|
สิทธิชุมชนที่ถูกซื้อ
: โรงไฟฟ้าที่ย้ายจากประจวบฯ มาสระบุรี
21 มกรา 45 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาว่า
อาศัยอำนาจตาม
.แห่ง พรบ.การไฟฟ้า
..2511 การไฟฟ้า
จะดำเนินการสำรวจข้อมูลทั่วไปเพื่อเลือกแนวสำหรับก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าขนาด
230 กิโลโวลต์ จากสถานีไฟฟ้าย่อยวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยาไปยังสถานีไฟฟ้าย่อยสระบุรี
2 อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี โดยผ่านพื้นที่ดังนี้ อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก อำเภอเมือง อำเภอวิหารแดง
อำเภอหนองแค อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี
โรงไฟฟ้าสระบุรี คือโรงไฟฟ้าที่ย้ายมาจากบ่อนอกหินกรูด ประจวบคิรีขันธ์
และรัฐต้อง (เอาเงินภาษีของประชาชน) จ่ายค่าทดแทนหลายพันล้านให้บริษัทเอกชน
นั่นเท่ากับว่า รัฐบาลโยนปัญหาทั้งหมดที่คนประจวบฯ ปฏิเสธ มาให้คนสระบุรีรับภาระ
สาธารณะหรือสังคมชาวสระบุรีรับรู้เรื่องโรงไฟฟ้าสระบุรีน้อยมาก จนกระทั่งคนแก่งคอยจำนวนหนึ่งออกมาคัดค้าน
เพราะขณะนี้มลภาวะที่สระบุรี โดยเฉพาะแก่งคอยอยู่ในขั้นเลวร้ายมากพอ และเลวร้ายมานานแล้ว
ขณะถึงเวลาที่สิ่งแวดล้อมในจังหวัดสระบุรีต้องฟื้นฟู ไม่ใช่ซ้ำเติม ใครที่ใช้เส้นทางกรุงเทพฯ-หล่มสัก/กรุงเทพฯ-ลพบุรี
หรือใครที่เคยไปไหว้พระพุทธบาท จะรับรู้และสัมผัสภาวะความเลวร้ายของสิ่งแวดล้อมในอำเภอพระพุทธบาทได้เป็นอย่างดี
โดยเฉพาะตำบลหน้าพระลานมีสภาพเหมือนเมืองในหมอก เพราะเต็มไปด้วยการระเบิดหิน
นอกจากนี้ยังมีรถขนปูนวิ่งตลอดเวลา เป็นอยู่อย่างนี้มานานเท่าไรไม่รู้ แต่จะเป็นอยู่อย่างนี้อีกนาน
ตราบเท่าที่สระบุรียังเป็นแหล่งผลิตหินอ่อนที่สำคัญ นอกจากจะเป็นแหล่งผลิตหินอ่อนแล้ว
สระบุรียังเป็นแหล่งผลิตปูนซิเมนต์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ป้อนภาคอุตสาหกรรมของประเทศ
มีคนเพียงหยิบมือที่ร่ำรวย ไม่ต้องเอ่ยชื่อว่าใคร....กลุ่มธุรกิจการเมืองกลุ่มไหน
แต่ชาวสระบุรีส่วนใหญ่ยังยากจน เพราะเป็นเกษตรกร
มีคำถามว่า
1.คนสระบุรี (รวมถึงวังน้อย หนองเสือ และบ้านนา) รับรู้ถึงโครงการขนาดใหญ่ที่มีผลกระทบต่อวิถีชุมชนและสิ่งแวดล้อมมากน้อยเพียงใด
2.คนสระบุรี (รวมถึงวังน้อย หนองเสือ และบ้านนา)
มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในชะตากรรมของตนเอง ที่ต้องเผชิญกับอันตรายที่มองไม่เห็นของกระแสไฟฟ้าแรงสูงเพียงใด
นั่นคือสิทธิชุมชนที่รัฐธรรมนูญรับรอง นั่นคือการมีส่วนร่วมทางการเมืองของพลเมืองที่เป็นเจตนารมย์สำคัญของการปฏิรูปการเมือง
เส้นทางหนึ่งที่สายไฟฟ้าจะผ่านคือ พื้นที่ 4 ตำบล จาก 6 ตำบล ในอำเภอวิหารแดง
นั่นหมายความว่า สายไฟฟ้าแรงสูงจะพาดผ่านพื้นที่เกินกว่าครึ่งหนึ่งของอำเภอวิหารแดง
ไม่นับสายไฟฟ้าแรงสูงที่มีอยู่แล้วจำนวนมาก โดยมาจากโรงไฟฟ้าที่อำเภอหนองแคเข้าอำเภอบ้านนา
จังหวัดนครนายก นั่นแปลว่าอำเภอวิหารแดงทั้งอำเภอมีสายไฟฟ้าแรงสูงพาดผ่านเกือบทั้งหมด
เส้นทางที่พาดผ่านมีหมู่บ้านคนตั้งอยู่ ไม่ใช่พื้นที่รกร้างว่างเปล่า เป็นพื้นที่ที่ที่ปลูกข้าว
ซึ่งเป็นรายได้หลักของคนที่นั่น
ชุมชนที่เดือดร้อนจากการเดินแนวสายไฟดังกล่าว ชุมชนหนึ่ง คือชุมชนบ้านดอน
หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านลำ อำเภอวิหารแดง แนวสายไฟจะพาดผ่านกลางหมู่บ้านซึ่งมีอายุนับร้อยปี
เป็นหมู่บ้านยากจน มีครอบครัวคนจนครอบครัวหนึ่งที่ยังต้องจุดตะเกียงในตอนกลางคืน
! สายไฟที่พาดผ่านหมู่บ้านจน ๆ ที่ยังมีไฟใช้ไม่ทั่วถึงนี้ จะส่งผ่านไปเพื่อสร้างความร่ำรวยให้คนเพียงหยิบมือที่ได้ประโยชน์จากการพัฒนาประเทศมานับ
40 ปี นับแต่มีแผนพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติฉบับที่ 1
นี่เป็นแต่เพียงหมู่บ้านหนึ่งเท่านั้น ตามแนวสายไฟ ยังมีอีกหลายหมู่บ้านในอำเภอวิหารแดงที่เดือดร้อนจากสายส่งไฟฟ้าแรงสูงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต
ไม่นับก่อนหน้าที่ที่ชาวบ้านบางครอบครัวในแนวสายไฟเดิมต้องย้ายบ้านหนีจากแนวสายไฟที่ผ่านไปอำเภอบ้านนา
เพราะความกลัว เขากลัว
หมายความว่าเขาถูกคุกคาม ถูกคุกคามจากอันตรายที่มองไม่เห็นของกระแสไฟแรงสูงที่ไหลผ่านชีวิตเขา
พาดผ่านหมู่บ้านของเขา
นั่นหมายความว่ารัฐธรรมนูญฉบับที่ก้าวหน้าในมาตราเหล่านี้ไร้ความหมายอย่างสิ้นเชิง
มาตรา ๔๖ บุคคลซึ่งรวมกันเป็นชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมย่อมมีสิทธิ
และมีส่วนร่วมในการจัดการ
การบำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน
.
มาตรา ๕๖ สิทธิของบุคคลที่จะมีส่วนร่วมกับรัฐและชุมชนในการ
รักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
เพื่อให้ดำรงชีพอยู่ได้อย่างปกติและต่อเนื่อง ในสิ่งแวดล้อมที่จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัย
สวัสดิภาพ หรือคุณภาพชีวิตของตน ย่อมได้รับความคุ้มครอง
..
การดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม
จะกระทำมิได้ เว้นแต่จะได้ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม
รวมทั้งได้ให้องค์การอิสระซึ่งประกอบด้วยผู้แทนองค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม
ให้ความเห็นประกอบก่อนมีการดำเนินการดังกล่าว
.
มาตรา ๕๘ บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับทราบข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะในครอบครองของหน่วยราชการ
หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น
.
มาตรา ๕๙ บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับข้อมูล
คำชี้แจง และเหตุผล จากหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น
ก่อนการอนุญาต หรือการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมใดที่อาจมีผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม
สุขภาพอนามัย คุณภาพชีวิต หรือส่วนได้เสียสำคัญอื่นใดที่เกี่ยวกับตนหรือชุมชนท้องถิ่น
และมีสิทธิแสดงความคิดเห็นของตนในเรื่องดังกล่าว
..
มาตรา ๖๐ บุคคลย่อมมีสิทธิมีส่วนร่วมในกระบวนการพิจารณา
ของเจ้าหน้าที่ของรัฐในการปฏิบัติราชการทางปกครองอันมีผลหรืออาจมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของตน
..
มาตรา ๒๙๐ เพื่อส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นย่อมมีอำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายบัญญัติ
กฎหมายตามวรรคหนึ่งอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้
(๑) การจัดการ การบำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่อยู่ในเขตพื้นที่
(๒) การเข้าไปมีส่วนในการบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่อยู่นอกเขตพื้นที่
เฉพาะในกรณีที่อาจมีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่ของตน
(๓) การมีส่วนร่วมในการพิจารณาเพื่อริเริ่มโครงการหรือกิจกรรมใดนอกเขตพื้นที่ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม
หรือสุขภาพอนามัยของประชาชนในพื้นที่ |
เหตุใดจึงมีการย้ายโรงไฟฟ้าจากประจวบมาที่สระบุรี ? มีเงื่อนงำในทางการเมืองอย่างไร
มีข้อสงสัยว่า
1.เหตุใดจึงมีการจ่าย ค่ารอนสิทธิ์ (ในบรรดาค่าสินไหมทดแทนในทางกฎหมายทั้งหมด
การรอนสิทธิ เป็นค่าตอบแทนที่มีมูลค่าต่ำที่สุด) กับชาวบ้านที่วิหารแดง
ทั้ง ๆ ที่ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการบอกว่า EIA กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณา
ชาววิหารแดงไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำ EIA
2.กฟผ.เซ็นต์สัญญาซื้อไฟกับบริษัทเอกชนแล้ว เป็นเวลา 25 ปี เริ่มจ่ายไฟในปี
2550 เซ็นต์ทั้ง ๆ ที่ EIA ยังไม่อนุมัติ นั่นแปลว่า มีการรอรับค่าโง่ล่วงหน้าแล้ว
หลังจากรับไปแล้วที่ประจวบ บริษัทคือใครบ้าง
ลองเปิดชื่อผู้ถือหุ้นดู
กรณีโรงไฟฟ้าสระบุรี การไฟฟ้าฯมิได้ดำเนินการใด ๆ ดังที่รัฐธรรมนูญกำหนด
ที่วิหารแดง
.จะมีแนวสายไฟแรงสูงพาดผ่านราว 75 กิโลเมตร โดยไม่ได้รับคำชี้แจงใด
ๆ นอกจากจดหมายแจ้งมาที่ อบต. และเจ้าของที่ดิน สิ่งที่อ้างกับชาวบ้านคือ
นี่เป็นมติ ครม. ชาวบ้านหมู่ที่ 6 ตำบลบ้านลำ ยื่นหนังสือคัดค้านไปที่ผู้ว่าการการไฟฟ้าฯ
ประธานบอร์ดการไฟฟ้าฯ ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา คณะกรรมการสิทธิฯ คณะกรรมาธิการชุดหนึ่งของรัฐสภา
ครั้งแรกที่การไฟฟ้าฯ ลงมาสำรวจ ชาวบ้านไม่เห็นด้วย และได้นำสำรวจเส้นทางใหม่ที่ไม่ต้องผ่านหมู่บ้าน
นิติกรของการไฟฟ้าฯ แนะนำให้ชาวบ้านทำหนังสือคัดค้านไปที่การไฟฟ้าฯ ในครั้งแรกการไฟฟ้าฯ
ตอบกลับมาว่า เลยระยะเวลาการอุทธรณ์แล้ว ชาวบ้านยื่นหนังสือคัดค้านไปอีก
และเสนอให้ใช้เส้นทางใหม่ที่นำสำรวจ แต่เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าฯ ไม่รับฟัง ตอบกลับมาว่าชาวบ้านรับ
ค่ารอนสิทธิ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในระหว่างที่มีการคัดค้าน การไฟฟ้าฯ
มาชี้แจงที่ที่อำเภอ มีคำถาม มีความไม่ชัดเจนที่การไฟฟ้าฯไม่สามารถตอบคำถามได้
แต่การประชุมครั้งนั้น การไฟฟ้าอ้างว่า เป็นการทำความเข้าใจกับชาวบ้าน
หลังจากนั้นก็รวบรัดจ่ายเงินให้ชาวบ้าน
นั่นหมายถึงการซื้อเวลา เป็นเทคนิคการหลอกลวงรูปแบบหนึ่งที่การไฟฟ้าฯ ถนัด
และคุ้นเคย ในขณะที่แอบจ่ายค่าชดเชยให้ชาวบ้านเจ้าของที่ดิน ทั้ง ๆ ที่ชาวบ้านข้างเคียงที่ได้รับผลกระทบกำลังดำเนินการคัดค้าน
การปฏิเสธที่จะรับฟังเสียงคัดค้านของชุมชน โดยอ้างว่าได้จ่ายค่า รอนสิทธิ
ให้เจ้าของที่ดินแล้ว เท่ากับบอกเราว่า เราได้ซื้อสิทธิชุมชนของคุณแล้ว
ซึ่งเป็นสิทธิชุมชนที่ราคาถูกที่สุดเท่ามีเคยมีการจ่าค่าชดเชยเนื่องจากการละเมิดของรัฐ
!
ในทางเศรษฐศาสตร์ที่ดินที่อำเภอวิหารแดงมีความหมายอย่างไร คำถามง่าย ๆ คือคุณอยากซื้อที่ที่ดินมีสายไฟฟ้าแรงสูงพาดผ่านหรือไม่
.คุณรู้คำตอบ
ที่วังน้อย ชาวบ้านรอบ ๆ โรงไฟฟ้าฯ ต้องขายที่ดินทิ้งในราคาถูก ๆ เพียงไร่ละ
1 หมื่นบาท แล้วหาที่อยู่ใหม่ การเสียโอกาสคือความเสียหายอย่างใหญ่หลวงในทางเศรษฐกิจ
ระยะทาง 75 กิโลเมตรของสายไฟ ในความกว้าง 40 เมตร มีมูลค่าในทางเศรษฐกิจเท่าไร
มีใครเคยคำนวณบ้าง ชาววิหารแดงเคยตื่นเต้นดีใจกับการมีเมืองใหม่ เมื่อหลายเดือนก่อนโน้น
ชาวบ้าน นายหน้า วิ่งหาที่ดิน วิ่งขายที่ดินกันจ้าละหวั่น
แต่ถ้ามีสายไฟพาดผ่าน
นับวันจะเป็นเมืองร้าง เมืองที่ต้องคำสาป เพราะเป็นเมืองที่ไม่เหมาะที่จะอยู่อาศัย
หรือแม้แต่ทำการเกษตร อย่างที่ชาวสวนส้มที่วังน้อยต้องประสบ ชุมชนที่อยู่มาตั้งแต่บรรพบุรุษต้องย้ายหนีโรงไฟฟ้า
เส้นทางที่สายไฟฟ้าแรงสูงพาดผ่าน โครงการขนาดใหญ่ที่สร้างความรู้สึกไม่มั่นคงปลอดภัยให้แก่ชีวิต
นั่นเป็นความยุติธรรมแล้วหรือ
ที่แก่งคอย....บริษัทเอกชนอ้างว่า
ชาวบ้านในพื้นที่ที่ตั้งโรงไฟฟ้าไม่คัดค้านแล้ว
.มีกระบวนการอย่างไรที่ชาวบ้านยินยอมได้โดยง่าย
ทั้ง ๆ ที่มีคนกลุ่มหนึ่งดำเนินการคัดค้าน และกระแสสังคมก็คัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าตลอดมา
ไม่ว่าจะเป็นแม่เมาะ หรือประจวบ ล้วนปฏิเสธที่จะเป็นเหยื่อของมลพิษจากโรงไฟฟ้าทั้งนั้น
เหตุใดคนที่นี่จึงยินยอมที่จะเป็นเหยื่อโดยไม่โต้แย้ง
.เป็นการแอบอ้างหรือเปล่า
ถ้าเป็นจริงก็เป็นคำตอบที่สังคมรู้กันดีว่าการไฟฟ้าฯ ใช้อะไรเป็น เครื่องมือ
เพื่อซื้อสิทธิในการคัดค้านของคนพวกนั้น
สิทธิที่ได้มาซึ่งการสร้างโรงไฟฟ้าเป็นสิทธิที่ได้มาด้วยการฉ้อฉลในหลายรูปแบบ
สิทธิหรืออำนาจที่ได้มาด้วยวิธีการที่ผิดกติกา ภาษาชาวบ้านเรียกว่า การหลอกลวง
เฉกเช่นสิทธิในทางการเมือง การได้คะแนนเสียงมาด้วยการฉ้อฉลที่ใช้เงินเป็นเครื่องมือที่เรียกว่า
การซื้อเสียง
บางเรื่องถูกเรียกว่า การพัฒนา บางเรื่องถูกเรียกว่า ประชาธิปไตย
ทั้ง การพัฒนา และ ประชาธิปไตย อันหมายถึงอำนาจที่จะทำอะไรได้โดยไม่ฟังเสียงคนที่เดือดร้อนที่ชนชั้นนำอ้างนั้น
ต่างได้มาด้วยวิธีการอันตลบตะแลง ภายใต้การรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของคนจนทั้งสิ้น
ปัญหาคือเราจะมีมาตรการการอย่างไรในการจัดการกับเอกชนที่ใช้เงินซื้อสิทธิชุมชนของเรา
เหตุใดจึงมีการย้ายโรงไฟฟ้าจากประจวบมาที่สระบุรี เป็นคำถามที่คนที่อื่นอาจหาคำตอบไม่ได้
แต่สำหรับคนสระบุรีน่าจะเข้าใจ ชาวบ้านหมู่ที่ 6 ตำบลบ้านลำ อำเภอวิหารแดง
ได้ค่าลงคะแนนเสียง เสียงละ 200 บาทในการเลือกตั้งที่ผ่านมา และก็คงเช่นเดียวกันกับที่หนองสรวง
ตำบลบ้านป่า อำเภอแก่งคอย หรืออำเภอเสาไห้
.เป็นคำตอบที่อธิบายสภาพการเมืองในจังหวัดสระบุรีได้ชัดเจน
แม้ว่าจะมีการปฏิรูปการเมือง แม้ว่าจะมี กกต. แต่ที่สระบุรีวัฒนธรรมการเมืองไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลง
ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของวงจรอุบาทว์ทางการเมืองเหมือนเดิม
ด้วยเหตุที่ถูกซื้อ จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องสิทธิใด ๆ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเมื่อชาวบ้านเดือดร้อนจึงไม่เคยเห็นหน้าผู้แทนของตน
ที่หมู่บ้านเล็ก ๆ ในตำบลบ้านลำ อำเภอวิหารแดงไม่เคยมีนักการเมืองคนไหนไปเยี่ยมเยียนในฐานะผู้แทนของประชาชน
ไม่เคยเห็นหน้าผู้สมัครผู้แทนราษฎรเดินลงไปหาเสียง เราพบแต่หัวคะแนนที่มาจ่ายสตางค์ในคืนหมาหอน
ภาพลักษณ์ผู้แทนราษฎรสะท้อนภาพความตื่นตัวทางการเมืองฉันใด
ความเป็นประชาธิปไตยสะท้อนภาพได้จากผู้นำฉันนั้น
คนสระบุรีไม่เคยได้รับสิทธิใด ๆ ในทางการเมืองตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ เขามีหน้าที่เพียงหย่อนคะแนนเสียงทุก
ๆ 4 ปี ให้กับนักการเมืองตระกูลหนึ่งที่ผูกขาดจังหวัดสระบุรีมานาน ไม่ต่างจากเมืองสุพรรณบุรีของคุณบรรหาร
ศิลปอาชา ในความเหมือนมีความต่างตรงที่ว่า คุณบรรหารนั้นสำนึกในบุญคุณของคะแนนเสียงชาวสุพรรณฯ
ทำให้สุพรรณฯ เป็นเมืองในฝันของชาวบ้านหลายคน แต่นักการเมืองที่อาศัยคะแนนเสียงของคนสระบุรีจนไต่เต้าถึงคหบดีกระทรวงที่คุมโรงงาน
และผลักดันสระบุรีให้เป็นเมืองอุตสาหกรรม นั้นตรงกันข้าม ทำให้ชาวสระบุรีฝันร้ายด้วยการทำให้เป็นเมืองอุตสาหกรรม
อุตสาหกรรมขยะ ที่คนแก่งคอยเรียกว่า ขยะบุรี
ไม่นานมานี้ตอนที่ท่านมีอำนาจในรัฐบาล ท่านอนุมัติให้โรงงานแบตเตอรี่มาสร้าง
ชาวบ้านสงสัยว่าคนที่เซ็นต์อนุมัติได้รับเงินเท่าไร บางทีถ้าเราเปิดรายชื่อผู้ถือหุ้นบริษัทเอกชนที่มาสร้างโรงไฟฟ้าที่สระบุรี
เราอาจจะพบนามสกุลที่คุ้นเคยในเวทีการเมืองทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่นอยู่ก็ได้
พ่อเล่าว่า วันหนึ่งที่โรงสีขนาดเล็กของครอบครัวประสบภาวะขาดทุนเนื่องจากภาวะน้ำมันแพง
พ่อต่อสายไปยังหัวคะแนนของนักการเมืองซึ่งเป็น สจ. และเป็นหัวคะแนน สส.สระบุรี
เพื่อขอเข้าพบผู้แทนสระบุรีที่คุมกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับโรงงาน และต้องการขอความช่วยเหลือในฐานะผู้แทน
หลังจากที่รออยู่หลายชั่วโมงจึงได้พบเป็นเวลาไม่น่าจะเกิน 15 นาที
ผู้แทนของพ่อคนนั้นไม่สามารถช่วยเหลืออะไร และตอบพ่อว่า พวกคุณไม่ได้เลือกผมเข้ามา
ผมซื้อเสียงเข้ามา
นั่นคือนักการเมืองที่จับจองพื้นที่สระบุรีมาถึงรุ่นหลาน ด้วยเหตุที่ถูกซื้อ
จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องสิทธิใด ๆ สจ.หัวคะแนนที่พาไปก็หน้าแตกพอ ๆ กัน
เป็นนักการเมืองคนเดียวกันกับคนที่มีโอกาสเข้าไปเป็น สสร.ประเภทผู้มีประสบการณ์ด้านการเมืองการบริหารแผ่นดิน
เป็น สสร.คนหนึ่งใน 4 คน ที่งดออกเสียงเมื่อ สสร. มีมติผ่านร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน
การงดออกเสียงในทางการเมือง แปลว่าไม่เห็นด้วยครับ
.
จึงไม่แปลกว่า เหตุใดรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนที่จังหวัดสระบุรีจึงถูกงดใช้
มีเพียงภาวะเผด็จการเท่านั้นที่รัฐธรรมนูญงดใช้ มีเพียงรัฐบาลประชาธิปไตยของนายกฯ
ทักษิณเท่านั้นที่รัฐธรรมนูญถูกฉีกทิ้ง การย้ายโรงไฟฟ้าจากประจวบฯ มาสระบุรี
เมืองอุตสาหกรรม รัฐบาลและนักการเมืองในจังหวัดสระบุรีคงได้ประเมินแล้วว่า
คนสระบุรีคงไม่ลุกขึ้นมาคัดค้าน !
นั่นเป็นการดูถูกวุฒิภาวะทางการเมืองของคนสระบุรีมากไปหรือเปล่า ? หรือเพราะคิดว่าคะแนนเสียงและอำนาจอธิปไตยของคนสระบุรี
ซื้อได้ในราคาถูก
ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย
webmaster@thaingo.org
ขอบคุณ ข้อมูลจาก เครือข่ายสระบุรีรักบ้านเกิด
8 ธ.ค. 2547
|