Home ข่าวเด่น ข่าวรายวัน English News รายงาน บทความ Sound & VDO Webboard ข้อมูลย้อนหลัง

ถึง... บางสะพาน ...ด้วยแรงใจ ไม่ไหวเอน

"20 กรกฏาคม 2550 เมื่อเวลา 02.30น ของวันที่20 กรกฏาคม 2551 สภอ.บางสะพาน ได้รับแจ้งจากนายสุพจน์ ส่งเสียง แกนนำกลุ่มอนุรักษ์แม่รำพึง ว่าถูกคนร้ายใช้ยานพาหนะเป็นจักรยายนต์ ยิงเข้ามาในบ้านประมาณ 6 นัดทั้งชั้นบน และชั้นล่าง ในระหว่างนอนหลับอยู่บนโซฟาข้างโต๊ะทำงาน รอยกระสุนส่วนใหญ่ตรงจุดโต๊ะทำงานห่างจากจุดที่นอนอยู่เพียง 40 เซนติเมตร - AEPS"

เกิดอะไรในพื้นที่บางสะพาน? เหตุใดจึงมีแต่ความรุนแรงเกิดขึ้นที่นั่น?

เชื่อว่าคำถามแบบนี้คงเกิดขึ้นในใจของใครหลายคน ไม่เว้นแม้แต่ผู้คนเมืองบางสะพานเอง เพราะเรื่องราวความขัดแย้งระหว่างกลุ่มชาวบ้านที่ร่วมกันคัดค้านการก่อสร้างโรงถลุงเหล็ก เพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นของตน กับกลุ่มทุนบริษัทสหวิริยายืดเยื้อมากว่า 3 ปีแล้วและยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติ ในขณะที่นับวันข่าวคราวความรุนแรงในพื้นที่กลับได้ลุกลามบานปลายขึ้นทุกขณะ

นับตั้งแต่ เดือนมิถุนายน 2551 เป็นต้นมา กลุ่มทุนได้ใช้ความรุนแรงเพื่อยุติปัญหาความขัดแย้งดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง การเผชิญหน้าทุกครั้งระหว่าง "กลุ่มอนุรักษ์แม่รำพึง" ซึ่งเป็นตัวแทนชาวบ้าน และ "กลุ่มสมานฉันท์" ซึ่งเป็นตัวแทนของบริษัทสหวิริยาฯ มักจะจบลงด้วยการปะทะกันจนสูญเสียชีวิต เลือดเนื้อโดยส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มชาวบ้านที่ปราศจากซึ่งอาวุธป้องกันตัว หากแต่เจ้าหน้าที่รัฐ และหน่วยงานปกครองท้องถิ่นที่หวังจะเป็นที่พึ่งพากลับบเพิกเฉยต่อกรณีดังกล่าว หลายต่อหลายครั้ง

เพื่อร้องขอความเป็นธรรม และความปลอดถัยจากการถูกคุกคามด้านสิทธิมนุษยชนจึงเป็นที่มาของการจัดงานแถลงข่าว "ด้วยแรงใจไม่ไหวเอน" เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2551 ที่ผ่านมา ณ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา โดยกลุ่มอนุรักษ์แม่รำพึงร่วมกับศิลปินวงโฮปแฟมิลี่ เพื่อเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนได้ตระหนักถึงการกระทำอันผิดต่อกฎหมาย และละเมิดสิทธิอย่างร้ายแรงต่อประชาชน โดยเฉพาะความอยุติธรรมจากเจ้าหน้าที่รัฐที่ปล่อยให้ประชาชนถูกทำร้ายอย่างต่อเนื่อง

ห้องประชุมอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา จึงดูคับแคบไปถนัดตาเมื่อจุผู้เข้าร่วมการแถลงข่าว กว่า 200 คน ได้แก่กลุ่มชาวบ้าน นักศึกษา และประชาชนผู้สนใจ รวมทั้งกลุ่มเยาวชนกอดทะเลด้วยเสียงเพลง ที่เคยออกค่ายเรียนรู้วิถีชีวิตคนบางสะพานก็มาร่วมร้องเพลงให้กำลังใจในการต่อสู้ของชาวบ้าน ในบทเพลง ธรรมชาติ ปากกากระดาษ และด้วยแรงใจไม่ไหวเอน อันเป็นที่มาของชื่อการจัดงานแถลงข่าวในครั้งนี้ด้วย

สุเทพ ถวัลย์วิวัฒน์กุล ศิลปินวงโฮป แฟมีลี่ โต้โผใหญ่ของจัดการแถลงข่าวในครั้งนี้ ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานว่าต้องการให้สื่อมวลชน ได้รับรู้ และนำเสนอเรื่องราวประเด็นความรุนแรงต่างๆ ที่เกิดขึ้น ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาในพื้นที่บางสะพานให้สาธารณชนได้รับรู้ พร้อมประกาศจุดยืนที่จะอยู่เคียงข้างประชาชนผู้ถูกรังแก

"จากประสบการณ์การทำงาน และการเดินทางไปในพื้นที่ต่างๆ ของผมทำให้มีโอกาสได้รับรู้ ได้เห็นเรื่องราวของความโหดร้ายอยู่หลายครั้งหลายครา เห็นประชาชนผู้ถูกเอารัดเอาเปรียบ ซึ่งทำให้ผมเลือกที่จะยืนอยู่เคียงข้างประชาชนเหล่านั้น ผมเชื่อมั่นว่า ชาวบ้าน ไม่ว่าในพื้นที่ใดก็ตามที่ลุกขึ้นมาปกป้องทรัพยากรในพื้นที่ของตนเอง พวกเขาไม่ได้ทำเพื่อตนเอง หรือเพราะอยากขัดขวางการพัฒนา เพียงแต่ทำด้วยใจและต้องการที่จะให้ลูกหลานได้มีอากาศหายใจเท่านั้นเอง"










สุพจน์ ส่งเสียง แกนนำฝ่ายวิชาการที่ถูกคุกคามจากกลุ่มทุนรายล่าสุด ได้นำเสนอข้อมูลการก่อสร้างโรงถลุงที่มีเงื่อนงำที่ควรตรวจสอบอยู่หลายประการ เช่นการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติตั้งแต่ปี 2535 (ที่ตั้งโรงงานเดิมในปัจจุบัน) การออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบในบริเวรป่าพรุแม่รำพึงของพื้นที่ที่จะสร้างโรงถลุงแห่งใหม่ การบุกรุกที่สาธารณประโยชน์ทุ่งนกกระเรียนทุ่งลานควาย ผลกระทบระหว่างการก่อสร้างโครงการ และความเสียหายจากการดำเนินโครงการที่จะตามมา เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ประชาชนในพื้นที่ออกมารวมกลุ่มคัดค้าน ไม่ได้มี ไม่มีผู้อยู่เบื้องหลัง และไม่ได้ขัดขวางการพัฒนาประเทศชาติอย่างที่ทางสหวิริยากล่าวอ้าง

"การที่ชาวบ้านลุกขึ้นมาต่อสู้ ไม่ใช่ไม่มีเหตุผล แต่ชาวบ้านให้โอกาสพวกคุณ (สหวิริยา) มากว่า 20 ปีแล้ว แต่ทางบริษัทฯ ไม่สามารถที่จะพิสูจน์ตนเองได้ ที่ผ่านมาสภาพแวดล้อมที่สูญเสียไป มลพิษที่เกิดขึ้นคุณก็ไม่สามารถดูแลได้ ควบคุมได้อย่างที่รับปาก"

นอกจากนี้ยังเสนอว่าหากมีความจำเป็นในการดำเนินโครงการ เหตุผลในการเลือกพื้นที่ ทำไมไม่เลือกพื้นที่อื่น แต่มาเลือกพื้นที่บางสะพานซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรที่สมบูรณ์ อุดมไปด้วยปลาทู เคย และอาหารทะเลนานาชนิด ซึ่งแน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบต่อชาวประมงในพื้นที่ด้วย

ด้านนายวิฑูรย์ บัวโรย ได้ให้ข้อมูลผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนบางสะพานที่จะเกิดขึ้นจากโรงถลุง โดยกล่าวว่าบริวเณป่าพรุแม่รำพึง อำเภอบางสะพานเปรียบเสมือนซุปเปอร์มาเก็ตชุมชน ซึ่งซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ไม่ต้องเสียเงินซื้อหา เพียงแต่ลงแรง เช่นหลังคาใบจาก เสาบ้าน หรือ อาหารจากปลาชนิดต่างๆ หากมีการก่อสร้างโรงถลุงฯ วิถีชีวิตเหล่านี้ก็จะสูญเสียไปอย่างสิ้นเชิงจากการทำลายระบบนิเวศของป่าพรุ รวมทั้งวอนภาครัฐ และผู้ที่เกี่ยวข้องให้ เข้าใจชาวบ้านในประเด็นความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่เคยปรากฎในหน้าสื่อ จนปัจจุบันความรุนแรงกลายเป็นดินพอกหางหมู ชาวบ้านได้สูญเสียชีวิต ฝากถึงบริษัทสหวิริยาฯ ว่าให้จริงใจในการแก้ปัญหา

"คุณทำอย่างไรก็ได้ ให้ชาวบ้านที่คัดค้านเขาไว้ใจ ไม่ใช่แก้ปัญหาด้วยการเอาเงินมากว้านซื้อ นักการเมืองไปทีละคน ซื้อชาวบ้านไปทีละคน การต่อสู้ตลอดระยะเวลา 3 ปี ที่ผ่านมา เราขอยืนยันว่าเงินซื้อเราไม่ได้ แต่สิ่งเดียวที่ซื้อเราได้คือ ความถูกต้องและความยุติธรรม"


นางจินตนา แก้วขาว ได้สรุปเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ถึงการลอบทำร้ายกลุ่มชาวบ้าน โดยทีมสมานฉันท์ของทางสหวิริยา นับตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นมา เช่นมีกลุ่มมือปืนยิงข่มขู่ที่บริวเณหน้าบ้านพักตนอย่างอุกอาจ โดยได้ดำเนินการแจ้งความแทบทุกคืน แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจให้การคุ้มครอง และมีการลอบทำร้ายกลุ่มชาวบ้านทุกครั้งเมื่อทางกลุ่มมีการเคลื่อนไหว โดยเฉพาะหากมีการเดินทางออกนอกพื้นที่จะมีการดักทำร้ายระหว่างทาง เช่นกับดักตะปูเรือใบ และยิงปืนข่มขู่ เพื่อสกัดกั้นการเดินทางของกลุ่ม โดยมีเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2551 โดยทางกลุ่มเดินทางเข้ามายื่นหนังสือที่กรุงเทพมหานคร แต่ระหว่างทางถูกคนร้ายขับรถประกบ โรยตะปูเรือใบ และยิงปืนใส่รถข่มขู่ ทำให้รถเสียหายต้องหยุดพักการเดินทาง และยังส่งผลต่อรถคันอื่นๆ ที่ขับตามมาด้วยความเร็วสูง

"อย่ามาพูดถึงเรื่องอนุรักษ์ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเลย ทุกวันนี้ เราใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญในการเรียกร้อง ในความปลอดภัยยังไม่ได้ จะเข้ากรุงเทพฯ ที่มาวันนี้ ยังต้องแอบมา เพราะถ้าเขารู้ความเคลื่อนไหว เราก็คงถูกสกัด

บางสะพานวันนี้ขึ้นอยู่กับคนอื่นๆ วิสัยทัศน์ผู้ว่าประกาศให้เดินหน้าโครงการ การกำหนดแผนพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งตะวันออก (Eastern Seaboard) เกิดขึ้นจากใครที่ไม่ใช่คนบ้านเรา เขาไม่รู้จักกะปิ ไม่รู้จักเคย เขามีแต่คำว่า พัฒนาชาติ สหวิริยาเรียกร้องกลัวขาดทุน แต่เขาชดเชยด้วยทรัพยากร ถามว่า เราเป็นคนพื้นที่ไม่มีสิทธิ์ในการเลยหรือ"
พร้อมฝากสื่อมวลชน ให้นำเสนอเรื่องราวบางสะพานให้เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชน เรื่องราวการทุตริต และการหมกเม็ดของโครงการจากข้อมูลที่นำมาเสนอก่อนที่จะไม่มีโอกาส ตราบใดกลุ่มชาวบ้านยังถูกความคุกคามจากความรุนแรง

ด้านนายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ หรืออาจารย์โต้ง นักวิชาการอิสระ ได้ชื่นชม และให้กำลังใจกลุ่มชาวบ้านบางที่ออกมาปกป้องทวงสิทธิ์ในผืนแผ่นดนเกิดของตนเอง พร้อมทั้งแสดงทรรศนะต่อโครงการว่าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นเป็นแล่งอนุบาลสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่ยังเหลืออยู่จากแต่เดิมซึ่งแต่เดิมลากยาวไปจนถึงระยอง แต่ปัจจุบันได้รับผลกระทบจากนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดไม่หลงเหลืออีกต่อไป หากมีการก่อสร้างโรงถลุงฯ บางสะพานก็ไม่ต่างอะไรจากมาบตาพุด

"อุตสาหกรรมเหล็กเป็นอุตสหกรรมที่สกปรกที่สุดในโลก ใช้พลังงานมหาศาล ตลอด 50 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีรายได้จากภาคบริการมากกว่าภาคเกษตรหลายเท่า จีดีพี มีการเติบโต กว่า 10 เปอร์เซ็นต์ในแต่ละปี ไม่จำเป็นต้องมีโรงถลุงเหล็กเลย

เมื่อมีโรงถลุงขนาดยักษ์ ก็ต้องมี ก็ต้องมีที่ทิ้งเศษเหล็ก และนำเข้าเศษเหล็ก เรือขนาดเท่าสนามฟุตบอล 3 สนาม การขนส่ง ลำเลียง เกิดมลพิษทุกขั้นตอน ผมเชื่อว่าควบคุมไม่อยู่ ผลกระทบตามมามากมาย ในที่สุด ประจวบฯ จะกลายเป็นมาบตาพุด"


พร้อมทั้งกล่าวว่าเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในบางสะพาน ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง มีการโน้มเอียงของข้าราชการในท้องถิ่น เป็นเรื่องที่สังคมไทยควรได้รับรู้

และย้ำว่าอยากเห็นการต่อสู้ เคลื่อนไหวของประชาชนในพื้นที่กับโครงการอื่นๆ ที่กำลังจะเจอในรูปแบบเดียวกันเพราะประชาชนมีสิทธิตามกฎหมายทุกประการ

วฤทธรัชต์ ถวัลย์วิวัฒนกุล กล่าวไว้ในตอนหนึ่งของงานแถลงข่าวว่า "บางสะพานเปรียบเหมือนกับหญิงาสคนหนึ่งที่ถูกข่มขืนอยู่ในซอกหลืบของสังคมไทย แต่ไม่ได้รับความสนใจ เพราะในที่สุดสังคมก็ให้ความสนใจกับผู้หญิงรักแร้ขาวเพียงเท่านั้น"

เวทีการแถลงข่าวในวันนี้ นับเป็นครั้งแรกที่ทำให้ชาวบ้านคนตัวเล็กๆ ได้มีโอกาสตะโกน กรีดร้อง ถึงความเจ็บปวด และความทุกข์ระทมที่ได้รับตลอดมา ด้วยความหวังในใจลึกๆ ว่า เสียงๆ นั้นคงดังพอที่จะปลุกผู้คนในสังคมแห่งยักษ์ผู้หลับใหล ให้ตื่นมารับฟังเสียงของร้องขอความอยุติธรรมบ้าง

หมายเหตุ: รวมข่าวกรณีข้อเท็จจริงใน....บางสะพาน
- http://www.thaingo.org/story/thidamon_bangpan1.htm
- http://www.thaingo.org/story/thidamon_bangpan2.htm
- http://www.thaingo.org/board_2/view.php?id=1151
- http://www.thaingo.org/board_2/view.php?id=1149
- http://www.thaingo.org/board_2/view.php?id=1143
- http://www.thaingo.org/board_2/view.php?id=1137
- http://www.thaingo.org/board_2/view.php?id=1136
- http://www.thaingo.org/board_2/view.php?id=1135
- http://www.thaingo.org/board_2/view.php?id=1128
- http://www.thaingo.org/board_2/view.php?id=1110

ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย
webmaster@thaingo.org

13 สิงหาคม 2551

สนใจ ลงโฆษณา กับ ThaiNGO.org
ดูรายละเอียดที่นี่...

ThaiNGO Columnists
มุมมอง ของ..อุสตาซ (อับดุชชะกูร์ บินชาฟิอีย์)
ห้องส้วมความคิด (วรภัทร วีรพัฒนคุปต์)
ลูกลิง...แสนซน (วฤทธรัชต์ ถวัลย์วิวัฒนกุล)
มุมเล็กๆ (ZingarO - ธิดามนต์ พิมพาชัย)
6 Board
ประชาสัมพันธ์ งานกิจกรรม (Activities Board)
สมัครงาน หางาน (Jobs Board)
ร่วมปันน้ำใจ ให้สังคม (Charity Board)
ซื้อขาย แลกเปลี่ยน (Classifieds Board)
แหล่งทุน หาทุน (Grant Board)
กระดานสนทนา (ThaiNGO Webboard)






Thai Fund Foundation (TFF)
2044/23 New Phetburi Road, Bangkapi, Huaykwang, Bangkok 10310,Thailand
Tel: 66 (0) 2318 3959 , 66 (0) 2314 4112 , 66 (0) 2314 4113 Fax: 66 (0) 2718 1850
Website: www.TFF.or.th - E-mail: webmaster@thaingo.org