจจุบันนี้ ว่ามันเกิดความรุนแรง
มากขึ้นทุกวัน ดังนั้นทุกคนต้องหันมาใส่ใจอย่างจริงๆจังๆ

ส่วนความคืบหน้าของคดี ตอนนี้ทางผมหรือเครือข่ายป่าชุมชนภาคใต้กำลังรอทางตำรวจสอบปากคำและสรุปสำนวนคดีอยู่ ก็เลย
ไม่สามารถจะอธิบายอะไรในตอนนี้ได้ อีกทั้งทางญาติๆ เองก็กำลังอยู่ในอาการเศร้าโศรกเสียใจมาก ซึ่งวันนี้เป็นวันสวดศพวันสุด
ท้าย มีเครือข่ายชาวบ้านและคนในพื้นที่มาร่วมงานสวดศพเยอะมาก ก็ประมาณ 200-300 คน

ทางด้านเครือข่ายป่าชุมชนภาคใต้ตอนนี้ก็ยังไม่มีการพูดคุยกันจนเป็นบทสรุปได้ ว่าจะดำเนินการอย่างไร ในการเคลื่อนไหว
เพราะต้องรอทางตำรวจสรุปสำนวนออกก่อน

ตอนนี้ถ้าเป็นไปได้ผมอยากให้เครือข่ายหรือประชาชนทั่วไปช่วยเหลือครอบครัวนายสมพรมากกว่า ซึ่งค่อนข้างยากจนบวกกับ
ลูกๆ 2 ใน 4 คน ยังอยู่ในวัยเรียนอีกด้วย ดังนั้นทางเครือข่ายป่าชุมชนภาคใต้และเครือข่ายองค์กรชาวบ้านอนุรักษ์ป่าสุราษฎร์ธานี
กำลังดำเนินการขอรับบริจาคจากกลุ่มเพื่อนๆ เพื่อนำเงินมาช่วยเหลือครอบครัวของนายสมพร ชนะพล
และเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับครอบครัวของนักต่อสู้ที่ปกป้องผืนป่าครับ" ....

(ประวัติ นายสมพร ชนะพล)

หากท่านใดมีจิตศรัทธาจะบริจาคเงินช่วยเหลือครอบครัวของนายสมพร ชนะพล กรุณาติดต่อขอบริจาคเงินได้ที่
นายสมเกียรติ ประชุมรัตน์ เครือข่ายป่าชุมชนภาคใต้ 144/21 ผดุงอุทิศ ซ.1 ถ.ชนเกษม อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี 84000

โทร.(077) 286033 ,(077)218487,(077)218488 ,01-6076945


สำนักข่าว thaingo
webmester@thaingo.com, cheeriver@hotmail.com