ธีออส ดาวเทียมของรัฐ ดาวแท้ของประชาชน

คนที่ทำงานพัฒนาด้านข้อมูลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะคนที่พอรู้เรื่องอิเล็คโทรนิค อาทิ คอมพิวเตอร์ เครื่องสำรวจจีพีเอส บ้าง คงแอบตื่นเต้นกับข่าวปลายปีนี้ที่ประเทศไทยจะมีดาวเทียมขนาดเล็กของตนเอง ไว้สำรวจข้อมูลภาพทรัพยากรทางอากาศระยะใกล้ๆ ซึ่งแม้จะเป็นของรัฐเช่นเคย แต่ข่าวรายงานว่า เพื่อบริการข้อมูลแก่ประชาชนด้วย

จากสื่อรายงานว่า ดาวเทียมธีออส (TEOS : Thailand Earth Observation System) จะถูกยิงในเดือนตุลาคมนี้ ที่ฐานยิงประเทศปากีสถาน ซึ่งเป็นโครงการร่วมมือกับประเทศฝรั่งเศส โดยเฉพาะความสามารถของเจ้าธีออสนี้นั้น สามารถสำรวจ จับภาพได้ละเอียดจนเหมือนมองเห็นได้จากบนท้องฟ้าแทบทั้งหมด อาทิ พืชพันธุ์ชนิดต่างๆ ที่เกษตรกรปลูก สภาพที่ดิน สภาพป่าที่กำลังฟื้นฟู หรือกำลังถูกโค่นถูกบุกรุก กระแสน้ำที่กำลังเอ่อท่วม ดินที่กำลังแล้ง ดูได้กระทั่งบ้านพักตากอากาศ รีสอร์ทบนเขายายเที่ยง ว่ากำลังก่อสร้างหรือแผ้วถางส่วนไหนของป่า ที่ดินย่านรัชดาอยู่ตรงไหนของ กทม. ชาวบ้านก็จะรู้ด้วยเช่นกัน รู้แม้กระทั่งเส้นทางลำเลียงยาบ้า ลำเลียงแรงงานเถื่อน หรือเรือประมงลำใดกำลังรุกล้ำเขตอนุรักษ์ทางทะเล มองเห็นในระดับความชัดที่ 2 เมตร เห็นเรือเห็นรถยนต์แล่นไปมาเลย (เขาว่าขนาดนั้น)

และดูได้แม้กระทั่งระดับความสูง-ต่ำ ของหุบเขาและหุบเหว ซึ่งแสดงเป็นภาพ 3 มิติ โดยข้อมูลทั้งหมด จะเผยแพร่ผ่านเครือข่ายและยังออนไลน์ ผ่านอินเตอร์เน็ต ซึ่งหมายถึงต้องดูผ่านคอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆ ( แต่ไม่ได้ระบุว่า ห้ามส่องดูอะไรมั่ง)

ถ้าวันนี้กฎหมายไทยเอื้อให้เกิดเสรีภาพด้านข้อมูลข่าวสาร และวันหนึ่งวันหน้าใกล้ๆ นี้ระบบราชการไทย พัฒนาเทคโนโลยีด้านข้อมูลก้าวหน้า เป็นระบบไว้บริการประชาชนได้ อาทิ ข้อมูลทะเบียนเจ้าของที่ดิน แผนที่ที่ดินของรัฐ ของนายทุน ของเกษตรกร และเชื่อมระบบให้สืบค้นได้ง่ายๆ อาทิ สืบค้นแล้วพบว่า ที่ดินนายทุนมีกี่แปลง กี่ไร่ ตรงไหนบ้าง สภาพป่าเป็นอย่างไร ปลูกพืชชนิดไหน รุกล้ำที่สาธารณะ หรือไม่ เชื่อว่าแนวทางการปฏิรูปที่ดินจะชัดเจนเป็นรูปธรรมขึ้น โปร่งใสและกระจายทั่วถึงประชาชนมากขึ้น

หากจะศึกษาการจัดการป่าของอุทยานฯ กับชาวบ้าน เพื่อเปรียบเทียบก็ง่ายขึ้น หรือจะดูปัจจัย ทิศทาง การขยายตัวของชุมชนเมืองและตัวเมือง เพื่อให้องค์กรชุมชนสามารถเข้าถึง ติดตาม ตรวจสอบและมีส่วนร่วมก็ง่ายขึ้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น ฯลฯ

ด้านป้องกันอุบัติภัย อาทิ พายุ คลื่นยักษ์ ไฟป่า ฯลฯ ประชาชนก็สามารถสำรวจตรวจสอบ และวางแนวทางของตนเองได้มากขึ้น ซึ่งก็ลดความเสียหายไปได้ไม่ใช่น้อย

ปัญหาสำคัญ หลังให้กำเนิดเจ้าดาวเทียมลูกครึ่งพันธุ์ผสม ไทย-ฝรั่งเศส ราคา 6,400 ล้าน ชื่อ "ธีออส" นี้คือ เทคโนโลยีต้องไม่ถูกใช้ หรือสามารถเข้าถึงได้เฉพาะภาครัฐ ภาคธุรกิจ หรือองค์กรพัฒนาเอกชน ที่มีศักยภาพด้านเทคโนโลยีสูงเท่านั้น แต่ต้องพัฒนาให้ภาคประชาชนเข้าใจและเห็นคุณค่า ตลอดจนคุ้นชินและเข้าถึงได้ แล้วใช้ประโยชน์ข้อมูลจากดาวเทียมลูกครึ่งดวงนี้ให้ได้ โดยภาครัฐและภาคอื่นๆ ร่วมกันสนับสนุน การพัฒนาทักษะที่จำเป็น

เพราะบทเรียนจากดาวเทียมการสื่อสาร อย่าง ไทคม วันหนึ่งก็เป็นดาวเทียมจริงๆ ของประชาชน เพราะเป็นดวงดาวที่มีหน้าที่หาประโยชน์จากประชาชนถ่ายเดียว ไม่ได้พัฒนาให้เป็น "ดาวแท้" ในหัวใจประชาชนเลย เป็นแค่ดาวของอดีตนักธุรกิจการเมืองที่ชอบมอง ซึ่งตอนนี้ก็ขายทอดตลาดให้ต่างชาติไปแล้ว

ก่อนที่ดาวเทียมธีออสขึ้นไปลอยล่อง เหนือแผ่นดินไทย ยังมีเวลามากพอ สำหรับริเริ่มให้การศึกษาแก่ประชาชน ในวิธีการเข้าใจ วิธีการใช้ ประโยชน์และคุณค่าความสำคัญ นอกจากนั้น การพัฒนาโครงข่ายเทคโนโลยีและอินเตอร์เน็ต ก็ต้องทำให้ฉับไวทั่วถึง ที่สำคัญต้อง โปร่งใส และประชาชนมีส่วนร่วม มิใช่กว่าประชาชนจะเล็งเห็นและใช้เป็นก็สูญเสีย โอกาสที่จะได้ประโยชน์นั้นแล้ว โดยเฉพาะการลงทุน คาดว่า แค่เพียง 1 ใน 3 ของราคาเจ้าธีออส ก็น่าจะมากพอแล้วสำหรับการปูพื้นฐานให้กับประชาชน

ประการสุดท้าย สำหรับในขบวนการเคลื่อนไหวด้านสิทธิชุมชน สิทธิมนุษยชน และด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะทีมข้อมูลและทีมงานสื่อเพื่อสนับสนุนขบวนการประชาชน หรืองานพัฒนา ต้องเตรียมพร้อมและพัฒนาระบบการเชื่อมถึงข้อมูล ให้มีประสิทธิภาพและฉับไว เพื่อสนับสนุนกันให้มากขึ้น เพราะยิ่งเทคโนโลยีก้าวหน้าไปไกล ทะลุทะลวงข้อจำกัดเดิมได้มาก ก็ยิ่งเป็นทั้งโอกาสและอุปสรรคสำคัญถ้ายังไม่รีบตื่นตัว เพราะโลกปัจจุบันนี้ เมื่อผนวกดาวเทียม รวมกับ โทรศัพท์มือถือ เครื่องยิงจีพีเอส ระบบดิจิตอล คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต แล้วเชื่อมถึงกันเป็นทั้งเครือข่ายและโครงข่าย ซึ่งถ้าสามารถพัฒนาส่วนนี้ให้กับประชาชนได้ละก็

ขบวนการประชาชนยังทะลุทะลวงไปได้อีกไกล.....

ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย

webmaster@thaingo.org

5 กุมภาพันธ์ 2550