พลังเพลง พลังดนตรี ...สร้างสุข

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2550 ที่ผ่านมา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และเครือข่ายดนตรีสร้างสุข ได้เปิดบ้านต้อนรับสื่อมวลชน จัดงานแถลงข่าว “ดนตรีสร้างสุขสัญจรสู่ภูมิภาค” ตามแผนยุทธศาสตร์มหกรรมดนตรีสร้างสุข

แผนงานดังกล่าวเกิดจากการระดมแนวคิดของคนดนตรีจากหลากหลายสาขา อาทิ กลุ่มสถาบันการศึกษา ศิลปิน กลุ่มดนตรีอิสระ และกลุ่มเยาวชน เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางของกิจกรรมดนตรีสร้างสุข ร่วมกับ สสส. และภาคีเครือข่ายต่างๆ จนเกิดแผนงานดนตรีสร้างสุขภายใต้รูปแบบกิจกรรมกิจกรรมที่หลากหลาย

ผ.ศ.ด.ร.วิลาสินี อดุลยานนท์ ผู้อำนวยการสำนักรณรงค์ และสื่อสารสาธารณะเพื่อสังคม สสส. เปิดเผยแนวคิดของแผนงานเชิงรุกสื่อศิลปวัฒนธรรม เพื่อสุขภาวะสู่เยาวชนด้านดนตรีว่า

“สสส. มองดนตรีเป็นช่องทางหนึ่งที่จะสื่อสารการสร้างเสริมสุขภาพ สู่กลุ่มเยาวชนได้เป็นอย่างดี ถ้าสามารถนำสุนทรียะของดนตรีมาใส่เนื้อหาสาระที่มีคุณค่า ดนตรีจะเป็นสื่อที่สำคัญมาก สสส.ได้สนับสนุนกิจกรรมดนตรีอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นดนตรีสร้างสรรค์ของกลุ่มเยาวชนเอง เพราะเราเชื่อว่าสื่อที่เยาวชนผลิตเอง จะมีความหมายกับเขามาก มมีประสิทธิผลในการเป็นสื่อสร้างเสริมสุขภาพมากกว่า”

กิจกรรมแบ่งอออกเป็น 4 ช่วงคือ ค่ายดนตรีสร้างสุข ดนตรีสัญจร กิจกรรมย่อยสู่ภูมิภาค และปิดท้ายด้สวยมหกรรมดนตรีสร้างสุข “ให้ – Hi” โดยในช่วงเดือนตุลาคมจะเป็นกิจกรรมค่ายดนตรี ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และภูมิภาค ภายใต้เนื้อหา “ดนตรีสร้างสุข คุณค่าของการให้” เพื่อก่อให้เกิดกลุ่มเยาวชนดนตรีสร้างสุขจากค่ายต่างๆ และผลงานจากค่ายจะถูกรวบรวมเพื่อนำไปขยายผล ในงานดนตรีสัญจรในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้

“ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ดังกล่าว สสส. และเครือข่ายดนตรีสร้างสุข ได้จัดกิจกรรมค่ายดนตรีสร้างสุขโดยมีเยาวชนคนรุ่นใหม่ เข้าร่วมโครงการเพื่อเรียนรู้สุขภาวะผ่านบทเพลง และสร้างสรรค์ผลงานดนตรีด้วยตนเองมากกว่า 1,000 คนพร้อมนำผลงานสร้างสรรค์ของเยาวชน จัดดนตรีสัญจรแบ่งปันสร้างสุข สู่โรงเรียนและชุมชนมากกว่า 50 แห่ง มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมดนตรีสร้างสุขแล้วกว่าหมื่นคนทั่วประเทศ” นายดนัย หวังบุญชัย ผู้จัดการแผนงานอุปถัมภ์เชิงรุกด้านสื่อ และกิจกรรมเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ สสส. กล่าว

ตัวอย่างกิจกรรมค่ายดนตรีที่เพิ่งเสร็จสิ้นไปแล้ว เช่น โครงการ “ดนตรีไทยสัญจร” โดยภาควิชาดุริยางคศิลป์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ภาคสถาบันการศึกษา) โครงการ “เยาวชนบนเส้นทางดนตรี” โดยสมัชชาศิลปิน (สมาคมวิชาชีพ) โครงการ “ค่ายเพลงสร้างสุข” โดย กะทิกะลา ศุบุญเลี้ยง โครงการ “กอดทะเลด้วยเสียงเพลง” โฮปแฟมิลี่ (กลุ่มศิลปิน) โครงการ “จังหวะธรรมชาติ จังหวะชีวิต จังหวะดนตรี” โดย กลุ่มดนตรียิ้มละไม โครงการ “ค่ายเพลง เพลงค่าย ผู้สื่อข่าวจากแดนไกล” โดย กลุ่มรองเท้าแตะ www.9dern.com (กลุ่มดนตรีอิสระ)

ทอด ทองดี ลาเวลล์ ศิลปิน เพื่อชีวิต และผู้จัดโครงการดนตรีสร้างสุขภาคเหนือ “หิมพานคู่โลก” ได้กล่าวแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆ ของแผนงานมหกรรมดนตรีสร้างสุข ที่เกิดขึ้นโดยกลุ่มต่างๆ ในงานแถลงข่าวว่า

“รู้สึกปลื้มครับ เคยคิดว่ากิจกรรมที่ตัวเองทำอยู่ตลอดมาไม่มีเพื่อน รัฐบาลก็ไม่เอา กลุ่มศิลปินก็ไม่เอา ผู้สนับสนุนส่วนใหญ่ก็เป็นบริษัทแอลกอฮอล์ แต่หลังจากที่ได้เห็นกิจกรรมที่นำมาเสนอ คือเขาไปไกลแล้ว เขาเอาเพลงเพื่อชีวิตไปก่อตั้งกลุ่มเยาวชน เอาเปลงบ้าๆ บอๆ ไปปลุกเยาวชน เราได้นิยามคำว่าความสุขในพจนานุกรมใหม่ เราสุข สนุกกับมันได้โดยไร้แอลกอฮอล์ ในขณะที่ตลาดเพลงไทยยังติ๊งต๊อง อยู่แต่กับเรื่งรักๆ ใคร่ๆ ยังคิดอยู่ว่าเมื่อไร่สมองของเด็กไทยจะได้ขยายซักที

ขอบคุณผู้ใหญ่ที่มีวิสัยทัศน์ ขอเป็นกำลังใจและชื่นชม การทำกิจกรรมดีๆ ต่อไป”


สุกัญญา มิเกล ศิลปิน ที่เข้าร่วมกิจกรรมกับน้องๆ ในบทบาทของวิทยากร โครงการ “ดนตรี คนมีฝัน” โดย กลุ่มเยาวชน “โคตรอินดี้” กล่าวว่า

“สิ่งที่เห็นเวลาคนข้างนอกมองมาคือ โครงการมันมีคุณค่ามาก จริงๆ แล้วเด็กวัยรุ่น ช่วงอายุต่ำกว่า 20 ลงไป เขาต้องการกิจกรรมแบบนี้นะ ต้องการมาก แต่ไม่มีให้เขาเขาจึงหันไปเสพอย่างอื่นที่เราไม่อยากให้เสพ

เคยคิดแบบพี่ท็อดว่า ผู้ใหญ่ทำอะไรอยู่หนอ แต่วันนี้รู้สึกดีใจ ใจชื้นขึ้น ว่ามันกำลังจะเปลี่ยนแปลง สิ่งที่เห็นคือน้องๆ มีความสุข เขามีจุดที่จะเก็บมันไปตลอด และก็ดีใจมากๆ มีความสุขที่ได้เข้ามามีส่วนร่วม”


นอกจากนี้มิเกลยังฝากทิ้งท้ายว่า ถ้ามีอะไรให้ช่วยเหลือกับกิจกรรมดีๆ เช่นนี้เธอก็พร้อมเสมอ

ในเดือน มกราคม 2551 สสส. และเครือข่ายดนตรีสร้างสุข เตรียมขยายผลจากกิจกรรมค่ายดนตรีสร้างสุข และดนตรีสร้างสุขสัญจร สู่งานมหกรรมดนตรีสร้างสุขระดับภูมิภาค โดยร่วมมือกับเทศบาลเมือง พลังศิลปินท้องถิ่น ศิลปะพื้นบ้าน โดยกำหนดการจัดงานในภาคเหนือ ที่จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 5 มกราคม 2551 ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร ในวันเสาร์ - อาทิตย์ ที่ 12 - 13 มกราคม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น วันที่ 19 มกราคม และภาคใต้ วันที่ 26 มกราคม 2550 จังหวัดนครศรีธรรมราช


ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดที่กล่าวมา จะนำมาสู่การจัดงาน มหกรรมดนตรีสร้างสุข “ให้ – Hi” ณ สวนลุมพินี ในวันเสาร์ - อาทิตย์ ที่ 2-3 เดือนกุมภาพันธ์ 2551 เพื่อส่งเสริมให้เยาวชน ให้รู้จักคุณค่าของการให้ และการแบ่งปันสู่สังคมอย่างยั่งยืน ผ่านบทเพลงและเสียงดนตรี

ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย

webmaster@thaingo.org

21 พฤศจิกายน 2550