ค่ายหัวใจเพื่อเธอปี 4 ดนตรีเพาะรัก
ฉันมีหัวใจเพื่อเธอ ไม่เคยต้องการอะไร
ฉันมีหัวใจมาให้
ให้รัก
ฉันมีหัวใจเพื่อเธอ แล้วเธอ
เธอพอจะมีใจมาแบ่งปันกันบ้างไหม
ได้เวลาแล้วที่เสียงบทเพลงแห่งความสุขจะถูกขับขานขึ้นอีกครั้ง
เพื่อบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความดีให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ใน โครงการ
หัวใจเพื่อเธอ กับศินปินวงโฮปแฟมิลี่ กลุ่มเยาวชนอาสาหัวใจเพื่อเธอและกลุ่มดินสอสี
ซึ่งงานนี้สนับสนุนโดยผู้ใหญ่ใจดีจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
(ส.ส.ส) อีกเช่นเคย
เป็นเวลากว่า 4 ปีแล้ว ที่โครงการหัวใจเพื่อเธอได้ร่วมแบ่งปันความสุขให้กับเยาวชนโดยการจัดกิจกรรมในรูปแบบดนตรีสัญจร
ซุ้มศิลปะ ตระเวนไปตามโรงเรียนมัธยมต่างๆ ในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งในปีนี้เรียกได้ว่ามีความพิเศษกว่าทุกๆ
ปีที่ผ่านมา คือนอกจากจะคงรูปแบบกิจกรรมดังกล่าวเอาไว้แล้ว ยังมีการนำสีสันของค่ายดนตรีมาสอดแทรกในโครงการอีกด้วย
จึงเป็นที่มาของ ค่ายหัวใจเพื่อเธอปี 4 ดนตรีเพาะรัก ระหว่างวันที่
6 - 9 ตุลาคม 2550 ที่ผ่านมา ณโรงเรียนชำนาญสามัคคีวิทยา อำเภอแกลง
จังหวัดระยอง

วฤทธรัชต์ ถวัลย์วิวัฒนกุล |
วฤทธรัชต์ ถวัลย์วิวัฒนกุล หรือ "ลูกศร-วงโฮป"
กล่าวถึงโครงการค่ายหัวใจเพื่อเธอปี 4 ดนตรีเพาะรักว่า
2 - 3 ปีที่ผ่านมา หัวใจเพื่อเธอจะอยู่ในรูปแบบของดนตรีสัญจร
ทำกิจกรรมเข้าไปในโรงเรียน ให้น้องๆ ได้มีโอกาสทำกิจกรรม หรือศิลปะ
แต่ปีนี้ พวกเรารวมทั้งกลุ่มเยาวชนหัวใจเพื่อเธอเองปีนี้ก็ได้กลายมาเป็นพี่เลี้ยงแล้ว
นับว่าเป็นผลผลิตจากปีแรกๆ ของโครงการเราจึงอยากให้มีกระบวนการมากขึ้น
เราไม่อยากให้ระยะเวลา 1 ชั่วโมงของการสัญจรได้หยุดอยู่แค่นั้น
ก็เลยคิดขึ้นมาว่าน่าจะมีกระบวนการให้น้องๆ ได้มาอยู่ร่วมกัน ได้มาสัมผัสชุมชน
ได้มาสัมผัสอะไรใหม่ๆ ปัญหา และความสวยงามของธรรมชาติ ก็เลยช่วยกันคิดขึ้นมาว่ารูปแบบของงานจะเป็นอย่างไร
ควรจะเป็นน้องๆ ได้มีโอกาสแสดงความสามารถ ไม่ใช่พี่ๆ มาคอยคิดให้
ซึ่งก่อนมาเป็นการดนตรีสัญจร ก็มาเป็นกระบวนการค่ายก่อน เพื่อให้เกิดความผูกพัน
เกิดความสามัคคี ได้ลงชุมชน ได้สัมผัสสิ่งที่เรียกว่าคนกรุงเทพฯ
ไม่เคยเห็น ได้เก็บไปเล่าให้คนอื่นๆ ฟัง
ถ้าพูดถึงเรื่องดนตรี ส่วนใหญ่แล้วน้องๆ เยาวชนในปัจจุบันที่เก่งๆ
เรื่องดนตรีมักจะหยิบยืมเพลงของคนอื่นๆ มาเล่น มันก็เป็นความสุขที่ไม่ยั่งยืน
ความสุขที่ยั่งยืนควรจะอยู่ที่การได้ร้องเพลงของตนเองมากกว่า น้องๆ
ที่มาค่ายนี้จะได้รับความภาคภูมิใจและความสุขที่ได้ร้องเพลงของตนเองด้วยค่ะ
กิจกรรมเริ่มจากการให้ความรู้ ทักษะด้านดนตรี การขับร้อง และส่วนของเนื้อเพลงที่มีส่วนรับผิดชอบต่อสังคม
ณ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ในวันที่ 5 ตุลาคม 2550 ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการค่ายในการลงพื้นที่พบปะชุมชน
จังหวัดระยอง
นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุต คือความจริงที่อยู่นอกตำราซึ่งโครงการค่ายฯ
ตั้งใจให้เหล่าเยาวชนได้มารับรู้ถึงปัญหามลพิษต่างๆ ที่ชาวบ้านได้รับ
จากการกอบโกยผลประโยชน์ของกลุ่มนายทุนอย่างไร้มนุษยธรรม ต่อจากนั้นจึงนำพาน้องๆ
ไปชื่นชมความอุดมสมบูรณ์ที่ยังหลงเหลืออยู่ในจังหวัดระยอง ด้วยการนั่งเรือชมหิ่งห้อยที่ป่าชายเลนปากน้ำประแสร์
พบปะชุมชนริมคลองปากน้ำประแสร์ และกิจกรรมที่พิเศษสุดคือ เย็นวันที่
8 ตุลาคม 2550 เหล่าเยาวชนได้มีโอกาสแสดงดนตรีจากบทเพลงเพื่อสิ่งแวดล้อมที่พวกเขาตั้งใจเขียนขึ้นมาเพื่อให้กำลังใจกับชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากอุตสาหกรรม
ได้จัดซุ้มศิลปะนานาชนิด เช่นเพ้นกระถาง สมุดทำมือ โปสการ์ด
สายสร้อย และการทำเข็มกลัด ให้กับชาวชุมชนประแสร์ได้ร่วมสนุกในกิจกรรมต่างๆ
อีกด้วย

ซ่อนกลิ่น ราญรอน

คณิตา จิรพัฒนานุวงศ์
ศิริพงษ์ เย็นใจ |
ซ่อนกลิ่น ราญรอน อายุ 52 ปี ชาวชุมชนวัดตะเคียนงาม ตำบลปากน้ำประแสร์
หนึ่งในผู้เข้าร่วมงานเล่าว่าได้ยินเสียงเทศบาลประกาศว่าจะมีนักศึกษาจากกรุงเทพมหานครมาทำกิจกรรม
มีดนตรีด้วยก็เลยเดินทางมาร่วมงาน
รู้สึกดีใจมากที่มีคนมาเยี่ยมบ้านเรา มาอย่างนี้ดีแล้ว เมื่อก่อนไม่มีเลยนักศึกษานี่
ไม่มีใครมาเลย ป้าก็เลยมาดูว่ามันเป็นยังไง แต่ชอบนะ ดนตรีป้าชอบฟัง
แต่อย่างอื่น ดูแล้วมีแต่ระบายสีป้าคงไม่ไหว ให้เด็กๆ เขาทำ เด็กๆ
เขาชอบนะ
คณิตา จิรพัฒนานุวงศ์ หรือ แนน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษา
ปีที่ 6 โรงเรียนสายปัญญา จากกรุงเทพมหานคร สมาชิกผู้เข้าร่วมกิจกรรมค่ายดนตรี
เปิดเผยความรู้สึกว่า
แนนรู้สึกดีใจที่ได้มาเข้าค่ายในครั้งนี้ ถ้าไม่มาก็ไม่มีวันรู้ความจริงเลยว่า
โรงงานอุตสาหกรรมมันอันตรายแค่ไหน เรารู้แค่ในหนังสือเรียนว่า
มีโรงงานอุตสาหกรรมนะ มีปล่อยของเสียลงสู่ทะเลนะ แต่เราไม่เคยได้มาเห็น
... มันหดหู่ แนนไม่รู้ว่าจะช่วยเหลืออะไรชาวบ้านได้บ้าง แต่คงต้องกลับไปเล่าให้เพื่อนๆ
ให้พ่อแม่ที่บ้านฟังว่า เรามาเห็นอะไร ชาวบ้านเขาอยู่แบบไหน โดยเฉพาะกองขยะที่เอาผ้าใบมาคลุมไว้
ซึ่งมันย่อยสลายไม่ได้เลย แนนว่ามันน่าเกลียดมาก
ที่สำคัญคือแนนได้แต่งเพลงของแนนเอง แนนว่าก็ดีนะ ไม่ยากอะไร เรามีทักษะแล้วเราก็จะแต่งเพลงได้อย่างมั่นใจ
ซึ่งเธอบอกว่าแนวเพลงที่แต่งขึ้นในค่ายครั้งนี้จะเป็นแนวให้กำลังใจ
หรือปลอบใจก็ได้โดยใช้ดนตรีในแนวอาร์อาร์แอนด์บี (RR & B)
ส่วน วิทยา สุวรรณรัตน์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนชำนาญสามัคคีวิทยาคม
ซึ่งปกติเป็นนักดนตรีประจำโรงเรียน และเคยเข้าร่วมกิจกรรมค่ายดนตรีประชาธิปไตย
แม้จะเกิดและเติบโตที่ระยองแต่วิทยาเล่าว่าระยองยังมีอีกหลายมุมมองที่เขาเองยังไม่รู้จัก
มาร่วมกิจกรรมแล้วได้อะไรหลายอย่างครับ
ตั้งแต่การเขียนเพลง การทำดนตรี และรู้เรื่องราวในจังหวัดของผมอีกด้วย
ผมเป็นคนระยองก็จริงแต่ก็ไม่เคยรู้เลยว่าที่ระยองมีปัญหาอะไรบ้าง
อย่างนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุตซึ่งผมเพิ่งเคยไปครั้งแรก ผมรู้สึกแย่มากครับ
คิดว่าระยองเป็นเมืองนักท่องเที่ยว และยังมีแหล่งอุตสาหกรรมที่สมบูรณ์ก็ไม่คิดว่าความสมบูรณ์จะเป็นแบบนี้
อยากให้กิจกรรมแบบนี้มาจัดอีกครับ จัดเรื่องอะไร
หรือใครจัดก็ได้ ที่เป็นกิจกรรมได้สร้างจิตสำนึกให้เยาวชน
ศิริพงษ์ เย็นใจ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะวิศกรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อีกหนึ่งผลิตผลจากโครงการหัวใจเพื่อเธอในปีที่ผ่านๆ
มา และในครั้งนี้ก็ไม่ลืมที่จะสละเวลาว่างมาสมัครเป็นพี่เลี้ยงให้กับน้องๆ
โครงการค่ายดนตรีเพาะรักอีกด้วย
ผมรู้จักโครงการหัวใจเพื่อเธอจากการที่พี่ๆ
เข้าไปจัดกิจกรรมสมัยที่ยังเรียนอยู่มัธยมที่โรงเรียนวัดเบ็ญจมบพิตร
ครับ
ตอนนั้นก็มีความสนใจ และโดยส่วนตัวก็ชอบงานที่ได้ช่วยเหลือคนอื่นๆ
ด้วย ปีแรกๆ ก็มีกิจกรรมเป็นซุ้มต่างๆ ว่าเราสนใจในกิจกรรมอะไร
ผมก็เลือกซุ้มเพ้นท์กระถางครับ ในปีที่สองก็เลยได้เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น
ด้วยการมาเป็นอาสาสมัครเยาวชนหัวใจเพื่อเธอ ก็เลยมาเข้าร่วมทุกๆ
ปี มันก็ดีนะครับ ทำให้เรารู้จักคนมากขึ้น ได้ประสบการณ์การทำงานเยอะขึ้น
สำหรับดนตรี ผมว่าถ้านักดนตรีไม่มีความสุขที่จะเล่น มันก็เป็นเพลงที่ฟังดูไม่มีความสุข
ถ้าเรามีความสุขที่ได้เล่นมันเสียงเพลงมันก็มีความสุขนะครับ
โดยเฉพาะถ้าเราได้แต่เพลงเอง เราก็มีความสุขที่มันเป็นเพลงของเรา
หรือเราได้ร่วมกันแต่งกับเพื่อนๆ มันกกลายเป็นเพลงของพวกเรา
มันยากนะกว่าจะได้เพลงนี้ออกมา แต่เนื้อหามันเกี่ยวกับธรรมชาติ
สังคม คนรอบข้างฟังดูแล้วมันก็มีความสุขได้ทุกคนครับ

ติวเข้ม...เรื่องการเขียนเพลง |

ลงพื้นที่ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุต |

สมาชิกค่าย... ลงชุมชน |

สุเทพ โฮป กำลังช่วยน้องๆ เขียนเพลง |

ซ้อมกันหน่อย |

เวทีนี้...เด็กๆ โชว์ |

ดนตรีสร้างสุข (จริงๆ) |

รวมพล...คนดนตรี |
หากใครสนใจกิจกรรมดีๆ แบบนี้ก็อย่าพลาดเข้าร่วม โครงการ
หัวใจเพื่อเธอ ที่จะสัญจรไปตามโรงเรียนต่างๆ ทั้งหมด 7
แห่ง ได้แก่ โรงเรียนวัดเบญจมบพิตร โรงเรียนเบญจมราชาลัย โรงเรียนสตรีวัดระฆัง
โรงเรียนสายปัญญา โรงรียนศรีอยุธยา โรงเรียนวัดบวรนิเวศ และโรงเรียนวัดสระเกศ
ตลอดช่วงเดือนตุลาคม - ธันว่าคม 2550 นี้ ซึ่งนอกจากจะได้ฟังเพลงเพราะๆ
จากวงโฮปแฟมีลี่ ได้ร่วมกิจกรรมสร้างสรรค์ตามซุ้มต่างๆ แล้ว
ยังจะได้พบกับบทเพลงที่น้องๆ ในค่ายดนตรีเพาะรักร่วมใจกันแต่งขึ้นมาเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของชาวจังหวัดระยอง
รับรองว่าความสามารถทางด้านดนตรี บวกกับเสียงร้องที่มีคุณภาพจะช่วยสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนได้อย่างแน่นอน
ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย
webmaster@thaingo.org
22 ตุลาคม 2550
|