จับเท็จรัฐบาลทักษิณ"ตีสองหน้า"กรณีเหล้าพื้นบ้าน

กระแสการเรียกร้องสิทธิตามรัฐธรรมนูญเพื่อการฟื้นฟูภูมิปัญญาเหล้าพื้นบ้านเป็นกระแสที่ขยายวงกว้าง อย่างรวดเร็วด้วยเหตุที่ ประชาชน ถูกจำกัดสิทธิในการผลิตเหล้าพื้นบ้านมานานกว่า ๕๐ปี แต่ปัจจุบันนี้การขยายตัวของกลุ่มผู้ผลิตเหล้าพื้นบ้านซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร ผู้ผลิต ข้าว ที่รัฐบาล หลายยุคหลายสมัยไม่สามารถแก้ปัญหาราคาข้าวที่ ตกต่ำได้ การแปรรูปข้าวเป็นเหล้าจึงเป็นทางออกหนึ่ง ของเกษตรกร เพราะเหล้าพื้นบ้านทำง่าย ลงทุนน้อย กำไรดีสามารถลดค่าใ่ช้จ่ายในการซื้อเหล้ามารับประทาน หรือประกอบพิธีกรรมใน ครอบครัว ในช่วง ภาวะปกติหรือช่วงเทศกาลได้ โดยเฉพาะฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิตซึ่งต้องใช้เหล้าและอาหารต่างๆ ในการขอแรงลงแขกเก็บเกี่ยว

การเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ผลิตเหล้าพื้นบ้านมีภาพปรากฏออกมาอย่างต่อเนื่อง มีการประสานงานเป็นเครือข่ายเหล้าพื้นบ้านอย่างชัดเจน ในนามเครือข่าย เหล้าพื้นบ้านแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นการรวมตัวของเครือข่ายผู้ผลิตเหล้าพื้นบ้าน ในแต่ละจังหวัด ในแต่ละภาค ส่วนสถานการณ์ล่าสุด มีการเคลื่อนไหวของ เครือ ข่ายเหล้าพื้นบ้านทางภาคอีสานหลายจังหวัดอย่างคึกคัก ล่าสุด จังหวัดที่ บริเวณ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมาและที่จังหวัดสุรินทร์

แต่จากเหตุการณ์ กรณีสรรพสามิต อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา แจ้งในที่ประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้าน ว่า เหล้าพื้นบ้านนั้น ผสมกรัมม๊อคโซน และ โพลิดอน ทำให้ผู้บริโภคเสียชีวิตและเมื่อวันที่ 28 มกราคม ที่ผ่านมา เครื่อข่ายเหล้าพื้นบ้านภาคอีสาน ได้เดินทางเข้าพบสรรพสามิต ภาค 3 เพื่อขอคำชี้แจงกรณีที่กล่าวร้ายว่าผู้ผลิตเหล้าพื้นบ้านใส่สารเคมีทำให้ผู้บริโภคเสียชีวิตนั้น ทางสรรพสามิตภาค 3 ได้ให้การปฏิเสธ ว่า การกล่าวร้าย และ การจับกุม ไม่ใช่นโยบายของภาคแต่เป็นนโยบายของรัฐบาลทักษิณ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค

บทสรุปจากคำชี้แจง ทำให้เครือข่ายเหล้าพื้นบ้านแห่งประเทศไทย ได้ข้อสรุปว่า รัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร ไม่จริงใจในการแก้ปัญหา ตามมติ ครม.ที่ออกมานั้น ก็เพียงเพื่อลดกระแสเรียกร้องต่อรัฐบาลเท่านั้น ต่อมา เครื่อข่ายเหล้าพื้นบ้านจากจังหวัดต่างๆ ทั่วภาคอีสาน 14 ราย ได้ร่วมกันยื่นฟ้อง กระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม ต่อศาลปกครอง จังหวัดนครราชสีมาและกรุงเทพมหานคร เพื่อให้มีการยกเลิก กฎระเบียบที่เอื้อประโยชน์ให้เฉพาะกลุ่มนายทุนผูกขาดการผลิตสุรา ในการยื่นฟ้องทั้ง 2 แห่งครั้งนี้ เพื่อให้เร่งดำเนินการพิจารณา

1. สั่งเพิกถอนกฎระเบียบที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องวิธีการบริหารสุรา ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2543 ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมเรื่องหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการพิจารณาอนุญาติโรงงานสุรา ลงวันที่ 3 มกราคม 2543 และกฎหรือคำสั่งอื่นๆ ที่กระทรวงการคลังเกี่ยวข้องสุรา ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย รวมทั้งคำสั่งห้ามหรือการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายจากหน่วยงานปกครองอื่นๆ ของรัฐ ทำให้เกิดการแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรมและไม่คุ้มครองผู้บริโภคตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 มาตรา 50 และ มาตรา 87 ว่า เมื่อสัญญา การสัมปทานสุราสิ้นสุดลง รัฐต้องเปิดเสรีขึ้น ตามที่รัฐธรรมนูญ 2540 กำหนด แล้วจากนั้น ครม. ก็ได้มีมติเห็นชอบในนโยบายการบริหารสุรา 2542 โดยใช้แนวทางเปิดเสรี"แบบมีเงื่อนไข" ที่ล้วนแต่เอื้อประโยชน์เฉพาะกลุ่มนายทุนผู้ประกอบการรายใหญ่ และกีดกัน ผู้ประกอบ การรายย่อย อาทิ สุราแอลกอฮอลล์ 28 ดีกรี บังคับว่า ต้องผลิตขั้นต่ำวันละ 30,000 ลิตร พื้นที่ใช้ในการผลิต บังคับว่าไม่น้อยกว่า 200 ไร่ หรือห่างจากแม่น้ำลำคลองสาธารณะไม่น้อยกว่า 2 กิโลเมตร อย่างนี้ เป็นต้น ทั้งๆ ที่ ข้อเท็จจริง ที่ปรากฏ ณ วันนี้ คือ โรงงานสุราทั้ง 12 โรง ตั้งอยู่ติดแม่น้ำแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำมูน ทั้งสิ้น ดังนั้นเงื่อนไขทั้งหมดจึงไม่เป็นธรรมกับประชาชน อีกทั้งรัฐยังเสียรายได้ ค่าสัมปทานจากการเปิดเสรีอย่างแท้จริงอีกนับหมื่นล้านบาทต่อปี ด้วย

2. ให้กระทรวงการคลังออกกฎเพื่อให้ประชาชนมีสิทธิผลิตสุราต้มกลั่นสำหรับใช้ในครัวเรือนได้ เนื่องจาก ตาม พ.ร.บ.2492 ได้ระบุให้อธิบดีกรมสรรพสามิตออกใบอนุญาตการผลิตสุราต้มกลั่นสำหรับใช้ในบ้านเรือนได้ แต่อธิบดีกลับเพิกเฉย มาโดยตลอดระยะ 52 ปี ยิ่งกว่านั้น กลับยิ่งมีการกวดขันเร่งดำเนินการจับกุมคุมขังมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเพิ่มสินบนรางวัลนำจับชาวบ้านที่ผลิตบริโภค ในอัตราที่สูงถึงร้อยละ 30-40 อีกด้วย

ดังนั้น เมื่อวันที่ 31 มกราคม ที่ผ่าน เครือข่ายเหล้าพื้นบ้านแห่งประเทศไทย (ส่วนภาคอีสาน) ได้จัดแถลงข่าวสรุป การจัดงานมหกรรมภูมิปัญญา เหล้า พื้นบ้าน อาหาร พื้นเมือง เพื่อการพึ่งตนเองขึ้น โดยมีเครือข่ายฯ เข้าร่วมถึง 7 จังหวัดจาก 13 อำเภอ 130 หมู่บ้าน ซึ่งแสดงถึงการตื่น ตัว ของ กลุ่มเกษตรกรและประชาชนทั่วไป ในการฟื้นฟูภูมิปัญญาของบรรพบุรุษตามสิทธิรัฐธรรมนูญ

เครือข่ายเหล้าพื้นบ้านแห่งประเทศไทย(ส่วนภาคอีสาน) ได้มีมติร่วมกันว่า งานมหกรรมภูมิปัญญาเหล้าพื้นบ้าน อาหารพื้นเมือง เพื่อการพึ่ง ตนเอง นั้น จะยังจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อรณรงค์ทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้บริโภคว่าเหล้าพื้นบ้าน คือภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ ที่สอดคล้องกับ วิถีชีวิตคนไทยและทั้งไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างที่รัฐและกลุ่มนายทุนผูกขาดโฆษณาแต่อย่างใด

น้ำอ้อย ทองคำสุข
เครือข่ายเหล้าพื้นบ้าน จังหวัดสุรินทร์