เรื่อง ขอให้มีตรวจสอบการสร้างท่าเทียบเรือสำราญกีฬาบ้านอ่าวปอ
และการขุดปะการัง
เรียน นายวสันต์ พานิช
สิ่งที่ส่งมาด้วย 1. ภาพถ่ายพื้นที่ที่มีการขุดแนวปะการังน้ำตื้น
1 ชุด
ด้วยเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2549 ที่ผ่านมา ข้าพเจ้าได้รับแจ้งจากชาวบ้าน
บ้านอ่าวปอ ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต และชุมชนใกล้เคียงรอบอ่าวพังงา
ว่าได้มีการขุดแนวปะการังน้ำตื้น บริเวณอ่าวโต๊ะโดด และได้นำซากปะการัง
กองหินไปทิ้งลงทะเลบริเวณรอยต่อระหว่างเกาะยาวและเกาะภูเก็ต
ซึ่งนำความเดือดร้อนมาสู่ชาวประมงพื้นบ้าน เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ทำมาหากินของชาวประมงพื้นบ้านรอบอ่าวพังงา
จากเหตุการณ์ดังกล่าวผู้ใหญ่บ้านจึงได้นำเรียนเรื่องให้นายอำเภอถลางรับทราบ
พร้อมทั้งได้ลงไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุร่วมกัน พบว่าบริษัท
อิตาเลียน ไทย กำลังดำเนินการขุดแนวปะการังน้ำตื้นและแนวหินธรรมชาติ
(ตูกุน) เนื้อที่กว่า 1 ไร่ และทางตัวแทนของบริษัทได้ชี้แจงว่า
จะขุดลอกเพื่อทำเป็นมารีน่า และท่าจอดเรือยอท์ช อีกทั้งโครงการดังกล่าว
ได้รับอนุญาตการก่อสร้างและได้ศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นแล้ว
วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2549 ตัวแทนชาวบ้านร่วมกับ ตัวแทนสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค
15 สำนักงานโยธาธิการจังหวัดภูเก็ต กรมการขนส่งและพาณิชย์นาวีภูเก็ต
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลป่าคลอก กำนันตำบลป่าคลอกและชาวบ้านประมาณ
50 คน ได้ลงไปตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอีกครั้ง พบว่าบริเวณดังกล่าวเป็นแนวปะการังน้ำตื้นที่ยังมีชีวิต
ซึ่งประกอบไปด้วยปะการังสมอง ปะการังเขากวาง เป็นต้น
ข้าพเจ้าในฐานะเป็นตัวแทนของชาวประมงพื้นบ้านจังหวัดภูเก็ต
รวมถึงชุมชนใกล้เคียงรอบอ่าวพังงา มีความเห็นและข้อสังเกตต่อการดำเนินการดังกล่าว
ว่าจะก่อให้เกิดผลกระทบทางด้านต่าง ๆ ตามมาดังนี้
1. พื้นที่ดังกล่าวเป็นแนวปะการังและแนวหินธรรมชาติ
(ตูกุน)ที่มีความชุกชุมของทรัพยากรชายฝั่ง เป็นแหล่งจับสัตว์น้ำและเป็นพื้นที่ทำมาหากินของชุมชนบ้านอ่าวปอ
ชุมชนในเขต ต. ป่าคลอกและชุมชนชายฝั่งรอบอ่าวพังงากว่า
5,000 ครอบครัว การขุดแนวปะการังและแนวหินธรรมชาติดังกล่าว
นอกจากเป็นการทำลายฐานในการผลิตทรัพยากรชายฝั่งแล้ว ยังเป็นการทำลายอาชีพ
ของคนในชุมชนรอบอ่าวพังงาอีกด้วย
2. การพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมของคณะกรรมสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต
พิจารณาตามเอกสารที่ทางบริษัทอ่าวปอพัฒนาว่าจ้างบริษัทอีแพ็ค
จำกัด ทำการศึกษา ตามเอกสารเท่านั้น โดยมิได้ตรวจดูพื้นที่
และข้อเท็จจริงอย่างละเอียด
3.ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นที่ทางบริษัทอีเพ็ค
ได้ทำการศึกษาด้านปะการังนั้น อ้างว่าปะการังบ้างส่วนอยู่ในระดับเสื่อมโทรมมาก
(ซึ่งขัดแย้งกับการสำรวจปะการังของสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล
ชายฝั่งทะเลและป่าชายเลนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2549 และคำยืนยันจากชาวบ้าน)
4. สำหรับการขนย้ายซากปะการังนั้น ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมประมงเสียก่อน
จึงจะสามารถดำเนินการได้ ประกอบกับบริเวณที่นำซากปะการังไปทิ้งนั้น
ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงาอีกด้วย
5.มีการใช้พื้นที่สำหรับทำเป็นท่าจอดเรือยอท์ช ในทะเลถึง
75,000 ตารางเมตร ซึ่งเท่ากับว่าชาวประมงพื้นบ้าน และชุมชนชายฝั่งอ่าวพังงา
ต้องเสียสละพื้นที่และโอกาสในการประกอบอาชีพ ให้กับเอกชน
และในอนาคตชาวประมงพื้นบ้าน และประชาชนจะไม่มีสิทธิในการใช้พื้นที่ทางทะเลบริเวณนั้นอีกต่อไป
จากปัญหาที่เกิดขึ้น ชาวประมงพื้นบ้านจังหวัดภูเก็ต มีความเห็นว่าจำเป็นจะต้องมีการแก้ไขและหาทางออกอย่างเร่งด่วน
เพราะถ้าไม่มีการดำเนินการแก้ไขแล้วจะส่งผลกระทบในระยะยาวและยืดเยื้อไม่มีที่สิ้นสุด
ดังนั้นข้าพเจ้า และทางชุมชนฯ จึงขอความอนุเคราะห์คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
แห่งชาติลงมาตรวจสอบข้อเท็จจริงในปัญหาดังกล่าว และขอขอบพระคุณมา
ณ โอกาสนี้
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา
ขอแสดงความนับถือ
นายวิชาญ ขวดแก้ว
นายประดิษฐ์ พวงเกษ
ตัวแทนชาวประมงพื้นบ้านจังหวัดภูเก็ต
โทรศัพท์ 09 5896388
09 -8731051