|
ที่ปรึกษาสมัชชาคนจน"โต้"คนจนไม่เคยรับจ้างม๊อบ
ภาพและข่าวที่ออกตามสื่อกระแสหลักแม้บางฉบับจะไม่คมไม่ลึกพอ
แต่ภาพนั้น กลับชัดเจนนักกับอีกครั้งที่คนจนปีนรั้วทำเนียบ รัฐบาล
เพื่อเรียกร้องขอความช่วยเหลือแก้ไขปัญหา ด้วยความหวังจากนายกรัฐมนตรีหรือจากรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องที่เขาเหล่า
นั้น บรรจงกาคะแนนเลือกตั้งมา
แม้ว่ากระแสการเคลื่อนไหวของคนยากคนจน คือปรอทชี้วัดฝีมือการแก้ไขปัญหาและการบริหารประเทศของรัฐบาล
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ว่าผิดทิศผิดทางหรือไม่และให้ผิดน้ำหนักเรื่องอะไรมากไปหรือไม่
เพราะยิ่งนับวันสิ่งที่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ รับปากมั่น เหมาะไว้กับคนจนยิ่งพร่าเลือนหรี่ลงทุกที
กับระยะเวลาเพียง 1 ปี ที่พรรคไทยรักไทยขึ้นเป็นแกนนำในการบริหารประเทศ
ที่ครั้งหนึ่งเคย ก้าวเดินลงไปเปิปข้าวเหนียวกับคน จนหน้าทำเนียบรัฐบาล
สร้างกระแสเสียงชื่นชมล้นหลาม จนสามารถกวาดคนจนริมถนนพิษณุโลกได้สะอาดสะอ้าน
กว่ารัฐบาลที่ผ่านมาก่อนก้าวขึ้นบัลลังก์บริหารประเทศอย่างภาคภูมิ
แต่มาวันนี้คนจนกลุ่มเดิม ปัญหาเดิมภายใต้การนำของสมัชชาคนจน
ได้เริ่มกลับมาทวงสัญญาอีกครั้ง พร้อมปรอทอุณภูมิการเมืองที่ร้อนแรง
ชนิดที่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต้องมีคำตอบท้าทาย ลมร้อน
ใน เทศกาลสงกรานต์
อาทิตย์แรกผ่านไปกับการเคลื่อนไหวสู่เมืองอีกครั้งของสมัชชาคนจนและการตกเป็นข่าวบุกทำเนียบ
ปีนรั้ว ซึ่งสร้างกระแส วิพากษ์ วิจารณ์ให้กับคนเมืองและคอการเมืองกันอย่างเซ็งแซ่นั้น
เมื่อค่ำวันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา ณ สถานที่ชุมนุม ของพี่น้องสมัชชา
คนจน ริมถนนพิษณุโลก ทีมงาน ไทยเอ็นจีโอ ปากเสียงคนทำงานพัฒนาได้เข้าสัมภาษณ์นายบารมี
ชัยรัตน์ ที่ปรึกษาสมัชชาคนจน ว่าทำไม คนจนต้องประท้วงมาตลอดทุกปี
หลังฤดูการเก็บเกี่ยว ตั้งแต่มีการ ก่อตั้งสมัชชาคน จน ซึ่งถึงวันนี้เกือบ
10 ปี คนจนก็ยังมี และยิ่ง เพิ่มมากขึ้นทั้งปริมาณคนและประเด็นปัญหาจนมีกระแสข่าวทางสื่อมวลชนเสมอๆ
ว่า คนจนในสมัชชานั้นรับจ้างใครมา และแกนนำ รับเงินต่างชาติหรือไม่
หรือทำไมสมัชชาคนจนถึงทำงานเป็นเครื่องมือทางการเมือง ต่อประเด็นคำถามนี้
นายบารมี ได้ออกมาชี้แจง ความจริงต่อสังคมที่ตั้งคำถามสงสัยหลายประเด็นผ่านทีมงาน
ไทยเอ็นจีโอ ว่า

" อย่างแรกอยากบอกก่อนว่าบทบาทของสมัชชาคนจน นั้นคือเคลื่อน
ไหว เพื่อพิทักษ์สิทธิประโยชน์อันพึงมีพึงได้ของพี่น้องคนยากคนจน
ดังนั้นการที่สมัชชาคนจนต้องเดินทางชุมนุมเรียกร้องหน้าทำเนียบ
ทุกๆ ปี ที่ผ่านมานั้นเนื่องจาก การแก้ไขปัญหาของพี่น้องสมัชชาคน
จนนั้น มันไม่คืบหน้าหรือคืบหน้าไปบ้างแต่มันก็กระท่อนกระแท่น
มากติดขัดทั้ง เรื่องฝ่ายการเมืองและฝ่ายข้าราชการที่มักยึกยักล่าช้าและไม่จริง
ใจในการทำงาน ส่วนสาเหตุที่ต้องมีการ เคลื่อนไหว ทุกปีหลังฤดูการ
เก็บเกี่ยว ผลผลิตเสร็จสิ้นนั้น เพราะว่าพี่น้อง
เสร็จภาระการผลิต มีรายได้มีทุนรอน มีอาหารเป็นเสบียงเข้ามาต่อสู้
เพื่อเรียกร้องหรือตอกย้ำในสิ่งที่ตัวเองสูญเสียไป กับรัฐบาล
ดังนั้น ถ้าเรามาดูจะเห็นว่าพี่น้องเราที่มากันนี้เขามีข้าวปลา
มีเสบียงเตรียมมากัน เขากินอยู่กันอย่างประหยัดมาก อาหารแต่ละมื้อ
ก็มีแจ่ว มีผักแค่นั้น ส่วนอาหารพวกเนื้อ หมู ไก่ ก็จะได้กินบ้าง
ถ้ามีคนเข้ามาบริจาค แต่อาหารหลักๆ พี่น้องเตรียมหามากันเอง
ที่ เห็นเหล่านี้เป็นเพียงตัวแทนชาวบ้านแต่ละกลุ่มปัญหา ซึ่งก็มีการเรี่ยไรอาหารของสมาชิกกลุ่มปัญหานั้น
ส่วนคนที่อยู่ที่บ้านก็หา อาหารเตรียมไว้ เพื่อรอสลับปรับเปลี่ยนกันขึ้นมา
ถ้าถามว่าชาวบ้านพี่น้องสมัชชาคนจนทุกคนอยากมาชุมนุมไหม ไปถามได้เลยครับ
ทุกคนที่มาไม่มีใครอยากมาหรอกครับ มันลำบาก มาก ซึ่งหากถ้ามีการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องคนจนให้เสร็จสิ้นจริงๆ
จังๆ พี่น้องก็กลับบ้านไปนานแล้ว ไม่มีใครอยากขึ้นมานอน อยู่อย่าง
นี้เลยครับ อีกทั้งผมอยากขอชี้แจงและยืนยันตรงนี้เลยว่า สมัชชาคนจนที่ทำงานเคลื่อนไหวมาตลอดนั้น
เราไม่เคยรับเงิน ต่างชาติเลย และเราไม่เคยรับจ้างใครมาด้วย
และผมอยากถามกลับจริงๆ ว่า ใครจะมาจ้างคนเป็นร้อยเป็นพันเพื่อมาปัก
หลักเป็น เดือน หรือ 3-4 เดือน คิดเป็นเงินแล้วมากมาย แบบนี้ผมถามว่า
ใครจะมาจ้าง ที่มีกระแสข่าวโจมตีว่า ชาวบ้าน รับจ้าง วันละ 200
บาท ก็ลองคิดดูครับ ที่นี่มีคนกี่ร้อยคน ปักหลักกี่เดือน เป็นเงินเท่าไหร่
ซึ่งผมมองไม่เห็นว่าจะมีใครทุ่มเงินมาเพื่อสิ่งนี้ เพราะไม่ได้
ประโยชน์อะไร เลย" นายบารมีกล่าวชี้แจงและอธิบายถึงกระบวนการ
เคลื่อนไหวว่าสมัชชาคนจนระดมทุนมาเคลื่อนไหวอย่างไร มีเป้าหมายและวิธีการทำงานอย่างไรว่า
"อย่างแรกบอกก่อนเลยว่า สมัชชาคนจน ไม่มีการเก็บเงินเก็บทองสมาชิก
หรือไม่มีการทำบัตรสมาชิกเพื่อเก็บเงิน สิ่งเหล่านี้ ไม่ เคยมี
ส่วนค่าใช้จ่ายจำพวกค่าน้ำมันเครื่องปั่นไฟ ค่าถ่ายเอกสาร ค่าป้ายผ้า
และอื่นๆ จิปาถะนั้น เราได้มาจากเงินกอง กลางที่รับ บริจาคมา
ทั้งนั้น มาจากพี่น้อง NGOs จากผู้ใจบุญ ซึ่งก็ไม่ได้มากมายอะไร
ตอนนี้ก็ประมาณ 8,000 บาท เท่านั้น ซึ่งเราก็ใช้ ไปเกือบหมด
ล้วตอนนี้ ดังนั้น ถ้าใครก็ตามที่สงสัยเรื่องรับเงินจากไหน เราก็มีรายชื่อบัญชี
ผู้บริจาค มียอดงบการบริจาคเท่าไหร่ ใช้จ่ายเท่า ไหร่ อย่างไร
และเราก็ติด ประกาศให้ดูกันแทบทุกครั้ง แต่สื่อมวลชนเองกลับไม่ค่อยสนใจเข้ามาดู
ซึ่ง ผมก็ไม่ทราบว่าทำไมถึงไม่ดู กัน ทั้งๆ ที่มันสำคัญต่อกระบวน
การทำงาน มาก" นายบารมีชี้แจงต่อและย้ำถึงกระแสการกล่าวหาชาวบ้านว่าพอได้แล้ว
ก็ไม่ยอม พอ ไม่ยอมหยุดว่าไม่เป็นความจริงทั้งนั้น
"การที่มีคนสรุปว่าสมัชชาคนจนสู้ได้ไปแล้วไม่เคยพอ อย่างเช่น
เรื่องค่าชดเชย
ตรงนี้ผมอยากบอกความจริงว่า สมัชชาคนจน ไม่ได้ทำงานเพียงแค่การเรียกร้องค่าชดเชยเท่านั้น
แต่เรียกร้องทั้งเรื่อง พ.ร.บ.ป่าชุมชน เรื่องแรงงานและสวัสดิการพี่น้องโรงงานที่โดนสารพิษ
เรื่องที่ทำกิน เรื่องเขื่อน เรื่องพี่น้องเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก
ฯลฯ แต่ละเรื่องก็มีข้อเรียกร้องแตกต่างหลากหลาย ไม่ใช่มีเพียง
แค่เรื่อง ค่าชด เชยอย่างเดียว ส่วนเรื่องค่าชดเชยก็มีบางกลุ่มได้ไปแล้ว
บางกลุ่มก็ยังไม่ได้อะไรเลยดังนั้น กลุ่มที่ยังไม่ได้ค่า ชดเชยก็สู้ต่อ
ไป เช่น พี่น้องที่ราษีไศลเขาได้ค่าชดเชยมาจริงครับ แต่พอจะไปหาซื้อที่ไว้ทำกิน
เจ้าของที่ก็ขึ้นราคากันสูงมาก จนบางคนแม้จะได้ เงินชดเชย มา
แต่ก็ไม่พอซื้อที่ทำกิน อีกทั้งชาวบ้านเป็นร้อยๆ ครอบครัว เราจะไปหาซื้อที่ที่ไหนพอทำกินกันครับ
บวกกับสภาพ ปัญหาอื่นๆ รุมเร้า เช่นพี่น้องไม่มีอาชีพรองรับ
ไม่มีที่อยู่อาศัย หรือไม่มีที่ทำกินก็ทำให้เกิดผลกระทบอื่นๆ
ตามมาอีกมากมาย และ ปัญหา เหล่านี้มาจาก การศึกษาของคณะกรรมาธิการศึกษาปัญหาผลกระทบ
ที่แต่งตั้งโดยรัฐบาล
และสมัชชาคนจนไม่เคยเคลื่อนไหวเรื่องการเมืองเลย ทั้งหมดเราเคลื่อนไหวเรื่องของการแก้ไขปัญหาให้กับคนจน
แต่ก็มีข่าวบาง
กระแสกล่าวว่าเราเคลื่อนไหวล้มรัฐบาล ผมอยากให้เขามาดูข้อเรียกร้องของสมัชชาฯบ้าง
ว่าไม่มีประเด็นไหนเลยที่พูดถึงการล้ม
รัฐบาล ผมคิดว่าไม่มีใครโง่จ้างคนมาล้มรัฐบาลหรอกครับ และเราก็ไม่โง่คิดฆ่าตัวเองถึงขนาดไปเป็นเครื่องมือทาง
การเมืองให้ ใคร ด้วย
ฉะนั้นเรื่องการมีนักการเมืองหนุนอยู่เบื้องหลัง ผมอยากถามว่าพรรคไหนครับ
พรรคความหวังใหม่ หรือ ตอนนี้ก็เป็นรัฐบาล พรรค
ประชาธิปัติย์ก็ไม่ชอบหน้าคนจนมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว พรรคคือไทยรักไทยที่ว่าได้เสียงคนจนมามากมาย
แล้วเขาจะจ้าง คนจนมา ประท้วงตัวเองทำไม เป็นข้อกล่าวหาที่ไม่มีเหตุผลเลย
และผมอยากย้ำว่าคนจนทุกคนไม่มีพรรค คนจนทุกคนคือผู้เดือด ร้อน
ดังนั้น ถ้ามีใครก็ตามที่เข้ามาเป็นสมาชิกสมัชชาแล้วอ้างตัวเองว่าสังกัดพรรคการเมือง
เราเชิญออกทันที เพราะเราไม่ยุ่ง เกี่ยวกับพรรค การเมือง "
นายบารมีกล่าวย้ำก่อนจะวิเคราะห์ต่อว่าทำไม
คนจนจึงสู้มาอย่างยาวนานและรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงขนาด พังรั้วปีน
กำแพง
"คุณต้องเข้าใจว่าปัญหาที่สมัชชาคนจนเคลื่อนไหวอยู่นั้น
มีเป็นร้อยปัญหา ดังนั้น ถ้าเกิดปัญหาทั้งหมดผ่านการแก้ไขเสร็จสิ้นแล้ว
ผม ว่าไม่มีใครมา กันหรอกครับ แต่ความจริงมันไม่เสร็จและไม่แก้ด้วย
เช่น กรณี เขื่อนปากมูลที่ กฟผ. สัญญากับชาว ประมงพื้น บ้าน
ว่า ครบ 3 ปี ก็จะมีปลาอุดมสมบูรณ์เหมือนเดิม แต่ความจริงพอครบ
3 ปี กลับไม่อุดมสมบูรณ์ตามสัญญาแต่อย่างใด พี่น้อง เขา ก็ออกมา
เรียกร้องว่า กฟผ. ควรจะออกมารับผิดชอบเรื่องนี้น่ะ นี่ไม่นับรวมผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม
ที่พี่น้องชาวบ้านปากมูล กำลังประสบอยู่ ทั้ง น้ำเน่าเสีย พยาธิใบไม้ระบาด
ฯลฯ ตรงนี้เองจึงมาสู่ประเด็นว่า พี่น้องปากมูลอยากให้มีการ
เปิดประตูเขื่อนอย่าง ถาวร เพราะช่วง ที่มี การ ทดลองเปิด 3
เดือน เพื่อศึกษา เมื่อปีที่แล้วนั้น ปรากฏว่า มีปลาขึ้นมาชุกชุมมาก
จนเศรษฐกิจพี่น้อง ปากมูลดีขึ้น อย่างชัดเจน
เรื่องการปีนรั้วบุกทำเนียบ สาเหตุที่พี่น้องจำเป็นต้องปีนรั้วนั้น
เพราะว่ารัฐบาลไม่เคยสนใจที่จะแก้ปัญหาเราเลย แล้วจะให้พี่น้องเรา
ทำอย่างไร โดยเฉพาะในสมัยของรัฐบาลนายชวน พรรคประชาธิปัติย์
ที่สมัชชาคนจนปีนรั้วทำเนียบ เพราะไม่รู้จะทำอย่างไรที่จะ ให้รัฐบาล
ลงมาเจรจาพูดคุยกับเราได้ เราไม่เคยคิดที่จะบุกรุกเพื่อยึดทรัพย์สินหรือทำลายทำร้ายใคร
แต่บุกหรือปีนเพียงเพื่อกดดัน ให้เขายอมออกมาเจรจารับปากแก้ไขปัญหาให้เราเท่านั้น
ซึ่งเรื่องเหล่านี้ ถ้ารัฐบาลส่งคนมาเจรจากับเรา ส่งคนมาแก้ไข
ปัญหาให้ เรา อย่าว่าแต่ปีนทำเนียบเลยครับ มากรุงเทพฯ เราก็ไม่อยากมาหรอกครับ
แต่นี่พี่น้องสมัชชาเดือดร้อนจริงๆ ส่วนเหตุการณ์ปีน ทำเนียบ
เมื่อวานซืนนี้นั้น เป็นของพี่น้องสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ( สกน.
) ที่เดินทางมาจากเชียงใหม่ ประมาณ 200 คน ซึ่ง จริงๆ แล้ว พวก
เขาชุมนุมกันมาตั้งแต่ วันที่ 10 มีนาคม ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่แล้ว
ซึ่งท่านนายกฯทักษิณ ได้รับปากว่าจะ พา รัฐมนตรีที่เกี่ยว ข้อง
4-5 ท่าน ลงไปรับฟังปัญหา เพื่อหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน แต่แล้วก็ไม่มีใครไป
พี่น้อง สกน. จึงเดินทางมา กรุงเทพฯ เพื่อทวง ถามว่าแล้วเมื่อไหร่เหล่ารัฐมนตรีที่รับผิดชอบ
จะว่างขึ้นไปพูดคุยกัน ซึ่งตรงนี้เองที่พี่น้อง สกน. ต้องการคำตอบ
และรอคำตอบ อยู่ ส่วนตัวผมมองแล้วคิดว่านี่เป็นประเด็นเล็กน้อยเท่านั้นเอง
แค่ตอบไปว่าว่างวันไหน หรือเวลาไหนท่านไปได้ ก็ จบแล้ว แต่นี่ท่าน
ไม่ยอม ตอบ ไม่ส่งตัวแทนไปเจรจา ทิ้งให้พี่น้อง สกน. นั่งรอ
4-5 ชั่วโมงตากแดด โดยไม่มีเจ้าหน้าที่ หรือใคร เลยเข้ามาประสานงาน
กับพี่ น้อง สกน.ในภาวะที่อากาศอ้าวอย่างนั้น จึงทำให้เกิดอาการกดดันขึ้น
จึงตัดสินใจปีน เพื่อจะเข้าไปแจ้ง เพื่อเจรจาพอ วันรุ่งขึ้น
ท่าน นายกฯ ทักษิณ เข้าไปชี้แจงรับปากแค่นั้นเอง เขาก็กลับเชียงใหม่กันแล้ว
เราไม่ได้มาเพื่อต้องการ สร้างความวุ่นวายให้ใคร แต่มาเพื่อ
ร้องเรียนปัญหาเท่านั้น" นายบารมีอธิบายก่อนที่จะสรุปถึงสังคมไทยที่มองภาพ
การเคลื่อนไหว เรียกร้องปัญหาของสมัชชาคนจนว่า
"ผมอยากฝากให้สังคมไทยได้เข้าใจว่าคนส่วนใหญ่ เป็นคนยากคนจน
ถูกเอารัดเอาเปรียบ ถูกรีดนาทาเร้นมาโดยตลอด ราคา ผลผลิต ต่างๆ
ก็ ถูกกำหนดโดยพ่อค้า ที่อยู่อาศัย ที่ทำกินก็ออกเอกสารสิทธิ์ให้คนเมืองหรือในละแวกเมืองเขาได้ก่อน
แต่คนจน กลับยังด้อย โอกาสขาดสิทธิ์อยู่ เพราะสิทธิผลประโยชน์แทบทุกอย่างมันเริ่มต้นจากแกนกลางจากเมืองมาโดยตลอด
แต่พอมีการ ประกาศที่ สาธารณะ เขตป่า เช่น อุทยาน ป่าสงวน เขตรักษาพันธุ์
ฯ กลับประกาศจากชนบทเป็นแกนกลางหรือเป็นหลัก ที่สำคัญ คือประทับ
ประกาศที่คร่อมที่ชาวบ้านเต็มไปหมด และไม่เคยมองเลยว่า มีคนอาศัยอยู่ในนั้นหรือไม่
หรือเห็นแต่ก็ยังจะผลักดันเขา ออกไปจาก ที่ทำกินเขาอีก แบบนี้มันเห็นชัดเจนว่า
ความยุติธรรมยังไปไม่ถึงมือประชาชนคนยากคนจนเลย
และเราอยากให้สังคมได้รับรู้ความทุกข์ความยากของพี่น้องสมัชชาคนจน
ซึ่งพวกเรายินดีครับ ถ้าหากมีใครสังสัยอยากถามอยากรู้ ความจริง
ก็เข้ามาถาม ถามใครก็ได้ในนี้ ทุกคนยินดีตอบคำถามหรือเล่ารายละเอียดให้ฟัง
ว่าใครประสบกับอะไรมาบ้าง ขอแค่เข้า มาดีๆ ดังนั้นผมจึงอยากเชิญทุกท่านลงมาดูมาคุยกันและถ้ายังไม่เชื่อใจอยากจะไปดูถึงบ้านถึงพื้นที่ของแต่ละคน
ก็ยินดีจะพาไป ครับ เพราะบางหมู่บ้านมีเงินรวมกันทั้งหมู่บ้านไม่ถึงหมื่นบาท
แต่เขาสามารถอยู่ได้เกือบทั้งปี นั่นเพราะชีวิตชาวบ้าน เหล่านั้นเขา
อยู่อย่าง พึงพาอาศัยธรรมชาติแบบยั่งยืน ตรงนี้แหละครับที่ผมอยากให้คนเมืองคนกรุงเทพฯ
ที่อาจจะเดือดร้อน กับการเคลื่อนไหว ของสมัชชา คนจนได้รับรู้
ได้เข้าใจเราบ้างครับ" นายบารมีกล่าวสรุป
ทีมงานไทยเอ็นจีโอ
รายงาน
webmaster@thaingo.org, cheeriver@hotmail.com
|