| กรณีที่ชาวบ้านหินกรูด-บ่อนอกคัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าเพื่อป้อนภาคอุตสาหกรรมยังคงยืดเยื้อมานานเกือบ
7 ปี คือ ตั้งแต่ ปี 2538 จนถึงปัจจุบันนี้ ที่กาลเวลามิได้มีผลให้ชาวบ้านลดพลังกระแสคัดค้านแต่อย่างใด
กลับกัน
ยังยืดหยัดต่อสู้อย่างเหนียวแน่น มากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่มีการเปลี่ยนรัฐบาลมาแล้วหลายรัฐบาล
แต่ปัญหาก็ยัง
ไม่มีการแก้ไข หาข้อยุติ โดยเฉพาะรัฐบาลเองยังนิ่งเฉย ที่จะเข้ามาไกล่เกลี่ย
จน เมื่อไม่กี่เดือนมานี้ ชาวบ้าน
บ่อนอกพบปลาวาฬบรูด้า เข้ามาหากินในพื้นทะเลบ่อนอก ทำให้การต่อสู้ของชาวบ้านกลับมีน้ำหนักขึ้นมา
เพราะ
ปลาวาฬบรูด้าหมายถึงความสมบูรณ์ของธรรมชาติในทะเลแถบ และเมื่อปลาวาฬเป็นประเด็นที่มีน้ำหนัก
ใหม่
ความระแวงระวังและการป้องกันปลาวาฬก็เกิดขึ้น
 |
เมื่อมีคณะวิจัยจากโรงไฟฟ้าบ่อนอกแอบซุ่มเข้าไปทำ
งานวิจัยในทะเลบ่อนอก โดยไม่ได้บอกกล่าวชาวบ้าน
ที่รักและหวงแหน เหตุการณ์ที่รอการปะทุก็เกิดขึ้น เมื่อ
ชาวบ้านเข้าไปตรวจสอบคณะวิจัยกลับพบว่า ทีมงาน
วิจัยกำลังเร่งเทสารเคมีอย่างรีบร้อน และมีพิรุธ ถึงแม้
ว่าสารเคมีนั้นจะเป็นภัยหรือไม่ ก็ตาม ภาพที่ปรากฏ
นั้นเพียงพอที่จะชี้ให้ชาวบ้านเชื่อในสิ่งที่เห็นและโกรธ
แค้นการกระทำของคณะวิจัย |
การทำร้ายนักวิชาการที่เข้าไปสำรวจท้องทะเล
บริเวณบ่อนอก-หินกรูด เมื่อหลายวันที่ผ่านมา เป็นเหตุให้สื่อ
มวลชนทั้งหลายกระพือข่าว การกระทำเกินกว่าเหตุของชาวบ้าน จนทำให้สาธารณชนเองก็ออกมาประณาม
เหตุการณ์นี้ ว่า ขัดเสรีภาพงานวิชาการ ...
ทีมงาน
ไทยเอ็นจีโอ เป็นสื่อทางเลือกเล็กๆ ที่พร้อมจะสะท้อนมุมมองข้อเท็จจริงของประชาชนกลุ่มเล็กๆ
ที่ด้อย
เสียงและสิทธิ์ ออกมาให้สาธารณชนรับรู้ถึงข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ทีมงานไทยเอ็นจีโอ ได้รับการให้
สัมภาษณ์ทั้งจากนักวิชาการทางทะเลที่ชาวบ้านบ่อนอก-หินกรูด ให้ความเคารพและจากแกนนำกลุ่มรักษ์ท้อง
ถิ่นบ่อนอก
ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
กล่าว
ถึงเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นกับคณะนักวิจัยการครั้งนี้ว่า
" ประเด็นเรื่องนี้จะเรียกว่าเป็นความเข้าใจผิดก็ได้เพราะ
อาจารย์ธรรมศักดิ์ ซึ่งเป็นนักนิเวศวิทยาแนวปะการัง เคยมีคนมาชวนท่านไปทำงานวิจัยเรื่องนี้อยู่
และอาจารย์ก็
ไม่ทราบว่าจะต้องสำรวจทั้งหมด เพราะอาจารย์รับสำรวจเฉพาะพื้นที่เกาะรำล่า
นี้เท่านั้น ฉะนั้นจึงไม่มีข้อมูล
บริเวณอื่นๆ ชาวบ้านจึงออกมาวิจารณ์ว่า ทำไมข้อมูลปะการังที่บริเวณเกาะหินกรูดจึงตกสำรวจไปได้
จากประเด็นตรงนี้ เองที่ทำให้ชาวบ้านเริ่มไม่ไว้ใจ
การสำรวจของนักวิชาการกลุ่มนี้ขึ้น จึงกลายเป็นชนวนเหตุเมื่อ
อาจารย์ธรรมศักดิ์มาสำรวจเพิ่ม ก็กลายเป็นการมองภาพที่ไม่ค่อยดี ว่า
เมื่อก่อนไม่สำรวจ แต่คราวนี้ทำไมมา
สำรวจได้ และ จากความไม่ไว้ใจกัน ไม่เข้าใจกัน ก็เลยกลายเป็นปัญหามาตลอด
เนื่องจากชาวบ้านระแวงกันมาก
ว่าจะมีคนมาทำลายท้องทะเลและปลาวาฬที่พวกเขารัก
หากถามว่าคณะวิจัย ไม่ได้อธิบายให้ชาวบ้านเข้าใจ
หรือ อธิบายแล้ว แต่ไม่ยอมเข้าใจกันแน่ แต่สรุปได้ง่ายๆ คือ
มันผิดพลาดกันตั้งแต่จุดเริ่มต้นแล้ว เมื่อผิดพลาดการไม่เชื่อก็เกิดขึ้นตามมา
เท่านั้นเองครับ" ดร.ธรณ์ กล่าว
และเพิ่มเติมอีกว่า
"เหตุผลของชาวบ้านที่ผมเข้าใจก็คือ
ทำไมนักวิจัยไม่เจอหินกรูด ซึ่งมันมี อยู่ในบริเวณนี้ แล้วมาวันนี้ก็มาทำการ
วิจัยซ้ำอีก ส่วนเรื่องสารเคมี ที่ชาวบ้านยึดได้ในเรือคณะวิจัย ผมเข้าใจว่าอาจารย์ธรรมศักดิ์
ท่านคงไปสำรวจ
คุณภาพน้ำ ซึ่งต้องใช้สารเคมีบางอย่างในการสำรวจ ด้วยเหตุตรงนี้ที่ชาวบ้านเขาเห็นและเขาเกิดกลัวขึ้นมา
เพราะ
มีปริมาณเยอะ มาก บวกกับความหวาดระแวงไม่ไว้ใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
เมื่อเห็นคณะวิจัยก็เลยเกิดอารมณ์ใส่กัน
แต่ถึงไงทั้งชาวบ้านทั้งอาจารย์ธรรมศักดิ์ ในความคิดเห็นของผม ไม่มีใครผิด
ที่ผิดคือกระบวนการอีไอเอ (EIA)
ที่ทิ้งความขัดแย้งบาดหมางไว้ ให้ชาวบ้าน จนถึงวันนี้ยิ่งไปกันไปใหญ่
และผมก็เคยคุยเรื่องนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง ตั้งแต่
สมัยหาหินกรูดไม่เจอ" ดร.ธรณ์ กล่าวอีก
"เรื่องการทำร้ายผู้จัดการกับนิติกรบริษัทกัลพาวเวอร์ฯ
ที่จะมาสร้างโรงไฟฟ้า ผมเข้าใจว่าชาวบ้านเขาคงกลัว ว่าจะ
มีคนเอาสารเคมีมาทิ้งทำร้ายหินกรูด หรือปะการัง ทำร้ายปลาวาฬ ในรูปแบบต่างๆ
ก็เลยเข้ายึด เข้าจับกุมไว้ ซึ่ง
อยากกล่าวว่า เราต้องเข้าใจชาวบ้าน ว่าตอนนี้ขณะนี้ ชาวบ้านตึงเครียดเพราะความระแวงกัน
" ดร.ธรณ์ กล่าวซ้ำ
ก่อนจะทิ้งบทสรุปว่า
" ถ้าให้โทษจริงๆ
ผมว่า ก็กลับไปโทษภาครัฐมากกว่านะครับ เพราะชาวบ้านเขาก็ยื่นเรื่องไปที่หน่วยงานรัฐตั้ง
นานแล้ว ว่าที่นี่มีปลาวาฬ แต่รัฐก็เฉยๆ ไม่ยอมลงมาสำรวจว่ามีหรือไม่มีปลาวาฬกันแน่
ทั้งๆ ที่มีสื่อมวลชนเอา
ภาพไปเผยแพร่ แต่รัฐก็ยังปล่อยทิ้งไว้ ตั้ง 6-7 เดือน ไม่ยอมรับรู้
ถ้าจะกล่าวว่าชาวบ้านมีปัญหากับนักวิชาการที่จะมาสำรวจ
ผมว่าไม่ใช่หรอก ผมเพิ่งกลับมาเมื่อวานนี้เอง ชาวบ้าน
ไม่ได้มีปัญหาอะไร ใครก็ไปศึกษาวิจัยทะเลแถบได้ ยกเว้น ที่มาจากโรงไฟฟ้าเท่านั้น
เพราะมีเหตุให้เขาเชื่อว่า
กลุ่มนักวิชาการจากโรงไฟฟ้า ทำงานไม่เป็นกลางเขาไม่ไว้ใจคนกลุ่มนี้และปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นก็เพราะ
ความเข้าใจผิดกันเท่านั้นเอง ดังนั้นทางออกของปัญหานี้ อย่างแรกเลย
ก็คือทำยังไงให้รัฐบาลยอมรับออกมาซะที
ว่า ที่นี่มีปลาวาฬอาศัยอยู่ เอาแค่นี้ก่อน ส่วนการเข้าไปวิจัยฯหรือเรื่องอื่นๆ
ก็คงต้องเข้าไปอธิบายให้ชาวบ้านเข้า
ใจอีกที
ส่วนเรื่องชาวบ้านออกมาเคลื่อนไหวให้ปลดนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันท์ เลขาธิการสำนักงานพลังงานแห่งชาติ(สพช.)
ตรงนี้ผมไม่ทราบรายละเอียดมากนัก รู้แต่ว่า ชาวบ้านเขามีข้อมูลที่สรุปได้ว่านายปิยสวัสดิ์
เลือกแนวทางหรือ
ดำเนินนโยบายในการพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านพลังงาน ที่น่าไม่ประหยัด ไม่บริสุทธิ์และปลอดภัยกับธรรมชาติ
" ดร.ธรณ์ กล่าวสรุป
ขณะที่
นายเจริญ วัดอักษร ประธานกลุ่มรักษ์ท้องถิ่นบ่อนอกซึ่งเคลื่อนไหวคัดค้านเรื่องโรงไฟฟ้าร่วม
กับชาวบ้านมาตลอด ได้ออกมาชี้แจงประเด็นปัญหานี้ว่า
"ผมเข้าใจว่าเหตุการณ์นี้ทำให้ชาวบ้านหินกรูด ติดลบต่อสายตาสาธารณชนทั่วไปมากที่ใช้ความรุนแรงในครั้งนี้
แต่ความจริง ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะชาวบ้านโดนคุกคามมาตลอด โดนข่มขู่
แบบรายวัน โดนยิงบาดเจ็บ สิ่งเหล่านี้
มันทับถมให้ชาวบ้านหวาดกลัวและระแวงมาก มันกลายเป็นความกดดันที่ชาวบ้านได้
รับมาตลอด 7 ปี ที่ต่อสู้เรื่อง
นี้ ที่สำคัญเวลาคนของบริษัทพูดหรือมีปัญหาอะไร สื่อก็ออกเป็นข่าวให้ตลอด
แต่เวลาชาวบ้านพูดไม่ค่อยมีเสียง
ออกมาเลย
จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์รุนแรง
มันมาจากกระแสข่าวว่าจะมีคนมากำจัดปลาวาฬ จะเอาสารเคมีมาโปรยฆ่า
ปลาวาฬ ไม่ให้ปลาวาฬเข้ามากินเหยื่อ ทำให้ชาวบ้านที่หวงปลาวาฬเกิดความระแวง
เมื่อไปพบคณะวิจัยกำลัง
เทสารเคมีก็เข้าใจเลยว่า กำลังทำร้ายปลาวาฬ ทำร้ายทะเล
ส่วนข่าวที่กล่าวหาชาวบ้านว่า
ทำร้ายกลุ่มนักวิชาการ ซึ่งเขามีเสรีภาพในการศึกษาวิจัย นั้น ผมยืนยันว่าไม่ใช่
คน
ที่ชาวบ้านทำร้ายคือพนักงานจากบริษัทโรงไฟฟ้าไม่ใช่นักวิชาการ และชาวบ้านไม่เชื่อว่านักวิชาการกลุ่มนี้อิสระ
หรือเป็นกลางด้วย เพราะเขามาทำงานวิจัยให้โรงไฟฟ้า ที่สำคัญของเหตุการณ์ในวันนั้นคือ
เขาก็มีกลุ่มมือปืนนั่ง
เรือตามอารักขาด้วย ถึง 2 ลำ พอชาวบ้านไปเห็นกลุ่มนี้แล้ว พบว่าไม่ใช่นักวิชาการก็เลยมีอารมณ์กันขึ้นมาทั้งที่
จริงๆ แล้วเราประกาศไว้เสมอว่า ถ้ามีใครเข้ามาสำรวจวิจัยให้แจ้ง อบต.
แจ้งกำนันในพื้นที่ด้วย เรายินดีเสมอที่
จะพาไปสำรวจร่วมกัน ซึ่งจะเป็นใครก็ได้ ชาวบ้านไม่ได้ปิดกั้น แต่ที่ระวังไว้เพราะมันมีกระแสข่าวออกมาตลอด
บางครั้งก็มีปลาหมึกตายลอยมาตามชายหาดเยอะแยะ ชาวบ้านก็เลยกลัวว่าจะมีใครไปทำอะไรให้มีผลกระทบ
ต่อปลาวาฬขึ้น เท่านั้นเอง ส่วนเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นเพราะ คนของบริษัทเข้ามาสำรวจวิจัยแล้วไม่แจ้งให้ชาวบ้าน
ทราบ เรื่องก็เลยไปกันใหญ่" นายเจริญกล่าว
และยังกล่าวถึงชนวนปัญหานี้อีกว่า
"สาเหตุที่เกิดความรุนแรงอีกอย่างก็คือ
ทางบริษัทจ้างกลุ่มผู้มีอิทธิพลมาดูแลควบคุม และก็มักจะมีคนเข้ามาข่มขู่
ชาวบ้านบ่อยว่า กลุ่มที่คัดค้านให้ระวังตัวไว้ ทำให้เกิดความกลัวความกดดันมาตลอด
เมื่อมาเจอสถานการณ์ที่ชาวบ้านกำลังจะเข้าไปล้อมเรือของคณะวิจัยกลุ่มนี้
ไว้ แล้วเห็นภาพกำลังเทสารเคมีที่ขน
มาเกือบ 2 ลำเรือ อย่างเร่งรีบ จึงทำให้ชาวบ้านโกรธ ซึ่งผมคิดว่าถ้าเป็นการตรวจน้ำ
ทำไมไม่ตักน้ำไปตรวจใน
ห้องแล็ป" นายเจริญกล่าวก่อนจะสรุปถึงการเคลื่อนไหวที่หน้าทำเนียบว่า
"สถานการณ์การเคลื่อนไหวล่าสุด
ตอนนี้คือเรื่องเรียกร้องให้รัฐบาลปลดนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันท์ เลขาธิการ
สำนัก
งานพลังงานแห่งชาติ ( สพช.) เพราะชาวบ้านมีข้อสรุปแล้วว่านายปิยสวัสดิ์
ดำเนินนโยบายพลังงานผิดพลาดมา
โดยตลอด ตรงนี้ชาวบ้านมีบันทึก มีรายละเอียดการทำงานของนายปิยสวัสดิ์ชัดเจนทุกๆ
โครงการที่นายปิยสวัสดิ์
ไปร่วมเซ็นสัญญาไว้ ดังนั้นจึงถึงเวลาแล้วที่ชาวบ้านจะทำหนังสือถึงรัฐบาลเพื่อปลดนายปิยสวัสดิ์"
นายเจริญกล่าว
ทิ้งท้าย
( จับเท็จ"อีไอเอ"นั่งเทียนเขียนรายงาน
) |