บ่อนอก...ระวัง!!! มันกำลังจะกลับมา

สามขวบปีแล้วกับชัยชนะที่ได้รับ ของ "กลุ่มอนุรักษ์ท้องถิ่น" บ่อนอก - กุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กับประเด็นการต่อสู้เพื่อคัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ตั้งแต่ ปี2547 เป็นต้นมา เมื่อรัฐบาลมีคำสั่งให้ย้ายการสร้างโรงไฟฟ้าออกจากพื้นที่ ในสมัยรัฐบาลทักษิณ นับเป็นชัยชนะที่แลกมาจากความสูญเสีย ความเจ็บปวดของคนในชุมชน รวมถึงการสูญเสียชีวิตอันทรงเกียรติ ของ "เจริญ วัดอักษร" แกนนำกลุ่มอนุรักษ์ ซึ่งนับเป็นบทเรียนที่มิอาจประเมินค่าได้

มาถึงปีนี้แม้จะอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล แต่แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า ปี 2547 – 2558 (PDP2004) ยังคงต้องเดินหน้าต่อไป เพื่อเป็นแหล่งพลังงานรองรับการพัฒนาประเทศในอนาคต


กรณ์อุมา พงษ์น้อย (กระรอก)

แม้การต่อสู้ของชุมชนกับกลุ่มอำนาจทุน จะยุติลงด้วยการระงับการสร้างโรงไฟฟ้าในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แต่ก็เป็นเพียงในระยะสั้น ไม่มีใครออกมารับประกันได้แน่นอน ว่าในระยะยาวจะไม่มีการหวนคืนมาของแผนการนี้เลย เนื่องจากแผนพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลในเขตพื้นที่ประจวบฯ ที่เคยร่างไว้ ถ้าจำเป็นต้องหยิบขึ้นมาใช้ใหม่ ก็ไม่จำเป็นต้องผ่านการพิจารณาอีกครั้ง เนื่องจากว่าเคยผ่านการอนุมัติเห็นชอบมาแล้ว โดยเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2550 ที่ผ่านมา รัฐบาลได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อการตั้งโรงไฟฟ้าดังกล่าวต่อสาธารณชน ณ โรงแรมสยามซิตี้ ถนนศรีอยุธยา ดังนั้น "กลุ่มอนุรักษ์ท้องถิ่น" บ่อนอก – กุยบุรี "กลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม" บ้านกรูด และ"กลุ่มอนุรักษ์"ทับสะแก จึงส่งตัวแทนภาคประชาชน กว่า 700 คน ร่วมคัดค้านการจัดงานในครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า กลุ่มชาวบ้านมิได้นิ่งนอนใจ กับสถานการณ์ความเคลื่อนไหวดังกล่าว พร้อมตั้งข้อสังเกตุว่า หากโรงไฟฟ้าจะกลับมา กลับมาเพื่ออะไร? เพื่อรองรับนิคมอุตสาหกรรมใหม่หลังจากที่มาบตาพุดเริ่มสำลักความเจริญจนเริ่มเสื่อมถอย ใช่หรือไม่? กลับมาเพื่อผลประโยชน์ในทรัพยากรมูลค่ามหาศาล โดยหยิบยกเอาคำว่า เพื่อการพัฒนามาเป็นข้ออ้าง

กรณ์อุมา พงษ์น้อย หรือ "กระรอก" หนึ่งในแกนนำกลุ่มอนุรักษ์ท้องถิ่นบ่อนอก – กุยบุรี ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการกลับมาของโรงไฟฟ้าในเขตพื้นที่ประจวบฯ ในครั้งนี้ว่า "เรื่องที่เฝ้าติดตามอยู่เป็นเรื่องของแผน PDP เพราะดูแนวโน้มว่า จะมีโอกาสกลับมา ที่ประจวบฯ สูงมาก และจากการวิเคราะห์ข่าว ตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องของพลังงานเพียงอย่างเดียว แต่มีความกังวลในเรื่องของนิคมอุตสาหกรรมที่จะตามมาอีกด้ว

ก็เป็นแนวคิดเดิมๆ ทุกรัฐบาลที่ผ่านมาก็มีแนวคิดแบบนี้ทั้งนั้น ที่ว่า ต้อง เพิ่มกำลังการผลิตขึ้นเรื่อยๆ ต้องมีการสร้างแหล่งพลังงานมารองรับการใช้พลังงานในอนาคต เพราะเมื่อเร็วๆ นี้ที่ผ่านมา กรณีของมาบตาพุด มีปัญหามลพิษที่ล้นอยู่ ทำให้กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงอุตสาหกรรมออกมาแถลงข่าวเรื่องมลพิษยอมรับว่า มลพิษที่ระยองไม่สามารถที่จะรองรับได้อีกแล้ว นั่นคือการขยายตัวของนิคมอุตสาหกรรมจะทำไม่ได้อีกแล้ว แล้วจะเป็นที่ไหน?

ถ้าจะมีการขยายตัวนิคมอุตสาหกรรมขึ้นมาอีก ต้องมาลงที่ประจวบฯ แน่นอน เพราะแผนพัฒนาเขตพื้นที่ประจวบฯ ถ้าจำเป็นต้องหยิบขึ้นมาใช้ใหม่ก็ไม่จำเป็นต้องผ่านการพิจารณาใหม่เนื่องจากได้ผ่านการพิจารณามาแล้ว และพื้นที่ๆ เราเฝ้าระวังอยู่และมีความเป็นไปได้สูงน่าจะอยู่ในส่วนของบางสะพานกับทับสะแก มีแนวโน้มจะผลักดันให้เกิด โครงการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ที่ทับสะแก ด้วยจำนวนกำลังการสูง การที่คุณกำหนด ให้สร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ 3 โรงในเขตพื้นที่ประจวบฯ รวมกำลังการผลิต 4000 เมกกะวัตต์ เราเชื่อว่ามันน่าจะเป็นการรองรับนิคมอุตสาหกรรมเพราะว่าภาคครัวเรือนอย่างเราๆ ก็ใช้ไฟไปไม่เท่าไหร่ น่าจะทำรองรับนิคมอุตสาหกรรมอย่างแน่นอน"

หลังจากที่เดินทางไปร่วมคัดค้านที่ ในวันที่ 7 กุมพาพันธ์ 2550 ที่ผ่านมานั้น เป็นเหตุให้การจัดงานต้องมีอันล้มเลิกไป เพราะเกรงความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ส่วนสถานที่จัดงานครั้งต่อไปจะเป็นสนามกีฬากองทัพบก พร้อมเกณฑ์กำลังทหารรักษาความเรียบร้อยเต็มกำลัง ซึ่งทางชาวบ้านมองว่าหากเป็นการจัดงานเพื่อรับฟังความคิดเห็นประชาชนอย่างแท้จริง เหตุใด จึงไม่เลือกสถานที่ที่ชุมชนสามารถเข้าถึงอย่างสะดวก เช่นศาลากลางจังหวัด กลับกลายเป็นพื้นที่ปิดมันแสดงถึงความไม่โปร่งใส เพราะ 700 คนที่ยกขบวนไปถือเป็นส่วนน้อยหากเทียบกับจำนวนคนในชุมชน ไม่เช่นนั้นแล้วจะได้เห็นพลังของประชาชนคนประจวบฯ ที่มีใจรักท้องถิ่นอยู่อีกมากมาย กรณ์อุมาได้กล่าวเสริมอีกว่า "ชาวบ้านที่ไปในวันนั้น เป็นคนแถบบ่อนอกไม่ค่อยเยอะหรอก แต่คนจากบางสะพาน กับทับสะแก เขาไปกันเยอะ เนื่องจากการที่เริ่มตื่นรู้ในปัญหามากขึ้นจากกรณีของโรงงานอุตสาหกรรมเหล็กที่บางสะพานเริ่มสร้างผลกระทบให้กับชาวบ้านแล้ว ล่าสุดชาวบ้านเริ่มลุกขึ้นมาชุมนุมกันรอบเมือง ร่วมกันคัดค้านเนื่องจากการเพิ่มการขยายตัวในระยะ ที่ 2 ซึ่งนอกจากปัญหาผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมแล้วยังมีในเรื่องของการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน

กลุ่มทุน จะมีลักษณะที่คล้ายกันอยู่อย่าง ในเรื่องปัญหาที่ดิน ไม่ว่ากรณีบางสะพานหรือโรงไฟฟ้าบ่อนอก ก็คือ ซื้อที่บนฝั่ง แถมที่ในทะเล แล้วยังจะเอาที่สาธารณประโยชน์อีก ที่ในทะเลไม่ว่าจะการสร้างสายพานสำเลียงวัตถุดิบรุกล้ำเข้าไปในเขตทะเล ถามว่า คุณใช้สิทธิอะไรในการทำแบบนี้ มันใม่ใช่ที่ส่วนบุคคล ชาวบ้านเขาใช้ประโยชน์ร่วมกันมันเป็นพื้นที่สาธารณะ มันคนละเรื่องกัน

ความจริงมันยังไม่มีแผนออกมาชัดเจนแต่ เราต้องติดตามดูหลังวันที่ 4 (เมษายน 2550) ว่าทางกระทรวงพลังงานมีแผนการอะไร แต่เราคงไม่ไปร่วมด้วยแล้ว ดูท่าคงกลัวชาวบ้านมาก แค่การเลือกสถานที่ก็รู้แล้ว ว่าคุณกลัวชาวบ้านแค่ไหน ถ้าอ้างความโปร่งใส รับฟังความคิดเห็นแล้วก็บอกว่าจะจัดกำลังไว้รับจริงๆ แล้วคุณเข้าใจอะไรผิดรึเปล่าเรากล่าวหาว่าเราเป็นม็อบ เราแค่เป็นตัวแทนชาวบ้าน เราไม่ได้ตั้งใจจะไปก่อม็อบ เราแค่อยากไปร่วมแสดงความคิดเห็น

แต่เราก็ไม่ได้กังวลอะไร ถ้าหากโครงการจะคลอดออกมาจริงๆ เพราะเราได้มีการคาดการณ์มาก่อนล่วงหน้าแล้ว ในการต่อสู้ครั้งแรกของเรา ไม่ได้มีการล่วงรู้มาก่อนด้วยซ้ำ อยู่ๆ ก็มีมติครม. มา ยิ่งกว่านี้อีก กรณีนี้ถือว่าเราได้มีการเฝ้าระวัง และเตรียมรับมืออย่างดี"

แกนนำกลุ่มอนุรักษ์บอกถึงความรู้สึก จากวันนั้น ที่เคยต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับ เจริญ วัดอักษร จนถึงวันนี้ ที่กำลังจะมีขึ้นอีกระลอกว่า มันไม่ได้รู้สึกเหนื่อยแต่มันรู้สึกเบื่อกับความไม่เข้าใจการพัฒนาที่แท้จริง ปัญหาเกิดจากการพัฒนามีมากมาย แม้กระทั่งการร่างแผน นโยบายต่างๆ ที่ส่วนใหญ่ในรัฐบาลไทยเป็นการร่างแผนจากบนลงล่าง (Top to Down) "การวางแผนจากข้างบนลงสู่ข้างล่างมันเลยเกิดปัญหามากมาย มันเป็นการพัฒนาที่ปั้นเขวี้ยงลงมา ไม่สอดคล้องกับชุมชน คุณอ้างแต่ว่าคุณนำการพัฒนามาให้ จริงๆ แล้วการพัฒนามันคือการทำลายรึเปล่า ทำลายชีวิต ทำลายท้องถิ่นอย่างราบคาบ เพราะทุกที่มันก็เกิดมาแล้ว วันนี้เป็นกรณีแรกหรือ...ไม่ใช่ ไม่ใช่ว่าเรามาร้องแร่แห่กระเชิงโดยไม่มีตัวอย่างเกิดขึ้น การพัฒนาบางครั้งก็สร้างความหายนะ เกิดขึ้นมาแล้วมากมาย ทุกวันนี้เราอยู่อย่างที่นี่ด้วยความสุขใจ ดำรงชีวิตด้วยความพอเพียง อยู่กันแบบชนบท เชื่อมโยงโดยสายสัมพันธ์แบบพี่น้อง หากความเจริญเข้ามา วันข้างหน้า อาจมีมีการเชื่อมโยงด้วยเงินตรา มันเป็นความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงในวิถีชีวิตของคนในชุมชน เราถือว่ามันมีค่ามากมายมหาศาลนอกเหนือจากเรื่องมลพิษ"


ทะเลบ่อนอก มีนาคม 2550

เธอให้ความเห็นว่า การพัฒนาในทุกวันนี้ หน่วยงานข้าราชการท้องถิ่นบางที่ยังให้ความหมายแค่การแจกถุงยังชีพ ให้เงินผู้สูงอายุ การตั้งกลุ่มแม่บ้าน พัฒนาน้ำ ไฟ ปะปา ถนนหนทาง เท่านั้นหรือ หากอยากเห็นชุมชนเกิดความเข้มแข็ง หรือมีการพัฒนาอย่างยั่งยืน ควรที่จะพัฒนาในเรื่องของแนวคิด และการตัดสินใจมากกว่า หากชุมชนคิดเป็น อะไรที่ควรคิด อะไรที่ควรตัดสินใจ ไม่ใช่แค่การพัฒนาในรูปแบบที่จับต้องได้เพียงอย่างเดียว

กรณ์อุมาบอกอีกว่า หากรัฐบาลไม่เปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาแล้วล่ะก็ นอกเหนือจากพื้นที่บ่อนอก หรือประจวบคีรีขันธ์ ก็ต้องมีที่อื่นๆ ตามมานัยว่าไม่สร้างที่นี่ ก็ย่อมมีที่อื่น และเธอเองไม่รู้ว่าจะคัดค้านเพื่อชุมชนได้สักกี่รุ่น แต่จะพยายามสร้างคนรุ่นใหม่ๆ มาขับเคลื่อนพลังของชุมชนต่อไป และเร็วๆ นี้จะมีการจัดตั้งมูลนิธิ "เจริญ วัดอักษร" ขึ้น ในโอกาสครบรอบ 3 ปี แห่งการสูญเสียแกนนำกลุ่มอนุรักษ์ ซึ่งในระยะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการก่อร่าง การวางเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ ของมูลนิธิว่าจะออกมาในรูปแบบใด เพื่อเป็นเกียรติ และสานต่ออุดมการณ์ ของเจริญที่เคยสั่งเสียว่า "อย่าทิ้งชาวบ้าน อย่าทิ้งอุดมการณ์"ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น

"ตั้งปนิธานกับตัวเองไว้ว่า บทเรียนที่ผ่านมาเราแลกมาแพง ชัยชนะที่เราได้รับ แลกมากับความย่อยยับของชุมชน ความแตกแยก แลกกับอิสรภาพ ที่ต้องโทษจำคุกแต่ถูกรอลงอาญา แลกด้วย เจริญ วัดอักษร และเลือดเนื้อของชาวบ้านปางตาย

วันนี้...ถามว่าเราทุกคนลุกขึ้นมาหยัดยืนในภาคประชาชนได้ถือเป็นเรื่องดีทั้งนั้น รู้สึกยกย่อง ที่พวกเขารู้จักตื่นในสิทธิ ถ้าบทเรียนของบ่อนอกสามารถถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนเพื่อเกิดคุณูปการแก่ชุมชนอื่นได้ ก็มีความยินดีที่จะถ่ายทอด ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นในเรื่องของกระบวนการมากกว่า เช่นเราเคยประท้วงปิดถนน มาจากแนวคิดอะไร เราไม่ได้บอกให้มาปิดถนนประท้วงเหมือนเรา เราเองก็ไม่ชอบ แต่เราไม่มีวีธีคิดในกระบวนการของกฎหมาย เพราะถ้าอยุ่ในกรอบของกฎหมายเราก็ไม่มีวันชนะ

ถามว่ากลุ่มอนุรักษ์ บ่อนอกเกิดขึ้นมาจากจิตสำนึกที่จะอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือทรัพยากรหรือไม่ คำตอบคือไม่ใช่ ชาวบ้านไม่เข้าใจหรอกว่า อนุรักษ์คืออะไร? สิ่งแวดล้อมสำคัญตรงไหน? แต่มันเกิดมาจากจิตสำนึกที่รักและหวงแหนถิ่นฐานบ้านเกิด จึงลุกขึ้นมาต่อสู้ และเราก็จะสู้ให้ถึงที่สุดตราบที่เราสามารถทำได้" สตรีแกร่งแห่งบ่อนอกกล่าวย้ำชัด


ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย

webmaster@thaingo.org

9 เมษายน 2550