เด็กชาติพันธุ์ กับการกลายเป็นแรงงานนอกระบบ ในอำเภอปาย แม่ฮ่องสอน

กว่า 10 ปีที่ อำเภอปายได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว ในด้านความสวยงามของธรรมชาติ และความรื่นเริงจากเสียงเพลงที่หลากหลายในยามค่ำคืน ทุกปีในช่วงฤดูการท่องเที่ยว เดือนตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ เมืองปายจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ช่วงเวลานี้เองที่ทำให้เศรษฐกิจเมืองปายมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น ประกอบกับจำนวนร้านค้า ร้านอาหารจำนวนมากที่กลับมาเปิดกิจการในช่วงฤดูหนาว ทำให้ความต้องการแรงงานในภาคการบริการเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน

นี่เองจึงเป็นสาเหตุให้มีการย้ายถิ่นชั่วคราว ของเด็กหญิงชายชาติพันธุ์กลุ่มต่างๆ ในเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอนเข้าสู่อำเภอปายเป็นจำนวนมาก เนื่องจากแรงงานเด็กเหล่านี้เป็นแรงงานราคาถูกที่มีค่าแรงต่ำ เจ้าของกิจการมีอำนาจในการต่อรองต่อตัวแรงงานเด็ก เพราะว่าข้อจำกัดส่วนใหญ่ของตัวเด็กคือ การไม่มีบัตรประชาชน

จากการพูดคุยกับ เด็กหญิงชาวไทยใหญ่ บ้านโท้งหลวง อำเภอปางมะผ้า ซึ่งได้ทำงานรับจ้างในร้านอาหารในอำเภอปายมากว่า 2 ปี พบว่า การทำงานรับจ้างในร้านอาหาร ช่วงฤดูท่องเที่ยวช่วยสร้างรายได้ให้กับพวกเธออย่างมาก ร้านอาหารส่วนใหญ่ต้องการพนักงานเสริฟ และแม่ครัวในจำนวนที่มากกว่าปกติ ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้กับพวกเธอได้ทำงาน เพราะเงื่อนไขในการสมัครงานไม่มีข้อจำกัดทั้งในเรื่องวุฒิการศึกษา หรือการมีบัตรประจำตัวประชาชน

ในเรื่องรายได้ที่พวกเธอรับจากการทำงานร้านอาหารนั้น หากเทียบกับค่าแรงรับจ้างภาคเกษตรหรือการเก็บผลผลิตทางการเกษตรขาย จะพบว่าเงินจากการทำงานร้านอาหารเป็นเงินจำนวนมากสำหรับพวกเธอ

เจ้าของเกสเฮาส์แห่งหนึ่งในตัวเมืองปาย ได้พูดถึงสาเหตุของการจ้างแรงงานกลุ่มชาติพันธุ์ว่า เป็นกลุ่มที่ทำงานเก่ง เรียนรู้งานเร็ว และจากเงื่อนไขเรื่องบัตรประชาชนทำให้คนงานกลุ่มนี้ไม่เรียกร้องมากในเรื่องค่าตอบแทน และการทำประกันสังคม แม้ว่าหลายร้านจะจ้างเด็กเหล่านี้ไว้ แต่ส่วนใหญ่มักจำกัดขอบเขตให้อยู่ในแต่ร้าน เนื่องจากเป็นการเสี่ยงต่อเจ้าของร้านเองในการจ้างแรงงานอายุต่ำกว่า 18 ปี

การให้ความรู้แก่เด็กทั้งที่ศึกษา ในระดับชั้นประถมศึกษาและหลังจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เกี่ยวกับการสิทธิเด็กเป็นอีกหนึ่งในโครงการพัฒนาทักษะชีวิตของ มูลนิธิรักษ์เด็ก ซึ่งมีพื้นที่การทำงานอยู่ในเขตอำเภอปางมะผ้า

โดยมีเป้าหมายหลักในการพัฒนาทักษะชีวิต ให้แก่เด็กผ่านทางพื้นที่โรงเรียน ศึกษาศักยภาพในการได้รับการศึกษาของเด็กนักเรียนชาติพันธุ์ และการให้ความรู้ในเรื่องสิทธิแก่เด็กทั้งที่เรียนอยู่ในระบบการศึกษาของรัฐ และเด็กที่ออกไปทำงานนอกชุมชน ทั้งเรื่องการเรียกร้องการประกันสังคมจากนายจ้าง การให้ความรู้เกี่ยวกับเงื่อนไขการจ้างงาน และค่าจ้างขั้นต่ำ

แต่กระนั้นการให้ความรู้เกี่ยวกับการทำงานแก่เด็กในโรงเรียนยังคงไม่ทั่วถึง ประกอบกับข้อจำกัดในด้านการศึกษา ทั้งปัญหาจากการไม่มีบัตรประชาชน ซึ่งส่งผลต่อการศึกษาในระดับที่สูงกว่าชั้นประถม การขาดความรู้เกี่ยวกับการศึกษาต่อ ความยากจน การขาดทางเลือกในการประกอบอาชีพ ยังคงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงานเด็กเข้าสู่อำเภอปายในช่วงฤดูการท่องเที่ยว

.... เหล่านี้อาจเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดมีการหลอกลวงเด็กชาติพันธุ์ เข้าสู่กระบวนการค้ามนุษย์ แล้ว "ปาย" กลายเป็นที่หนึ่งในหลายๆ ที่ที่ธุรกิจการท่องเที่ยว การบริโถคเข้าคุกคามวิถีชีวิตชุมชน


ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย

webmaster@thaingo.org

16 สิงหาคม 2550