|
พ.ร.บ.สัญชาติ มาตรา 23
: หนทางต่อสู้ที่ยาวไกล สู่ความเป็นไทยที่ยาวนาน
การแก้ไขพระราชบัญญัติสัญชาติ และมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่
27 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2551 แล้วนั้นก็ได้มีอำเภอหลายอำเภอ ได้เปิดให้บุคคลไร้สัญชาติมีสิทธิร้องขอลงรายการสัญชาติไทยในทะเบียนราษฎร
มาตรา 23 วรรค 2 พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)
สัญชาติ (ฉบับที่ 4) 2551 เป็นเวลา
90 วัน ทางอำเภอได้ยึดถือกฎกระทรวงพระราชบัญญัติสัญชาติฉบับใหม่มาใช้พิจารณาในการขอสัญชาติ
มีทั้งอำเภอที่ให้ความสำคัญกับพระราชบัญญัติสัญชาติฉบับใหม่
และบางพื้นที่ที่มีลักษณะที่ไม่ยอมเปิดโลกทัศน์ ที่จะนำพาประเทศไปสู่การยอมรับความหลากหลายทางชาติพันธุ์
และความเท่าเทียมกันในทางกฎหมาย ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่เกิดจากกฎหมายไม่ดี
แต่เกิดจากตัวบุคคล บุคลากรของหน่วยงานของรัฐ และการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ
พื้นที่อำเภอสบเมย
และอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ก็เป็นพื้นที่หนึ่งที่มีคนที่ไร้สัญชาติจำนวนมาก
และมีปัญหาเกี่ยวการร้องขอลงรายการสัญชาติไทยเพราะยังไม่มีเจ้าหน้าที่ของอำเภอกล้าที่จะรับเรียงร้องขอ
กลุ่มคนที่จะได้สัญชาติไทย ตามมาตรา
23 ใน อ.สบเมย ไม่ต่ำกว่า 70-80 % ที่เราได้สำรวจแล้วตัวเลขที่ตามได้คือ
3000 กว่าคน ในอำเภอสบเมยมีสิทธิได้สัญชาติไทยขณะนี้ ก็หารือกับอำเภอข้อมูลที่เรามีมาจัดกลุ่ม
เพราะกลุ่มบุคคลที่จะได้สัญชาติแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม เป็นอย่างน้อยแต่ว่าทั้ง
3 กลุ่มมันมีกลุ่มย่อยของมันอีก ในทางปฏิบัติมีปัญหานิดหน่อย
เพราะเป็นเรื่องใหม่ทั้งคนทำงานทะเบียนราษฏร์ นายอำเภอ เอ็นจีโอ
กำลังเป็นช่วงการเรียนรู้เราก็พยายามผลักดัน ที่ผ่านมาจะสร้างความเข้าใจร่วมกันมันจะเป็นประโยชน์ระยะยาว
สันติพงษ์ มูลฟอง หัวหน้าศูนย์ศูนย์พัฒนาเครือข่ายเด็กและชุมชน
อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ผู้ทำงานเรื่องคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติมายาวนาน
กล่าวให้ฟัง
อย่างไรก็ดี กฎหมายและหนังสือสั่งการที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้กำหนดว่าระยะเวลาที่นายทะเบียนจะใช้เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง
และรวบรวมพยานหลักฐานนั้น นายทะเบียนอำเภอ ต้องดำเนินการให้เสร็จภายในระยะเวลาเท่าไร
อย่างไรบ้าง ทำให้มีการล้าช้าและมีผลทางด้านกระทบต่อคนที่ได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
โดยเฉพาะทั้งในด้านจิตใจ ความรู้สึกไม่มั่นคงของผู้เฝ้ารอ
นางสาวมึดา นาวานาถ คนไร้สัญชาติของอำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
ที่เพิ่งได้รับสัญชาติ ได้ทำบัตรประชาชน เป็นคนแรกของ อ.สบเมย
ได้เล่าประสบปัญหาการดำเนินการเรื่องร้องขอสัญชาติจากเจ้าหน้าที่รัฐ
อย่างน่าสนใจ
ตอนแรกคิดว่าจะได้
ตั้งแต่ พ.ร.บ. มาตรา 23 ออกมาใหม่ๆ รู้แล้วว่าตัวเองต้องได้แต่มันก็เป็นไปได้ที่เราจะไม่ได้เพราะเป็นอำนาจของอำเภอ
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ก็ทำอะไรไม่ได้เลย เราก็คิดว่ากฎหมายออกมาแล้วนะทำไมเราไม่ได้
มันจะเป็นไปได้ไหม ติดต่ออำเภอตลอดไปยื่น 28 กุมภาพันธ์ เขาบอกว่ารับแต่สุดท้ายเข้าก็ไม่รับทำไม่ได้เพราะไม่มีคำสั่งต้องรอคำสั่งก่อน
คำสั่งมาวันที่ 12 มิถุนายน ก็ไปยื่นที่อำเภอมีรายละเอียดเยอะมาก
คำร้องยังเหมือนเดิมอยู่ที่เดิม ไม่ได้ทำไร มีความผิดพลาดหลายอย่าง
ปัญหามันเยอะมากคือ ตอนที่ยื่น มาตรา 23 ก็ชัดนะ ก่อนที่จะไปยื่นแต่หนูมองว่าปัญหาคือคนที่ทำงานมากกว่าความเข้าใจมันไม่ตรงกัน
ก็ปรึกษากับคนที่ผลักดันนโยบายนี้ว่ามันเป็นอย่างไรบ้าง แต่ว่าหลาย
ๆประเด็นเจ้าหน้าที่อำเภอเขาไม่เข้าใจ แต่ก็ได้มาตอนนี้เขาทำเรื่องเขาไปกรมการปกครองเพื่อขอหมายเลข
13 หลัก เพื่อเข้าทะเบียนบ้านกลางประมาณ 2 อาทิตย์ ตอนนี้ต้องย้ายจาก
ทร.13 ไป ทร.14 แล้วก็ทำบัตร หนูทำเป็นคนแรกในสบเมยที่ยื่นตามมาตรา
23 ไปกัน 6 คน ทั้งครอบครัวแต่เขาทำให้หนูคนเดียวเป็นการทดลองก่อน
นอกจากนั้น นางสาวมึดา นาวานาถ ยังต้องการที่จะเอากรณีศึกษาของเธอเป็นส่วนช่วยผลักดันให้คนไร้สัญชาติสำนึก
มีความเข้าใจในสิทธิของตัวเองอย่างแท้จริงในการดำเนินการร้องขอสัญชาติไทยครั้งนี้
อยากให้น้องๆ เข้าใจอย่างชัดเจนว่ามาตรา 23 มีอะไรบ้าง เป็นอย่างไร
ที่ผ่านมาเขาบังคับเราการยื่นคำร้อง เช่น พยานเป็นลูกของใคร
ทางอำเภอต้องบังคับเป็นข้าราชการ 1 คน ถ้าไม่มีพยานก็ยื่นไม่ได้ซึ่งมีมากหลายคนต้องใช้พยานเขาไม่รู้หลักการ
ไม่เข้าใจ เข้าใจไม่ตรงกัน ไม่อยากให้ทำเกินหน้าที่ของราชการ
ทำตามกฎหมายบัญญัติให้เจ้าหน้าที่เขาใจตรงกันในกฏหมาย อยากฝากว่าคนที่มาเป็นพยานให้รู้จักจริงๆ
อย่าไปเสี่ยงอนาคตกับเงินเพียงเล็กน้อย
จริงๆ แล้วเราควรได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ แล้วแต่ว่าสิ่งที่เราทำขวากหนามมันคงไม่มีอีกแล้ว
เพราะเราทำไว้หมดบุคคลอื่นยื่นก็คงใม่มีปัญหาอะไร ก็ดีใจนะแต่ก็เหนื่อยก่อนทางอำเภอจะบอกก็เหนื่อย
คือกฏหมายที่รับสัญชาติถ้ามาถึงนายอำเภอตั้งนับไปอีก 15 วัน
จะพิจารณาอนุมัติ วันที่ 21 ทางอำเภอต้องมีหนังสือว่าได้หรือไม่
หนูโทรไปหาเจ้าหน้าที่อำเภอเขาก็บอกไม่รู้ไม่มีคำตอบให้ รู้สึกเสียใจเหมือนเขาไม่อยากคุยกับเรา
ทั้งที่กฎหมายมาถึงแล้ว หนูเข้าสู่กระบวนการตั้งแต่ปี 2542 ก็ต่อสู้มาตลอดก็ดีใจ
สิ่งที่ดาทำไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง ถ้าหนูได้คนที่มีคุณสมบัติเหมือนเราก็ต้องได้เช่นกันจริงๆ
เราได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ แล้วแต่ว่าสิ่งที่เราทำขวากหนามมันคงไม่มีอีกแล้ว
เพราะเราทำไว้หมดแล้วบุคคลอื่นยื่นก็คงไม่มีปัญหาอะไรแล้ว นางสาวมึดา
นาวานาถ กล่าว
แม้ว่ากฎหมายที่บัญญัติมาจะมีความชัดเจนเที่ยงธรรมสักปานใด แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐยังไม่มีการกระตือรือล้น
เอาใจใส่ในการนำกฎหมายมาปฎิบัติอย่างถูกต้องครบถ้วน กฎหมายที่ดีก็ไม่สามารถที่จะช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบความเดือดร้อนได้
หากเป็นเช่นนั้นจริงๆ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)
สัญชาติ (ฉบับที่ 4) 2551 มาตรา
23 ที่เปิดโอกาสในคนที่ไม่มีสิทธิการมีสัญชาติไทยที่มีความรัก
และหวงแหนแผ่นดินไทยเหมือนกันไม่มีมีโอกาสเข้าถึงทางการศึกษา
สาธารณสุข การบริการพื้นฐานอื่นๆ ซึ่งไม่ยุทธิธรรมเท่าไรนัก
วันนี้การเคารพในหลักการกฎหมายเป็นสิ่งที่สำคัญ พื้นฐานการยอมรับหลักการส่วนรวมร่วมกัน
พื้นฐานของความเท่าเทียมกันตามกฎหมาย อันจะนำมาซึ่งสังคมแห่งความเอื้ออาทรและความเข้าใจกันได้ไม่ยากนัก

ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย
webmaster@thaingo.org
3 กันยายน 2551
|