 |
เจ็บป่วย...ใยต้องไปหาหมอ |
|
เจ็บป่วย...
"ไม่ต้องไปหาหมอ"
ทุกครั้งที่รู้สึกไม่สบาย เรามักจะคิดถึง
การ"ไปหาหมอ " เพื่อตรวจและรักษา
อยู่เสมอ... |
|
|
 |
ท่านรู้หรือไม่ว่าคนไทยทั้งประเทศมีจำนวนประมาณ
62 ล้านคน ในขณะที่เรามีแพทย์คอยทำการดูแลรักษาอยู่ทั้งหมด เพียง
2 หมื่นกว่าคนดังนั้นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง ก็คือการทำให้คนไทย
มีความรู้เรื่องสุขภาพพอที่จะดูแล ช่วยเหลือตัวเองได้ นั่นคือ
หลักการ"การพึ่งพาตัวเองในเรื่องสุขภาพ"
นายแพทย์ประเวศ
วะสี กล่าวว่า "เมื่อนึกถึงคำว่า สุขภาพ
เรามักเห็นภาพโรงพยาบาล มดหมอ หยูกยา เท่านั้น โรงพยา
บาล หมอและยา เป็นเรื่องทางเทคนิค เมื่อเป็นเรื่องทางเทคนิค
ก็เป็นเรื่องของคนจำนวนน้อยเท่านั้น ที่เกี่ยวข้องได้ ไม่ใช่เรื่อง
ของคนทั้งหมด และเมื่อคิดถึงว่าสุขภาพเป็นเรื่องของโรงพยา
บาล ระบบสุขภาพของเราจึงเป็นระบบตั้งรับ คือ รอให้คนสุขภาพ |
เสีย หรือเจ็บป่วยเสียก่อนแล้ว
จึงค่อยมาโรงพยาบาล ทำให้คนไข้ท่วมท้น สังคมสนใจแต่การทุ่มทรัพยากรลงไปใน
การสร้างโรงพยาบาล เท่าไรก็ไม่พอ ปีนี้ประเทศไทยมีค่าใช้จ่ายในเรื่องของสุขภาพเกือบ
300,000 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 10 มาหลายปีติดต่อกัน
เราทุ่มทรัพยากรลงไปในการสร้างโรงพยาบาล แต่คนไทย
ยังล้มป่วยตายโดยไม่จำเป็นเหลือคณานับ
ไม่ว่าจะเป็น โรคหัวใจ มะเร็ง อุบัติเหตุ ยาเสพย์ติด และอื่นๆ อีกทั้งระบบบริการของเราก็ยังไม่ดีพอ
ถ้าสภาพยัง
เป็นอย่างนี้ต่อไป เราจะวิ่งเข้าสู่สภาวะวิกฤติมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นคือ
เงินหมด แต่ไม่สามารถทำให้คนไทยมีสุขภาพดี และได้รับบริการเป็นที่พอใจ
เป็นที่ลำบากทั้งประชาชนและผู้ให้บริการ
สังคมไทยต้องออกจากจินตนาการเก่าๆ
ที่คิดถึงเรื่องสุขภาพอย่างคับแคบ ไปเป็นจินตนาการในการสร้างสุขภาพ
ดีที่ทุกคนและองค์กรมีส่วนร่วมสร้าง ต้องส่งเสริมให้คนไทยทุกคนมีพฤติกรรมสร้างสุขภาพ
การละเว้นการสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ มากเกินไป การสร้างความผ่อนคลายเพื่อป้องกันความเครียด
การป้องกันโรคเอดส์ มีทักษะไม่ตก
เป็นเหยื่อยาเสพย์ติดและการเผชิญสถานการณ์ทางลบกับสุขภาพ"
(จากเอกสาร : ความเป็นมาและแนวทางการดำเนินงาน
กรกฎาคม 2544 ,สำนักงานสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ )

ดังนั้น สำนักงานปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ
(สปรส.) จึงได้ร่วมกับสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) สำนักงาน
สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ,กระทรวงสาธารณสุข,กระทรวงศึกษาธิการ
, และองค์กรภาคีกว่า 30 องค์กร ร่วมสนับสนุน จัดงาน"ตลาดนัดสุขภาพ"ขึ้น
ระหว่างวันที่ 1-5 กันยายน 2544 เวลา 10.00-20.00 น. ณ ศูนย์การ
ประชุมและแสดงนิทรรศการอิมแพ็คเมืองทองธานี กรุงเทพมหานคร
ตลาดนัดปฏิรูป
(ระบบ) สุขภาพ..
เป็นกิจกรรมหนึ่งที่จัดขึ้นในรูปของโรงเรียนแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับ
เรื่องสุขภาพในมิติใหม่ ที่บุคลากร
ด้านสุขภาพ นักการศึกษา นักวิชาการสาขาต่างๆ และประชาชนโดยทั่วไปสามารถเข้าร่วมได้อย่างกว้างขวาง
นายแพทย์สุภกร
บัวสาย ผู้จัดการ
สำนักงานสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในฐานะองค์กรร่วมจัดงานได้
ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าว thaingo เกี่ยวกับการจัดงานตลาดนัดสุขภาพ
ครั้งนี้ว่า
 |
"การที่
สสส.เข้ามาร่วมงานในครั้งนี้เนื่องจากการปฏิรูป
ระบบสุขภาพเป็นเรื่องของประเทศเป็นเรื่องใหญ่เป็น
เรื่องสำคัญ ซึ่งที่จริงทิศทางมันก็คือลดการรักษา มาเน้น
การสร้างสุขภาพให้ดีไว้ หรือการดูแลตัวเองได้ ก่อนนั่นคือ
ความสำคัญของเรื่องการปฏิรูป จึงเป็นทิศทางเดียวกันที่
สสส. ตั้งเป้าหมายไว้
|
ส่วนเรื่องตลาดนัดสุขภาพ
ผมคาดหวังว่าจะให้เป็นเวทีจำลอง ที่จะทำให้เราได้เห็นว่าแนวทางที่จะปฏิรูปนั้น
สามารถ
เปลี่ยนให้เป็นรูปธรรมได้ และจะมีลักษณะอย่างไรบ้าง บนเวทีจำลองใน
5 วันนี้ จะสาธิตให้ประชาชนได้รู้ได้เห็น
รายละเอียดกันครับ
การที่
สสส.มีโอกาสเข้ามาในเวทีจำลองเล็กๆนี้ เราถือว่าเราได้มีโอกาสเข้ามารับผิดชอบ
ต่อการปฏิรูปสุขภาพ
สังคมไทย ซึ่งเราก็จะเน้นไปในแง่ของปรัชญาที่ว่า การดูแลรักษาสุขภาพทั้งหลายนั้น
มันไม่ได้เน้นแค่เรื่องตัวบุคคล
แต่เพียงเดียว แต่เราจำเป็นต้องเน้นถึงความร่วมมือกันระหว่างกลุ่มบุคคลด้วยในแต่ละชุมชนด้วย
ดังนั้นเราก็เลย
ตั้งชื่อว่า"ชุมชนรักสุขภาพ" เพื่อแสดงให้เห็นว่า คนจะดำรงอยอยู่อย่างแยกส่วนในโลกใบนี้คนเดียวไม่ได้
คนต้อง
เข้ามาเผื่อแผ่ดูแลซึ่งกันและกัน และการดูแลซึ่งกันและกันนั้น มันควรจะอยู่ในประเด็นไหนบ้าง
เหล่านี้ประชาชน
ที่มาร่วมงานจะได้เห็นในบริเวณชุมชนรักสุขภาพ ซึ่งอาจจะไม่ใช่ทั้งหมดในทุกเรื่องนะครับ
จะกำหนดไว้เพียงบาง
ประเด็นเท่านั้น โดยเราคัดเลือกประเด็นเด็ดๆ ที่มีผู้บุกเบิกผู้ชูธง
ทำการศึกษาในเรื่องเฉพาะ ต่างๆ เหล่านั้นกัน
มาแล้ว แล้วเราก็จะนำมาร่วมกันในงานนี้ เพื่อให้ผู้ที่เข้ามาร่วมงานได้พบและรับฟังกัน
จนเข้าใจ"
| 
|
นอกจากนี้
สสส.ยังได้ชักชวน
ภาคีพันธมิตรองค์กรพัฒนา
เอกชน ( NGOS ) หน่วยงาน
ราชการ มาร่วมกันเปิดงาน
ในส่วน "ชุมชนผู้บริโภครัก
สุขภาพ" โดยในซุ้มชุมชนผู้
บริโภครักสุขภาพ นี้ จะมีเนื้อหา
กิจกรรม โดยรวมดังนี้
|
1)บทบาทองค์กรผู้บริโภค
จัดโดยมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคและเครือข่ายฯ นำนิทรรศการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ
ถึง 3 เรื่อง ได้แก่
| |
-สุขภาพไม่ใช่อาหารเสริม
- การรวมพลังผู้บริโภค
- และการใช้สิทธิอย่างไรให้ได้ผล |
นอกจากนี้ยังมีเวทีเรียนรู้ภายในชุมชน
ที่จะมีการสาธิตอภิปรายในแต่ละวัน
2) มุมสมุนไพรกับการพึ่งตนเอง
พบอาหารกับ อาหารสมุนไพร สวนสมุนไพรและสุนทรียศาสตร์ เพื่อสุขภาพ เป็นการ
นำเสนอทางเลือกใหม่เพื่อสุขภาพโดย มูลนิธิสุขภาพไทยและมูลนิธิพิพิธประชานารถ
และอื่นๆ
3) มูลนิธิหมอชาวบ้าน
จัดนิทรรศการ การตั้งโต้ะให้คำปรึกษาเรื่องสุขภาพที่ เกี่ยวกับการพึ่งตนเองด้านสุขภาพ
การดูแลสุขภาพทั่วๆไป นอกจากนี้พบกับภูมิปัญญาไทย "ลิ้น"
บอกโรคอะไรแก่เรา ร่วมตรวจลิ้นด้วยตนเอง
4) พลังใจพลังกาย กับมูลนิธิเพื่อเด็กพิการ
ซึ่งได้นำคนพิการ แต่สามารถที่จะเป็นแบบอย่างในการดำรงชีวิตได้อย่าง
ปกติสุขร่วมกับคนทั่วไป โดยมีความรัก ความเข้าใจจากคนในครอบครัวและชุมชนเป็นพลังใจ
อีกทั้งร่วมชมฝีมือ
การประดิษฐ์หัตถกรรมจากกะลามะพร้าว และการทอผ้าจากคนพิการ และสนุกกับของเล่นเพื่อการเสริมสร้างร่างกาย
ให้แข็งแรง
นอกจากนี้ภายในซุ้ม
ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมายไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ
โดย กรมอนามัย การ รับสมัครสมาชิกใหม่ของชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย
นิทรรศการจากมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่
และปิดท้ายด้วยการเลือกซื้อสินค้าเพื่อสุขภาพมากมายภายในงาน..... |