ต่างชาติฮุปสัมปทาน เหมืองโปแตซ

เพียงชั่วข้ามคืนกรณีของ นายเหยียนปิน ก็ตกเป็นข่าวครึกโครม อาจเป็นเพราะกระแสการเมืองขุดให้เรื่องนี้ฉาวขึ้นมา แต่ก็ถือว่าฝ่ายค้านแถลงตรงประเด็นในเรื่องที่เกี่ยวพันกับทรัพยากรของชาติ แท้จริงเรื่องนายทุนจีนเข้าถือหุ้นและอยู่เบื้องหลังการผลักดันเหมืองแร่โปแตซในภาคอีสานเกิดขึ้นมานานแล้ว เพียงแต่คนไทยส่วนใหญ่ไม่รู้ ไม่เข้าใจถึงภัยพิบัติและผลประโยชน์ของชาติว่า กำลังไหลออกต่างชาติในรูปแบบเม็ดเงินของนายทุน

หากมองย้อนกลับไปพบว่า เศรษฐกิจของจังหวัดอุดรธานีเคยเติบโตมากับทหาร GI. มาก่อน เป็นเมืองหนึ่งที่ค้าขายในภูมิภาคอีสานมาช้านาน คนชั้นกลางก็เป็นคนจีนและเวียดนามที่ประกอบอาชีพค้าขายเสียส่วนใหญ่ หากการตัดสินใจเรื่องเหมืองแร่โปแตซอยู่ภายใต้เงื่อนไข “ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น” ย่อมมีผลต่อการตัดสินใจในการสร้างโดยทันที ส่วนคนอีสานไทยแท้ซึ่งมีอาชีพปลูกข้าวเลี้ยงคนทั้งโลกกลับไม่มีอำนาจในการตัดสินใจ เสียงของชาวนาส่วนใหญ่กลายเป็นเรื่องขี้เล็บของนายทุน ที่น่าจับตามากคือประเด็นที่รัฐบาลตัดสินใจทำเหมืองโปแตซที่บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ แทนจ.อุดรธานี ที่มีคุณภาพแร่ที่ดีกว่ามาก ทำให้รัฐบาลถูกตั้งข้อสังเกตว่า มีส่วนรู้เห็นให้ต่างชาติเข้าฮุปสัมปทานแร่ที่ จ.อุดรธานี

นายสันติภาพ ศิริวัฒนไพบูลย์ อาจารย์สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ม.ราชภัฎอุดรธานี กล่าวว่า

เราหันมาสู้ในเรื่องวิธีคิดกันดีกว่า สู้เรื่องวาระแห่งชาติว่าไม่มีปุ๋ยเคมีเราก็อยู่ได้ ประเด็นหนึ่งที่สำคัญคือ เรื่องของสัญญาที่น้อยคนจะรู้ เพราะเรามัวไปเถียงกันเรื่องเศรษฐกิจดีหรือไม่ดี ทั้งที่สัญญาเขาได้ทำเอาไว้ตั้งแต่ปี 2527 ได้ระบุชัดเจนในการเอื้อประโยชน์ต่อบริษัทและทุนต่างชาติ แม้ว่าจะเกิดเหตุสุดวิสัย เกิดภัยพิบัติหรือภาวะสงคราม ก็ไม่ทำให้สัญญานี้ถูกระงับได้ ในทางสิ่งแวดล้อมที่น่าเป็นห่วงมากคือ ฝุ่นเกลือที่กองอยู่บนพื้นและฝุ่นเกลือที่กระจายออกมาในระหว่างการแต่งแร่หรือการอบแห้ง กระบวนการเหล่านี้ทำให้เกิดฝุ่นเกลือ เฉลี่ยแล้วมีฝุ่นเล็กๆเหล่านี้กระจายวันละเกือบสิบตันและเกิดปัญหาดินเค็ม น้ำเค็มที่อาจกระจายสู่แหล่งน้ำสาธารณะ ปัญหาเหล่านี้ล้วนเกิดจากกองหางแร่และบ่อเก็บน้ำเค็มที่เหลือจากการแต่งแร่ โดยไม่มีการพูดถึงมาก่อนว่าจะส่งผลกระทบอย่างไรกับสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันแหล่งอุดรเหนือหรือเขตเมืองที่อยู่อาศัยถูกสัมปทานควบคู่ไปกับแหล่งอุดรใต้ มีพื้นที่ถึง 7 หมื่นไร่และอุดรใต้ประมาณ 24,000 ไร่

ประเด็นเรื่อง Water Grid บริษัทมีแนวคิดอย่างชัดเจนว่าต้องการน้ำมาใช้ในโรงงาน เหมืองจะดำเนินการไม่ได้ถ้าไม่มีน้ำ แต่ชาวบ้านที่หนองนาตาลไม่ยอมให้ใช้ จึงเป็นเหตุให้บริษัท APPC ต้องซื้อที่ดินจำนวน 1,500 ไร่เพื่อเก็บน้ำจากผิวดินในเวลา 3 ปี ประเด็นที่จะตามมาคือ เขาอาจใช้น้ำบาดาลเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน ซึ่งเรื่องนี้ยังไม่มีใครศึกษาข้อมูลเรื่องน้ำใต้ดินอย่างชัดเจน หรือผันน้ำจากลุ่มน้ำอื่นๆมาใช้ เท่ากับเข้าปัญหา Water Grid ไปโดยปริยาย เมื่อถึงเวลานั้นอุตสาหกรรมต่อเนื่องก็ไม่สามารถผันน้ำเสียออกจากพื้นที่ได้อีก จึงน่าจับตาว่าแหล่งน้ำต่างๆจะถูกใช้เป็นที่ระบายออก เช่น แม่น้ำชีและแม่น้ำมูน ต้องอย่าลืมว่าอากาศบ้านเราเป็นแบบร้อนชื้น การไหลและซึมซับสู่สิ่งแวดล้อมธรรมชาติก็เกิดขึ้นได้ทั้ง ดิน น้ำ อากาศ”

กล่าวในทางธรณีวิทยาแล้ว ภาคอีสาน มีเนื้อที่ 105.0 ล้านไร่ ซึ่งมีโดมเกลือขนาดใหญ่ประมาณร้อยละ 35 ของภาคหรือประมาณ 37.2 ล้านไร่ มีชั้นหินเกลือหนาไม่ถึงเมตร จนถึงมากกว่า 1,000 เมตร ซึ่งนักธรณีวิทยาสันนิษฐานว่าอีสานอาจเคยเป็นทะเลมาก่อน หรือไม่ก็เคยมีน้ำทะเลเอ่อท่วมและขังอยู่เป็นเวลานานจนกลายเป็นแหล่งเกลือสินเธาว์ปริมาณมาก

นายสันติภาพ ยังได้อธิบายถึงเรื่องการเกิดแร่โปแตซในภาคอีสานว่า เมื่อก่อนน้ำทะเลที่เคยไหลเข้าไหลออกถูกปิดกั้นด้วยเทือกเขา ทำให้เกิดเป็นผืนแผ่นดินอีสาน คล้ายกับทะเลเดดซีที่กำลังจะเหือดแห้งไปอย่างรวดเร็ว เทือกเขาในอีสานที่สำคัญและทำให้เกิดกระบวนการเหล่านี้คือ เทือกเขาภูพานที่กั้นระหว่างอีสานตอนบนกับอีสานตอนล่างนั่นเอง ในเวลาต่อมาเทือกเขาดังกล่าวได้ยกตัวสูงขึ้นอีก จึงทำให้แอ่งโคราชกับแอ่งสกลนครแยกตัวออกจากกัน เมื่อน้ำทะเลไม่เข้ามา น้ำก็ถูกละเหยไปในอากาศเหลือเพียงชั้นเกลือที่เกาะอยู่บนผิวดินและใต้ดิน จากนั้นเกิดการทับถมของตะกอนดินจากภูเขาปิดทับเอาไว้ จึงทำให้อีสานสะสมเกลืออยู่ใต้ดินนับเป็นร้อยเมตร ทั้งยังมีการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาตลอดเวลาอีกด้วย บางครั้งก็โผล่ขึ้นมา บางครั้งที่ก็เคลื่อนไปทางซ้าย ขวา จนทำให้เกิดเป็นยอดภูเขาเกลือที่มีสารประกอบจากทะเลมากมาย โดมเกลือนี้ถูกชะล้างด้วยน้ำฝน ทำให้ดินบริเวณที่เป็นยอดโดมยุบตัวลงไปกลายเป็นแอ่งทะเลสาบ สารประกอบหลายตัวเกิดการเปลี่ยนแปลง การตกตะกอนของยอดโดมเกลือที่ถูกชะล้างลงมา ทำให้แปรเปลี่ยนจากแร่เกลือหินธรรมดาเป็น Sylvite ซึ่งมีความบริสุทธิ์ของโปแตซสูงและสะสมอยู่ตามไหล่โดมเกลือใต้ดิน เมื่อถูกชะล้างลงไปอีกก็จะเป็น Carnallite แร่โปแตซเซี่ยมที่สำคัญ 2 ชนิดคือ Sylvite และ Carnallite

ดังนั้นสังเกตได้ว่าถ้าไปเจอหนองน้ำหรือทะเลสาบที่ไหนของภาคอีสาน ให้สันนิษฐานว่าข้างล่างเป็นโดมเกลือ จังหวัดอุดรธานีก็มีหนองน้ำใหญ่ๆเช่น หนองหานกุมภวาปี โดยรอบน่าจะเป็นแร่ Sylvite และ Carnallite ส่วนหนองนาเกลือหรือหนองประจักษ์ศิลปาคม สมัยก่อนมีชาวบ้านมาทำเกลือช่วงหน้าแล้ง คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมอีสานจึงมีคราบเกลืออยู่บนผิวดิน ตามหลักวิทยาศาสตร์จึงสามารถอธิบายได้ว่า เนื่องจากอยู่ใกล้ยอดโดมเกลือ มีการระเหยของน้ำ แทนที่ตามแรงดึงดูดของความแห้ง ทำให้เกลือตกผลึกอยู่บนผิวดิน ต่อมาเมื่อมีการสำรวจทั่วอีสานก็พบแร่โปแตซแหล่งใหม่ที่มีคุณภาพดี อย่างในกิ่งอำเภอประจักษ์ศิลปาคม ที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ เช่น บ้านม่วง บ้านดุงที่อยู่ใต้ภูเขาเกลือชั้นดี ใต้เมืองอุดรก็สำรวจพบเหมือนกันแต่เป็นประเภท Carnallite มากกว่า ตามหลักการแล้วโปแตซจะอยู่ร่วมกับเกลือในชั้นความลึกที่ต่างกัน ที่อุดรเจอในระยะเพียง 300 เมตรซึ่งถือว่าตื้นมาก ที่สำคัญการทำเหมืองโปแตซจะเป็นแบบอุโมงค์ (Room and Pillar) ขุดเป็นห้องแล้วเว้นเสาค้ำยันเป็นระยะเพื่อไม่ให้เหมืองถล่มลงมา ซึ่งกฎหมายไทยก็อนุญาตให้ทำอุโมงค์เพียงชั้นเดียวเท่านั้น


หนองหานกุมภวาปี

เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ นักวิจัยกลุ่มนิเวศวัฒนธรรมศึกษา กล่าวว่า

ผมอยากให้มองภาพว่าจ.อุดรธานี มีพิมพ์เขียวเหมือนกับภาคตะวันออกที่มีวิกฤตการแย่งชิงน้ำ ทั้งที่ภาคนิคมอุตสาหกรรมบอกว่าจะลดปริมาณการใช้น้ำลงก็ตาม แต่ทางรัฐบาลกลับไปใช้นโยบายพัฒนาเศรษฐกิจ ที่เอื้อการใช้น้ำจำนวนมากแก่ภาคอุตสาหกรรม สถานการณ์ตอนนี้แม้ว่าไม่ส่งผลกระทบกับเกลือระดับพื้นบ้าน แต่เกลือขั้นที่ 2 กระทบอย่างแน่นอน เพราะถ้าเหมืองโปแตซเกิดขึ้น เกลือบ้านม่วง บ้านดุง ต้องสูญหาย วงจรของคนที่เกี่ยวพันกับการผลิตเกลือกว่า 2 หมื่นคนทั้งรายเล็กรายใหญ่ ต้องกลายเป็นคนตกงาน ผมเห็นด้วยกับการแก้ปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากการทำนาเกลือในขั้นที่2นี้ แต่ต้องคิดด้วยว่าที่ผ่านมาราชการเข้าไปสนับสนุน แต่พอเขาเดือดร้อนก็ถีบหัวไล่ เรื่องนี้ต้องหาวิธีรองรับปัญหาให้ดี

ปัจจุบันเราบริโภคเกลือขาววิทยาศาสตร์ผสมไอโอดีน มีโซเดียมสูงถึง 99 เปอร์เซ็นต์ มีความเค็มมากซึ่งไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพ ผมอยากเสนอให้ชาวบ้านกลับมาต้มเกลือพื้นบ้านอีกครั้ง เพื่อใช้บริโภคในครัวเรือนอย่างเพียงพอ เพราะเกลือต้มมีประโยชน์ มีแร่ธาตุในดินสูง ผมว่ามันเป็นโจทย์คิดของคนทำนาเกลือด้วยว่าจะเอายังไงกับโปแตซ เพราะในส่วนขั้นที่ 3 ไม่ส่งกระทบกับพวกเขาแน่นอน ทั้งมีการเชื่อมโยงกับเหมืองแร่โปแตซอย่างเป็นระบบ ที่สำคัญกรมอุตสาหกรรมและการเหมืองแร่ ร่างยุทธศาสตร์เหมืองแร่เพื่อการพัฒนาต่อเนื่อง สนับสนุนให้ทำเกลือขั้นที่ 3และ4 อย่างชัดเจน เหตุผลเพื่อการควบคุมที่ง่ายและต้องลดการทำเกลือขั้นที่ 1และ2 ลงไป

เรื่องนายทุนกลายเป็นเรื่องของกลุ่มที่ไม่มีสัญชาติไปแล้ว ทั้งหน้าจีนหน้าฝรั่ง เราพบว่าประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศที่ทำเหมืองแร่กระจายไปทั่วโลก และหันมาทำในซีกโลกใต้แทนซีกโลกเหนือที่ทรัพยากรกำลังหมดไป สถานการณ์ของกลุ่มทุนบริษัทของจีนในตอนนี้ ได้ขออาชญาบัตรเพื่อสำรวจแร่โปแตซที่บ้านม่วง จ.สกลนคร ในเวลา 3 ปี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถ้าสมควรแก่การลงทุนจะขอสัมปทานทันที สำหรับประเทศลาวที่เห็นชัดคือ เหมืองทองคำและเหมืองถ่านหิน CEO คนใหม่ของบริษัท APPC ก็ยืนยันว่าเหมืองแร่โปแตซที่ไทยอาจล่าช้าเพราะการต่อต้านของประชาชน ที่ลาวจึงต้องเกิดก่อนลองคิดดูว่าประเทศไทยจะตกอยู่ในสภาพใด ผมเชื่อว่าอุดรจะเป็นตัวเชื่อมโยงการพัฒนาอีสานตอนบน สู่ประเทศลาวและจีน ดังนั้นจึงต้องมองโครงการเหมืองแร่โปแตซที่อุดรธานี ลึกไปถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่จะผูกติดอยู่กับประชาชนอีกเป็นร้อยปี เพราะมีสัมปทานเหมืองหลายใบนั่นเอง”

จังหวัดอุดรธานี มีแผนการพัฒนาอุตสาหกรรมเคมี โดยใช้แร่โปแตซและเกลือเป็นวัตถุดิบ ถูกผลักดันโดยนักธุรกิจที่ร่วมกันจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมโนนสูง โดยวางแผนก่อตั้งโรงงานอุตสาหกรรมเคมีหรือโรงผสมปุ๋ยไนโตรเจน ฟอสฟอรัสในพื้นที่ของจังหวัด และมีแผนผลักดันอุตสาหกรรมในภาคอีสานให้เชื่อมต่อกับประเทศลุ่มน้ำโขง ระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น โครงการถนนเชื่อมต่อตะวันออก-ตะวันตก (East-West Corridor) ซึ่งจะตัดผ่านท่าเรือน้ำลึกเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ผ่ากลางอีสานเชื่อมต่อไปที่เมืองมะละแหม่ง ประเทศพม่า และเชื่อมต่อกับสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจที่ จ.พิษณุโลก เข้าสู่นิคมอุตสาหกรรมเชียงแสน จ.เชียงราย เข้าสู่ประเทศจีนได้ทั้งทางน้ำและทางบก อันเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าสายใหม่ที่จะเชื่อมภาคอีสานไปสู่ภูมิภาคอื่น ๆ ได้อย่างรวดเร็ว

แม้ว่าการเล่นหุ้นของบริษัท APPC ยังคงดำเนินต่อไป แต่สำหรับชาวบ้านต่างยืนยันว่าพวกเขาต้องการให้อุดรเป็นพื้นที่สีเขียว เป็นตัวอย่างนำร่องในเรื่องเกษตรอินทรีย์ ไม่ต้องการพึ่งสารเคมี และต้องการรักษาพื้นที่ปลูกข้าวพันธุ์พื้นเมืองของไทยเอาไว้ เพื่อให้มรดกชิ้นสำคัญนี้ตกทอดไปถึงลูกหลาน ส่วนรัฐบาลเมื่อถูกหลายฝ่ายจี้หนามยอกอกเข้า ก็ยังตอบคำถามคลาสสิคไม่ได้ว่า เอาเกลือและโปแตซที่ล้นเกินความต้องการจำนวนมหาศาลไปทำอะไร? ขายให้ใคร? และเข้ากระเป๋าใคร?


ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย

webmaster@thaingo.org

1 กุมภาพันธ์ 2549