|
คนไร้รัฐ "รอยด่างพร้อย"
ของรัฐไทย
ในยุคที่รัฐทุกรัฐขีดเส้นแบ่งพื้นที่
แบ่งมนุษย์ แบ่งวัฒนธรรม ออกเป็นส่วนๆ แล้วแยกประชาชนที่เคยไปมาหาสู่เป็นพี่
เป็นน้องกันด้วยพรหมแดนเดียวกันของวัฒนธรรม แต่วันหนึ่งรัฐแต่ละรัฐก็ออกกฎหมายขีดเส้นแบ่งให้ประชาชนอยู่
ภายใต้การคุ้มครองของตนเพื่อการเอื้อประโยชน์ของสิทธิและสวัสดิการต่างๆ แก่ประชาชนพลเมืองตน
เมื่อสังคมเริ่มเรียกร้องให้กระบวนการทำงานของรัฐปรับตัวเข้าหาประชาชน
กระจายสิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาค ให้แก่ประชาชน แต่ประชาชนคือใคร ? เนื่องจากพบว่าบนผื่นแผ่นดินนี้
ยังมีชุมชนหลายชุมชนที่ดำเนินวิถีชีวิตมานับสิบ นับร้อยปี แต่ตกตกสำรวจ !
ไม่สถานะใดๆ ในรัฐไทย
อิทธิพลความคิดด้านสิทธิมนุษยชนสิทธิชุมชนผลพวงจากกระแสโลกาภิวัตน์ผลักดันให้รัฐสร้างกลไกใหม่ๆ
เพื่อแก้ ปัญหาสถานะคนต่างด้าวเข้าเมืองและคนไทยแต่ไร้สัญชาติ ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากดำรงชีวิตบนผื่นแผ่นดินไทยมา
นมนาน ให้มีสถานะที่ชัดเจนเพื่อให้ได้รับการปกป้องคุ้มครองทางกฎหมายที่เท่าเทียม
แต่กลไกหนึ่งของระบบราชการที่ต้องกำหนดสถานภาพประชาชนกลับไม่ทำงาน หรือทำงานอย่างล่าช้าและไม่เท่า
เทียม เพราะในยามที่มีคนต่างด้าวผู้มากด้วยอิทธิพล เงินทองและ ผลประโยชน์
เข้ามาระบบราชการสามารถทำงาน ให้ทันที ได้สถานภาพทุกประการไปง่ายๆ แต่ประชาชนที่ดำรงชีวิตบนแผ่นดินไทยมานานกลับยังคงตกสำรวจอยู่ไม่
มีสถานะ ไม่มีสิทธิ ไม่มีเสรีภาพ ไม่มีความเสมอภาค ไม่มีการคุ้มครองใดๆ จากกฎหมายและพลเมืองอื่นๆ
แม้จะมีกฎหมายทั้งกฎหมายฉบับปรับปรุงใหม่ 2535 ที่ผ่านโดยสภาผู้ราษฎรออกเป็นพระราชบัญญัติและกฎหมาย
ที่ออกโดยฝ่ายบริหาร(ประกาศคณะรัฐมนตรี )เปิดช่องทางให้บุคคลสามารถหรือปรับสถานะเป็นสัญชาติไทย
ทั้งโดย อัตโนมัติและการยื่นคำร้องได้ถึง 4 ช่อง ทางคือ"
(๑) เกิดในขณะที่บิดาที่ชอบด้วยกฎหมายเป็นคนสัญชาติไทย (๒) เกิดในขณะที่มารดาเป็นคนสัญชาติไทย
(๓) เกิดในประเทศไทยก่อนวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๓๕ จากบิดาและ มารดาซึ่งเกิดในประเทศไทย
และ (๔) เกิดในประเทศไทยในขณะที่บิดาและมารดาถือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว"
แต่จนถึงบัดนี้ สถานะชาวไทยภูเขาก็ยังคงเป็นเฉกเช่นเดิม มิใช่คนต่างด้าว
มิใช่คนไทย ทั้งๆ ที่บางชุมชนดำเนินวิถี ชีวิตอย่างนี้มานับร้อยปีแต่บรรพบุรุษ
เขายังคงเป็นคนไร้รัฐ (Stateless Person) หรือที่เราเรียกกันในประเทศไทย
ว่า"คนไร้สัญชาติ" (Nationalityless Person)
แม้จะพยายามเข้ายื่นคำร้องตามระเบียบการปกครอง แต่ก็ยากที่จะผ่านกระบวนการเหล่านั้นเพื่อมาสู่การเป็นคนไทย
มีบัตรประชาชนดังเช่นคนราบอื่นๆ ได้ เพราะนอกจากระเบียบการอันยุ่งยากแล้ว
ยังมีค่าธรรมเนียมอื่นๆ เท่าที่เจ้าหน้า ที่รัฐพยายามเรียกรับ หรือแม้แต่เรือนร่างจากหญิงสาวผู้เยาว์ต่อโลก
ปัญหาและอุปสรรคคืออะไร ? ความไม่รู้ ความจน ความไร้สัญชาติ ?.....จึงเป็นข้อสรุปสุดท้ายว่าชาวไทยภูเขายังไร้
สถานะและถูกผลักจากระบบข้าราชการให้ไปสู่ความเป็นคนไร้สัญชาติและไร้รัฐ !
ทีมงาน ไทยเอ็นจีโอ หยิบประเด็นปัญหาเรื่องสัญชาติของชาวไทยภูเขาที่ยังคงยืดเยื้อยาวนาน
แม้ว่ารัฐบาลไทยหลายชุด หลายสมัยให้ความสำคัญแต่ความคืบหน้าในการเปลี่ยนแปลงสถานะคนไทยจากชายขอบไปเป็นพลเมืองไทยที่ถูกต้อง
ก็ยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก นายณัฐพล สิงห์เถื่อน เจ้าหน้าที่โครงการช่วยเหลือด้านสัญชาติ
กลุ่มศิลปวัฒนธรรม กระจกเงา อำเภอเมือง เชียงราย คือผู้ไขปัญหาและอุปสรรคที่ตนเองคลุกคลีกับการพยายามช่วยเหลือด้านสัญชาติให้
แก่ชาวไทยภูเขาตำบลแม่ยาว อำเภอเมือง เชียงราย
นายณัฐพลได้ให้บทสรุปสั้นๆ ถึงปัญหาและอุปสรรคที่ชาวไทยภูเขายังไม่สามารถเปลี่ยนสถานภาพตนเองเพื่อเป็นคน
ไทยตามสิทธิ ตามกฎหมายว่า
 |
"ปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ข้าราชการมักจะย้ายเข้าออกบ่อยไป
ทำให้ระบบการทำงานของที่ว่าการอำเภอมักจะหยุดชะงัก โดยเฉพาะ เรื่องสำคัญๆ
อย่างเช่นเรื่องสัญชาติ เนื่องจากผู้ที่มาใหม่จะไม่เข้าใจ ปัญหาและรายละเอียดของงานและข้อเท็จจริง
ส่วนอีกปัญหาหนึ่งก็คือ ข้าราชการไม่ได้เข้าไปถึงพื้นที่จริงๆ เพราะว่าการจะเข้าไปเคลียร์
สถานภาพของคนไทยบนดอยหรือคนต่างด้าวที่เป็นผู้หลบหนีเข้ามา นั้นต้องใช้เวลา
ใช้พยานหลักฐานไม่ใช่อยู่ดีดี แล้วจะเข้าไปแจ้งที่ อำเภอแล้วได้สถานภาพทันที"
นายณัฐพลกล่าวและกล่าวอีกว่า |
"การแจ้งสัญชาติจริงๆ ถ้าแยกเอกสารที่ทางอำเภอมีข้อมูลทั้งหมดของบุคคลที่เกิดในประเทศไทย
ไม่ว่าเขาเข้ามา ก่อนหรือหลังปี 2528 ก็ตาม แต่ไม่มีการแยกข้อมูลเพื่อให้บุคคลที่อยู่ในเงื่อนไขนั้น
ได้รับการเปลี่ยนแปลง ไม่มีการยื่น คำร้องขอ ทั้งๆ ที่ถ้าหากเราพิจารณาตามข้อเท็จจริงแล้วเขาเป็นคนไทยแน่นอน
และในการที่จะทำให้เขามีสัญชาติ ไทยนั้น ก็จะต้องผ่านกระบวนการตามระเบียบต่างๆ
เยอะมาก กว่าจะมาถึงขั้นตอนการถ่ายบัตรประชาชน อันเป็นขั้น ตอนสุดท้าย แต่ถ้าถามว่าฝ่ายปกครองรู้ไหม
ใครคนไหนเป็นคนไทยหรือเข้าเมืองผิดกฎหมาย ผมเชื่อว่าฝ่ายปกครอง รู้หมด แต่กระบวนการที่จะทำให้คนมีสัญชาติถูกต้อง
โดยเฉพาะมีคนมานั่งทำจริงๆ จังๆ นั่นแหละที่ไม่มี ดังนั้นปัญหา ตรงนี้แหละที่มีองค์กรพัฒนาเอกชนเข้ามา
แล้วช่วยได้มาก ทางชาวบ้านเองนี่ไม่ได้มีปัญหาอะไรน่ะครับ ชาวบ้านพร้อม ที่จะทำตามระเบียบหรือเงื่อนไขของทางราชการเสมอ
ขอแค่มีคนทำงานตรงนี้จริงๆจังๆ จะให้สัญชาติไทยหรือคน ต่างด้าวก็ทำไป"
นายณัฐพลกล่าวและยืนยันข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอีกว่ากรมการปกครองซึ่งเป็นผู้มีบทบาทหลักในระยะ
หลังๆ นี้ ก็ให้ความสำคัญต่อปัญหาเรื่องสัญชาติของชาวไทยภูเขาที่ตกค้างพอสมควร
แต่กลไกการทำงานบางอันเท่านั้น ที่ยังเป็นปัญหาทำให้ไม่สามารถเปลี่ยนสถานะคนกลุ่มนี้ได้รวดเร็วนัก
| |
"จริงๆ
แล้วการทำเรื่องสัญชาติหรือขอสถานะคนต่างด้าวให้ถูกกฎหมาย นั้นมันง่ายมากน่ะครับ
เพียงแต่มากรอกคำร้องตามระเบียบการเท่านั้น เอง ซึ่งตอนนี้กรมการปกครองก็ให้งบเพื่อผลักดันนโยบายนี้ถึง
19 ล้าน บาทสำหรับการสำรวจสถานะคนบนพื้นที่สูงทั่วทั้งภาคเหนือ เพราะตอน
นี้มันยังมีมากที่ชาวบ้านยังไม่ยื่นคำร้องกัน และเรื่องเอกสารและความรู้
ในการยื่นก็เป็นปัญหาหนึ่งเหมือนกันที่ทำให้ชาวไทยภูเขาทำเรื่องขอ
|
สัญชาติลำบากมากขึ้นเช่น การระบุสถานที่เกิดในแบบฟอร์มซึ่งต้องเขียนให้ครบ
แต่เอกสารที่เก็บรวมจากชาวบ้าน ของทางราชการเองเท่าที่มีกลับไม่ได้ระบุ หรือบันทึก
ข้อมูลสำคัญๆ ไว้เยอะมากเช่นการสำรวจเมื่อปี 2542 พอปี 2544 มีนโยบายให้สัญชาติก็ทำไม่ได้
เพราะไม่ได้ระบุสถานที่เกิดของชาวบ้านไทยภูเขาไว้ เป็นต้น ปัญหาแบบนี้ จะเจอแทบทุกพื้นที่
ส่วนชาวบ้านก็ไม่เข้าใจ ไม่กล้าถาม "นายณัฐพลกล่าวชี้แจง ก่อนจะสรุปถึงทางแก้ปัญหาร่วมกัน
ระหว่างภาครัฐและองค์กรพัฒนาเอกชนว่า เป็นทางเลือกหนึ่งของทางออก ที่รัฐจะต้องใส่ใจได้แล้ว
เพราะระบบการ ทำงานขององค์กรพัฒนาเอกชนเข้าถึงชาวบ้าน เข้าถึงข้อมูลและเก็บข้อมูลได้ละเอียดครอบคลุมมาก
อีกทั้งยังไม่ติดขัด ระบบระเบียบมากนัก ส่วนทางราชการทำหน้าที่เพียงตรวจสอบข้อมูลและลงบันทึกงานก็กองล้นมือแล้ว
 |
"ทางออกด่วนที่สุดในขณะนี้คือรัฐกับองค์กรพัฒนาเอกชนที่คลุกคลีอยู่
ในพื้นที่จะต้องทำงานร่วมกัน ทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติการ ในระดับนโยบาย
ผมไม่กังวลนักเพราะเราสามารถผลักดันให้เป็น ความจริงได้ แต่ในระดับปฏิบัติการตามพื้นที่ต่างๆ
ยังมีอีกเยอะมาก ที่ข้าราชการมีท่าทีไม่ยอมรับเจ้าหน้าที่จากองค์กรพัฒนาเอกชน
ไม่ให้ ความร่วมมือ ซึ่งก็ทำให้ข้อมูลที่องค์กรพัฒนาเอกชนมีอยู่ไม่สามารถจะ
นำไปทำประโยชน์ให้กับชาวบ้าน กับข้าราชการได้ตรงนี้คือปัญหาที่ผม อยากบอก"
นายณัฐพลกล่าวสรุป |
ทีมงานไทยเอ็นจีโอ รายงาน
webmaster@thaingo.org
|