|
เทศกาลจิตอาสา
บนถนนคนหนุ่มสาว
งานอาสาสมัคร เคยกลับมาเป็นที่เฟื่องฟูรู้จักกันมาก หลังเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิ
พัดถล่มชายทะเลอันดามัน ตลอดชายฝั่ง 6 จังหวัด ซึ่งสร้างความสูญเสียแก่ชีวิตและทรัพย์สินประชาชนอย่างเหลือคณานับ
ทำให้กระแสงานกิจกรรม อาสาสมัครกู้ภัย รวดมาถึงอาสาสมัครทำงานลงสู่ชุมชน
และอื่นๆ กลับมาคึกคักได้รับการต้อนรับ การเข้าร่วมจากสังคมสูง
โดยเฉพาะคนหนุ่มสาวในยุคปัจจุบัน
มูลนิธิกองทุนไทย
ร่วมกับ เครือข่ายพุทธิกา เครือข่ายจิตอาสา
และองค์กรพันธมิตรอื่นๆ ก็นับว่า เป็นกลุ่มองค์กรอีกกลุ่มหนึ่ง
ที่เข้าร่วมกระแส โดยเฉพาะการนำแนวคิดทางพุทธศาสนา กิจกรรมและวัตรปฏิบัติ
มาผสมผสานเป็นจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ คนรุ่นใหม่ คนหนุ่มสาวและวางรากฐานสังคม
ผ่านกระบวนการภายในจิตใจ ในรูปแบบกิจกรรมอาสาสมัครต่างๆ จึงเกิดขึ้นและดำเนินมาครบ
1 ปี
กระนั้น เมื่อเกิดเวทีทบทวนกิจกรรมและบทเรียน ที่ผ่านมา ณ อนุสรณ์สถานแยกคอกวัว
ทำให้ค้นพบว่า กรณี ค่ายอาสาเด็กไร้สัญชาติ บ้านแม่ดึ๊
แม่ฮ่องสอน นั้น กระบวนการกิจกรรมที่ค่ายแม่ดึ๊ ก่อให้เกิดผลต่อเนื่องมากมาย
อาทิ คนหนุ่มสาวซึ่งกลับมา กลายเป็น กลุ่มอาสาสมัครตามมาอีกนับ
10 คน ที่ตื่นตัวสนใจสังคมมากขึ้น พร้อมทั้งยังเข้ามาร่วมกิจกรรมต่างๆ
ของมูลนิธิฯ อย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้น ในวิถีชีวิตประจำวัน
ก็ยังสนใจติดตามสื่อสาร ให้ความร่วมมือกับกิจกรรมทางสังคมอื่นๆ
อีกด้วย
นอกจากนั้น ทีมงานและองค์กรมูลนิธิยังค้นพบ การใช้เทคโนโลยี
การร่วมมือกับองค์กรปฏิบัติการด้านสังคม มาผสมผสานเป็นรูปแบบกิจกรรม
ที่สามารถนำมาพัฒนาให้เกิดกระบวนการในจิตใจ มีทัศนะต่อสังคมการเมือง
และโลก ในกลุ่มอาสาสมัครได้อีกด้วย
จากเด็กไร้สัญชาติทางภาคเหนือ
ถึงเด็กๆ ใน โรงเรียนร้อยหวันพันธุ์ป่า ทางภาคใต้
ซึ่งเป็นโรงเรียนเล็กๆ กำลังจะเกิดกิจกรรมค่ายอาสาขึ้นเพื่อเชื่อมร้อยระหว่างคนอาสาและเด็ก
เยาวชน บุคคลทั่วไปทั้งในและนอกชุมชน ให้รู้จักรักษ์สิ่งแวดล้อม
นอกจากนั้น ยังมุ่งเน้นให้ทุกคนปลูกต้นไม้ ในหัวใจ ร่วมเป็นหนึ่งเดียวกัน
จากระบบการเรียนรู้ที่เป็นรูปธรรม ผ่านสื่อ ผ่านกิจกรรม ผ่านข้อเท็จจริงในพื้นที่
และประสบการณ์ทำงานขององค์กรพัฒนาในพื้นที่ จากแม่ดึ๊ถึงโรงเรียนร้อยหวัน
ไปจนถึงการมุ่งเน้นไปที่การทำกิจกรรมกับเด็กๆ ใช้ศิลปะ ใช้ดนตรี
ใช้จิตใจอาสามาเป็นตัวขับเคลื่อนโยงใยไปสู่เรื่องของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น
คือพัฒนาการที่ปรับตัว และต่อยอด ในขบวนการจิตอาสา
ด้านหนึ่ง การให้เด็กๆเป็นสื่อกลาง นำกลับไปขยายผลสู่ผู้ปกครอง
สู่ชุมชนก็ได้ อีกด้านหนึ่งเด็กๆ คือสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์
ความหวังและโลกใหม่ ที่กล่อมเกลาจิตใจอันสับสน ฟุ้งซ่าน อ่อนหล้าให้มาหลอมรวม
เป็นจิตใจ ที่อาสา มีพลัง มีกำลังใจได้ด้วย และภาพเด็กๆ ยังเผยแพร่เป็นสื่อกิจกรรมในโครงการ
เครือข่ายจิตอาสาได้ด้วย พระไพศาล วิสาโล จากวัดป่ามหาวัน
ชัยภูมิ ผู้ให้แนวคิดมักย้ำเสมอว่า คนหนุ่มสาวปัจจุบันสามารถให้
ทำบุญ โดยแรงกาย โดยการทำจิตใจ ให้สงบเย็น จนเกิดสติและปัญญาได้
กระนั้น กิจกรรมจิตอาสา เช่น ค่ายอาสาฯ ก็ยังมุ่งเน้น
1.
เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้
2. เพื่อสร้างทัศนคติที่ดี ในการทำงานเป็นอาสาสมัครเพื่อสังคม
3. เพื่อรณรงค์ในรูปของการทำบุญ ในรูปแบบของการเป็นอาสาสมัคร
เป้าหมายคือ สร้างกระบวนการออกมาเพื่อให้เกิด ปัญญาและพลังทางสังคม
ในทุกๆ มิติ อาทิ มิติสังคม มิติจิตใจ
มิติปัญญา มิติกายภาพ ผ่านกิจกรรมต่างๆ อาทิเช่น
กิจกรรม ดูแลคนป่วย คนพิการ ทำบ้านดิน ปลูกป่า ทำอาคารก่อสร้าง
ต่างๆ เพื่อให้เกิดผล เกิดความรู้สึกอารมณ์ว่า เขารักกัน เขารักตัวเอง
เขารักคนอื่น รักสังคม รักสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
อีกทั้ง แต่ละมิติก็ลึกซึ้ง มีระดับพัฒนาในตัวเอง อีกหลายๆ ขั้น
หลายๆ ระดับด้วย อาทิ ระดับสังคม ก็ยังจำแนกลงไปถึงระดับความสัมพันธ์ระหว่างตนกับคนอื่นๆ
ตนกับงาน ที่โยงใยไปถึงเหตุและปัจจัย ที่กำหนดหรือผลักดันเป็นปรากฏการณ์ทางสังคม
ไปจนถึงระดับความเชื่อและระดับอุดมการณ์ ที่มองเห็นเป็นปัญญา
และที่ทะลุปรุโปร่ง แล้วจำแนกแยะแยะ หาเหตุและผลได้ จนเข้าใจ
มีทิศทางเดินไป หรือแก้ไขหรือปล่อยวาง ซึ่งนั่นจะพัฒนาเป็นกระบวนการมาสู่
การก่อเกิดสติปัญญา ความสุขและความสงบ วนเวียนเป็นพลังในตัวเองและในการขับเคลื่อนสังคมร่วมกัน
ตัวอย่างวงกรอบพัฒนาการระดับการเรียนรู้ พัฒนา ตนเองกลุ่มจิตอาสา
ที่พระอาจารย์ไพศาลได้ นำเสนอไว้เป็นกรอบทฤษฎี
ชั้นนอก ระดับแรกที่กลุ่มจิตอาสาได้เข้าพบ
สัมผัส รู้สึกจนรู้สึกปิติ ผูกพัน มีพลังใจและภาคภูมิใจ หลังจากนั้น
ก็เกิดกระบวนการตกผลึกรวบยอดเข้าใจเป็นความสงบ เย็น
มีความสุขในสิ่งที่มองเห็นหรือทำอยู่ ซึ่งในขั้นสุดท้าย
ที่กิจกรรมอาสาฯ มุ่งเน้นไปให้ถึงคือ การเกิดปัญญา เกิดความสว่าง
รู้จัก เข้าใจและกำหนด การเคลื่อนไหวในอารมณ์ ความคิดและปัญญาได้

ดังนั่น ระหว่างเดือนเมษายน-กรกฎาคม 2549 กิจกรรมคนอาสาฯ ในเครือจิตอาสาฯ
เครือข่ายพุทธิกา และมูลนิธิกองทุนไทย (www.rsalife.com
, www.thaingo.org)
จึงดำเนินอีกครั้ง โดยเน้นหนักไปที่ รณรงค์เชิญชวนคนหนุ่มสาว
และเยาวชนมาทำบุญในช่วงเทศกาล เข้าพรรษา ในรูปของการเป็นอาสาสมัคร
และใช้กระบวนการของค่ายอาสา มาเป็นกระบวนการร้อยรัดและสร้างกระบวนการเรียนรู้
ให้กับอาสาสมัครที่เข้าร่วมโครงการ
ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย
webmaster@thaingo.org
5 เมษายน 2549
|