|
ไม่เอา ไม่รับ ไม่ปลื้ม
รัฐธรรมนูญ คมช.
ในสถานการณ์ที่ คมช. กำลังร่างรัฐธรรมนูญ และการจัดตั้งกระบวนการทำประชามติลงคะแนนเสียง
ทางกลุ่มพลเมืองภิวัฒน์ เห็นพร้อมว่า การรัฐประหารที่ คมช. ก่อกระทำการมาโดยตลอดนั้นไม่เป็นประชาธิปไตย
ดังนั้น เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2550 ที่ผ่านมา กลุ่มพลเมืองภิวัฒน์
จึงได้มีการประกาศจุดยืน
"40 นักวิชาการ และบุคคลสาธารณะ" ผู้ต่อต้านคณะรัฐประหาร
และไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับรัฐประหาร ภายใต้สโลแกน "ไม่เอา
ไม่รับ ไม่ปลื้ม" ที่หน้ารัฐสภา ถนนอููู่ทองใน
โดยนักวิชาการและบุคคลสาธารณะที่มีรายชื่อเข้าร่วมในครั้งนี้ได้แก่
รศ.ดร.กฤษณา ไวสำรวจ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยรามคำแหง
รศ.ใจ อึ้งภากรณ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ร.ศ.สมเกียรติ ตั้งนะโม จากเว็บไซต์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
นายสมบัติ บุญงามอนงค์ (หนูหริ่ง
, บก.ลายจุด) นางสาวจรรยา ยิ้มประเสริฐ คณะกรรมการรณรงค์
เพื่อแรงงานไทย และอีกหลายท่าน กว่า 40 รายชื่อ
สมบัติ
บุญงามอนงค์ หรือ "หนูหริ่ง"
แกนนำนักกิจกรรมทางสังคมพลเมืองภิวัฒน์ ได้ออกมาเปิดเผยถึงสาเหตุที่มาชุมนุมเรียกร้องในครั้งนี้ว่า
"โดยหลักการเราคิดว่า การที่คณะรัฐประหารชุดนี้มาร่างรัฐธรรมนูญมันไม่มีความชอบธรรม
ไม่มีเลยถูกไหมครับ จริงๆ เรามีรัฐธรรมนูญบริหารประเทศที่ดีกว่าที่ใช้อยู่นี่
รัฐธรรมนูญปี 2540 ดีกว่ามากมายเทียบไม่ได้ เลย ดังนั้นในเบื้องต้นโดยหลักการแล้ว
มันเป็นเรื่องยอมรับไม่ได้ที่ ให้คณะรัฐประหารชุดนี้เป็นผู้ที่
ร่างรัฐธรรมนูญ
2. เราเชื่อว่าอาจมีการหมกเม็ด แม้บางเนื้อหาอาจดูเหมือนก้าวหน้า
ลดแลกแจกแถม เพื่อจะดึงองค์กรชุมชนที่เขาใช้งบประมาณ จำนวนมาก
300 ล้าน ไปรณรงค์ ให้ NGO ไปจัดเวทีในท้องที่ต่างๆ แต่ท้ายที่สุดคมช.
ได้วางตัว สสร. เข้าไปทำเนื้อหาหลักเรียบร้อยแล้ว เชื่อว่ารัฐธรรมนูญที่ออกมามีการหมกเม็ดแน่นอน
3. คำถามก็คือว่า ทำไมเราไม่รอให้มีตัวแทนของประชาชนก่อนไม่เข้าใจ
เรื่องนี้เป็นเรื่องไม่เข้าใจ เพราะว่าเชื่อว่าอยู่ในบรรยากาศที่ไม่เป็นเผด็จการแบบนี้ก็จะร่างรัฐธรรมนูญได้กว้างขวางกว่านี้
เรายกตัวอย่างเช่นเราจะไม่สามารถแตะต้องสถาบันทหารได้เลย ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้
การปฏิรูปสื่อ ที่ว่าจะมีการปฏิรูปสื่ออย่างก้าวหน้า ในฐานะที่พวกคุณเป็นสื่อมวลชน
ผมถามว่าสื่อที่อยู่ในมือของทหาร ไม่ว่าจะเป็นททบ. 5 หรือแม้แต่
ช่อง 7 หรือสถานีวิทยุกว่าร้อยแห่งที่อยู่ในมือทหาร จะมีการ
นำมาปฏิรูปหรือไม่ และบทบาทของทหารในรัฐธรรมนูญจะเข้ามาถึง ขนาดการดำรงค์รักษาความมั่นคงภายในรึเปล่า
เพราะว่าการเกิด กอรมน. (กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน) ก็ดี
หรือบทบาททหารในช่วงการรัฐประหารที่ผ่านมา มันทำให้เห็นเลยว่า
ทหารพยายาม ที่จะมีบทบาทหรือที่จะแสดงบทบาทในเกมการเมือง
ดังนั้นเราจึงกังวลมากว่า หากมีการร่างรัฐธรรมนูญในช่วงนี้ เนื้อหาแบบนี้จะไม่มีการแตะต้องเลย
ไม่กล้า ก็จะบอกว่าเอาล่ะ คุณก็ไปดูแล ชุมชน ไปดูว่ากระจายอำนาจเป็นอย่างไร
ไปดูเรื่องทรัพยากรนะ แต่ว่าในเรื่องอำนาจทหารเขาจะดักๆไม่มีคนกล้าเข้าไปแตะ
สุดท้าย มันก็จะถูกสอดไส้ แล้วตอนนี้เราต้องสร้างวิธีคิดของคนในสังคมว่า
ยุคนี้ตลาดมืดเนี่ย มันอาจจะมีของบางอย่างที่คุณสามารถซื้อ ได้ในราคาถูก
แต่คุณต้องไม่ลืมนะครับว่า ของเหล่านั้น มันเกิด จากการปล้นอำนาจของประชาชนมา
ดังนั้นร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มันไม่มีทั้งศักดิ์ศรี มีความไม่ชอบธรรมเรื่องกระบวนการที่มาของ
สสร. เพราะคนที่คัดเลือกเข้ามาก็เป็น คมช. และกระบวนการก็ดี
ช่วงเวลาก็ดี รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะเป็นรัฐธรรมนูญที่ขี้เหร่นะครับ
แต่ไม่เป็นไร ผมคิดว่าให้นักวิชาการหรือประชาชนได้เห็นก่อนก็ได้
แต่ว่าเราในฐานะประชาชนกลุ่มหนึ่งเรามั่นใจ และเราพร้อมนะ เราจะพูดถึงหลักการได้เลย
และเราจะปฏิเสธตั้งแต่หลักการนะครับ ส่วนคนที่จะรอถึงหลักการก็ยินดี
ครับยินดีไม่เป็นปัญหา"

นอกจากนี้ คุณสมบัติ
ยังได้กล่าวถึงกลุ่มต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการร่างรัฐธรรมว่า
"กลุ่มสุดท้าย คือ 1. กลุ่มที่เค้าเอาแน่นอนคือเขาโปรกับการรัฐประหารในครั้งนี้
2. เป็นกลุ่มที่มีส่วนร่วมกับการร่างรัฐธรรมนูญ คุณจะเห็นว่า
เที่ยวนี้เขา พยายามที่จะจูงใจให้ประชาชนที่เป็นองค์กรเข้าไปทำเวทีประชาพิจารณ์
คนกลุ่มนี้ก็พยายามที่จะเข้าไปเสนอผลประโยชน์ เสนอประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ
ผลประโยชน์ของกลุ่มตัวเองเข้าไปในรัฐธรรมนูญฉบับนั้น ดังนั้นเขาก็พยายามที่จะสู้เพื่อเอารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไว้
แต่ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องน่ากังวลเพราะว่ามันจะทำให้รัฐธรรมนูญ
เป็นแค่พื้นที่ต่อสู้สำหรับผลประโยชน์เฉพาะกลุ่ม แต่ไม่สามารถมองภาพรวมได้
กลุ่มนี้ผมขอเรียกร้องว่า เขาจะต้องสามารถมองภาพรวมของรัฐธรรมนูญทั้งหมดได้"
นอกจากนั้นแกนนำกลุ่มพลเมืองภิวัฒน์
ยังได้อธิบายถึงแนวคิดของ กิจกรรม (Thai
Say No) ของ กลุ่มพลเมืองภิวัฒน์ ที่อาจจะคล้ายคลึงกับกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองอื่น
ในประเด็นที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญฉบับคมช.ฉบับนี้ แต่กลุ่มพลเมืองภิวัฒน์มีจุดยืนที่หนักแน่น
คือการไม่ร่วมสังคกรรม "ของผมแตกต่างจากไทยพูด
ผมมีหลักการว่าจะไม่ไปร่วมร่างรัฐธรรมนูณคู่ขนาน จุดยืนของผมคือไม่สังฆกรรม
เลย นะครับ วันนี้เราไม่ยื่นหนังสือไม่มีอะไร แต่เป็นเพียงการมาประกาศ
ผมมองว่า การเคลื่อนไหวภาคประชาชนของการทำเวทีคู่ขนาน มันจะมีด้วยกัน
2 กลุ่มในไทยพูดเอง กลุ่มที่ 1 ใช้เวทีต่อสู้เพื่อจะคัดค้าน
รัฐธรรมนูญฉบับนี้ กลุ่มที่ 2 คือกลุ่มที่พยายามส่งสารเนื้อหาในการทำเวทีภาคประชนเพื่อที่จะส่งไปถึง
สสร. ผมเชื่อในไทยพูดก็จะมีความหลากหลาย ในกลุ่มเขาเอง แต่ของเราไม่หลากหลาย
เราชัดเจนว่าไม่เอา
หนึ่งก็คือ เรารณรงค์ให้ประชาชนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ
ฉบับรัฐประหารเราเรียกว่ารัฐธรรมนูญฉบับรัฐประหาร นะครับ ตามสโลแกน
ไม่เอา ไม่รับ ไม่ปลื้ม พอลงประชามติ ปุ๊บ ไม่รับปุ๊บ เราก็จะถึงเรื่องข้อเสนอเลยว่า
คมช.จะต้องเอารัฐธรรมนูญปี 40 เอามาทั้งดุ้นเลยโดยไม่ปรับแก้เพื่อให้ในการเลือกตั้ง
ข้อเสนอต่อไปคือพรรคการเมือง ที่จะลงสมัคร ต้องมีนโยบายในการรณรงค์
ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ปฏิรูปการเมืองหลังการเลือกตั้งหยิบประเด็นที่เรายังคาใจกันอยู่ในรัฐธรรมฉบับปี
40 ก็ดี หรือที่เราคิดว่ามันน่าจะพัฒนาต่อได้
เหมือนกับที่เราร่างรัฐธรรมนูญปี 40
มันเกิดจากเหตุการ์พฤษภาทมิฬ นะครับ มันเกิดจากการรัฐประหารแล้วมีรัฐธรรมนูญ
หรือเป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากการต่อสู้ กับคณะรัฐประหาร จนเกิด
มันมีการสูญเสียชีวิตประชาชนนะครับ ซึ่งความจริงจนเกิด รัฐธรรมนูญปี
40 ขึ้น แล้วก็การกลับกันครับ คณะรัฐประหารชุดนี้ได้ฉีกรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนขึ้น
มันเหมือนตัวละครที่มาเอาคืน แล้วพยายามจะร่างรัฐธรรมนูญฉบับรัฐประหารเข้ามาอีก
ในเชิงสัญลักษณ์มันก็จะต้องกลับไป ต่อสู้ จะต้องต่อสู้เอารัฐธรรมนูญฉบับประชาชนกลับมา
ให้ได้
ในเชิงขบวนทิศทางเป็นเรื่องเดียวกัน
แต่รายละเอียดกิจกรรมก็คือ ผมสนที่จะเทน้ำหนัก มาเรื่องเกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญเป็นหลัก
อันนี้จะเป็นเรื่องหลัก ส่วนพื้นที่การต่อสู้เนี่ย จะต่อสู้กันบนเว็บไซต์
ในการรณรงค์กัน อันนี้ก็เป็นสิ่งที่คนเล็กคนน้อย อย่างพวกเราที่เป็นพลเมืองมีสิทธิ
ที่จะทำได้ เพราะว่าเราไม่ใช่คนมีศักยภาพสูง นะครับก็อยากจะทำในส่วนที่รมั่นใจว่าเราทำได้จริง"
ภูมิวัฒน์ นุกิจ ผู้ประสานงานกลุ่มพลเมืองภิวัฒน์ ได้กล่าวถึงรายละเอียดกิจกรรม
พร้อมกับเชิญชวนให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามามีสวนร่วมอย่างน้อยในฐานะคนไทยคนหนึ่งที่มีสิทธิในการทวงรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนคืน
"คำว่า ประชาธิปไตย คือ ประชา บวก
ธิปไตย หมายถึง อธิปไตยเป็นของประชาชน ในขณะเดียวกันการรัฐประการคือแนวคิดการใช้กำลังล้มล้างการปกครอง
ซึ่งก็คือการไม่ฟังเสียงประชาชน
คือเราจะมี
เว็บไทยเซย์โน (ThaiSayNo.com) รณรงค์ 2 ช่วงคือ ช่วงแรกเป็นการล่ารายชื่อนักวิชาการและบุคคสาธารณะที่ไม่เห็นด้วยกับการร่างรัฐธรรมนูญและไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร
ช่วงที่ 2 เป็นการล่ารายชื่อ 2540 รายชื่อ (เป็นจำนวนที่ล้อเลียนปี
พ.ศ. ของรัฐธรรนูญฉบับปี 2540) ของบุคคลที่ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร
และก็ไม่ยอมรับกับการรัฐประหาร ซึ่งเราจะมี www.thaisayno.com
คือจะเปิดให้บุคคลทั่วไปนิสิต นักศึกษาและก็ผู้ที่สนใจ เกี่ยวกับการรณรงค์ไม่ยอมรับการรัฐประหาร
ไม่เห็นด้วยกับรัฐประหาร แล้วก็มีแนวทางประชาธิปไตยเชิญไปลงชื่อได้ที่
Thai Say No.com
กิจกรรมของเราจะรณรงค์ไปจนกว่าจะมีประชามติ
การรณรงค์รับ ไม่รับรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมว่าการทำประชามติมันมีความพิกลพิการในตัวของมันเอง
เช่นสมมติว่ารัฐธรรมนูญในปี 2550 ที่กำลังร่างๆ อยู่นี้ มันมี
236 มาตรา และอีก 50 มาตราที่ไม่ได้เรื่องมันจะถูกโหวต รับหรือไม่รับเข้าไปด้วย
ถ้าเกิดว่าโหวตรับ ก็คือรัฐธรรมนูญ 50 มาตราที่ไม่ได้เรื่องก็จะเข้าไปด้วย
ซึ่งผมคิดว่ากระบวนการโหวดมันพิกลพิการมาก
ภารกิจของคนไทยก็คือ การขับไล่ทรราชที่มาจากการใช้อาวุธล้มล้างการปรกครอง
แล้วก็จุดสำคัญที่สุดของการรณรงค์ ก็คือทำอย่างไรให้ประชาธิไตยเป็นของประชาชนและประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของตนเอง
ภายใต้ระเบียบกติกาของรัฐธรรมนูญ เราต้องมามองว่าเราอยากเห็นสังคมเราเป็นอย่างไร
เราต้องช่วยกันทำ เราต้องเข้าใจว่าปัจจุบันมีโจรมาปล้นประชาธิปไตยเรา
มีการประกาศใช้กฏอัยการศึก มีการใช้กำลังอาวุธรถถังเข้ามาในเมือง
และก็มีการข่มขู่คุกคามโดยอ้อม อย่างรถเพื่อนผมที่ไปรณรงค์ ประชาธิปไตย
ก็โดนขูดทั้งคัน ซึ่งเห็นว่าสิทธิเสรีภาพในการ แสดงความคิดเห็นของประชาชนถูกข่มขู่คุกคามด้วยอำนาจมืดเหมือนกัน
คือสังคมไม่รับรู้เรื่องนี้ สังคมมองว่ามันเป็นเรื่องไกลตัว
ผมว่า ที่จริงก็คือ ประชาธิปไตยมันเกี่ยวข้องกับชีวิต ตั้งแต่ตื่นนอน
จนถึงกินข้าว เช่นประชาธิปไตยบอกว่า เราจะทำอะไรได้บ้าง เราจะขึ้นรถเมล์สายไหน
ราคารถเมลืราคาเท่าไหร่ มันมาจากรัฐบาล รัฐบาลมาจากประชาชนที่เลือกตั้ง
อย่างไรก็ตาม อยากเชิญชวนหนุ่มสาวคนรุ่นใหม่ ออกมาร่วมกันรณรงค์
ช่วยกันกำหนดอนาคตของประเทศชาติร่วมกันนะครับ"

CLICK!!
เพื่ออ่าน คำประกาศ
40 นักวิชาการและบุคคลสาธารณะ
ผู้ต่อต้าน รัฐประหารและไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับรัฐประหาร (ฉบับ
รรร.)
โดยแกนนำกลุ่ม พลเมืองภิวัฒน์ได้กล่าวสรุปว่า "หลักการตัดสินใจของการคัดเลือกนักวิชาการคือท่านต้องเป็นผู้ที่ตัดสินใจแล้ว
เราจะทำโครงการนี้ท่านได้ตัดสินใจแล้วก็มีวิธีคิดเกี่ยวกับการไม่ร่างรัฐธรรมนูญอย่างไร
ถ้าท่านตัดสินใจ ถ้าท่านยินดี ก็มาร่วมกัน หลักการก็มีแค่นี้เอง
หลังจากวันนี้เสร็จเราจะเริ่มรณรงค์กันต่อเลย
พอปักธงได้เสร็จก็จะเริ่มรณรงค์ 2540 คน พอครบเมื่อไหร่เราก็จะเริ่มในการที่จะให้มีกิจกรรมการเคลื่อนไหวให้เร็วที่สุด"
อย่างไรก็ดีการชุมนุมเป็นไปอย่างสงบ โดยมีการอ่านคำประกาศ ณ
บริเวณหน้ารัฐสภา พร้อมผลัดเปลี่ยนกันกล่าวคำปราศัย ก่อนจะสลายตัวไปในที่สุดตามจุดยืนที่กล่าวไว้แต่ต้นว่า
วันนี้ไม่ได้มาทำอะไรเพียงเพื่อมาประกาศว่า พวกเรา
"ไม่เอา ไม่รับ ไม่ปลื้ม รัฐธรรมนูญ คมช."
ครูประทีป
: ยอมรับ รัฐธรรมนูญรัฐประหาร ก็คือ ยอมรับการก่อรัฐประหารอีกครั้ง
มันมาจากกติกาที่ไม่ถูกต้อง จุดกำเนิดทางความคิดที่ตรงข้ามกับประชาธิปไตย
ซ้ำเป็นการดูถูกเหยียดหยามประชาชน ถ้าเรายอมรับ รธน ฉบับนี้
ความหมายคือ เราต้องยอมรับการยึดอำนาจ โคล่ล้มประชาธิปไตยไปเรื่อย
ๆ อย่างไม่รู้จบ เพื่อให้ประเทศชาติได้ก้าวไปข้างหน้า ประชาธิปไตยต้องเข็มแข็ง
เราจึงต้องร่วมใจกันปฏิเสธ เพื่อป้องกัน วัฐจักรที่ชั่วร้ายกลับคืนมา
อ.จรัญ โฆษณานันท์ : รธน 50 ฉบับ ทายาทอสูร
ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้เรียกได้ว่าเป็น ฉบับทายาทมาร เขียนขึ้นใต้กรอบ
รธน 2549 ดำเนินโครงสร้างมาร ในมาตรา 32 อำนาจเป็นไปตาม
คมช ถูกตัดสินโดยฝ่าย คมช เป็นเพียงพิธีกรรม มายาการที่ถูกคณะรัฐประหารสร้างมา
เป็นบทเรียนประวัติศาสตร์สังคมมนุษย์ ถูกทำให้อ่อนแอ กฎหมายจึงเป็นเพียงเครื่องมือของชนชั้นปกครองมากกว่าประชาชน
การถ่ายทอดเจตนารมณ์เพื่อประชาชนมิสามารถทำได้ กระบวนการยกร่างถูกครอบงำทางความคิด
ไม่เกิดบรรยากาศการมีส่วนร่วมของประชาชน
นพ เหวง โตจิราการ : รธน ฉบับ อภิชนาธิปไตย 50
รธน ฉบับนี้จัดทำโดย ระบบคิดที่ต้องการฟื้นอำนาจของ อภิชน
อย่างชัดเจน สิ่งที่อันตรายที่สุดในโลกสมัยปัจจุบันซึ่ง
การเมืองการปกครองได้ก้าวมาไกลมากแล้ว ก็คือระบบคิดที่ยังตกค้าง
เป็นซากเดนความคิดของระบบอภิชนาธิปไตย คณะรัฐประหาร หรือ
กลุ่มบุคคลที่คณะรัฐประหารจัดรูปขึ้น มาร่าง รธน เป็นพวกที่มีระบบคิดที่ดูถูกประชาชนชน
เพราะคิดว่า ประชาชนเป็นพวกโง่เง่า สามารถซื้อได้ด้วยเงินทอง
และผลประโยชน์ เมื่อเป็นเช่นนี้ รธน ที่เขาร่างกัน จึงเป็นเครื่องมือในการคงอำนาจการปกครองของชนชั้นสูงและผู้ได้เปรียบที่กระทำต่อประชาชนสืบต่อไป
นายประวิตร โรจนพฤกษ์ (สื่อมวลชน) : คมช ไม่ได้มีความเชื่อเรื่องกฏหมายสูงสุดจริง
ทหารได้เข้ายึดอำนายโดยการฉีก รธน แล้วมาอ้าง มาคาดหวังให้ประชาชนยอมรับ
รธน ซึ่งกำลังถูกร่างโดยกลุ่มคนที่ถูกแต่งตั้งจากทั้งทางตรงและทางอ้อมจากทหาร
ย่อมเป็นสิ่งที่รับไม่ได้ อีกทั้ง คมช เป็นคนฉีกรัฐธรรมนูญ
(รธน 2540)ด้วยการรัฐประหาร ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงการไม่ยอมรับในหลักการมีกฏหมายสูงสุดตั้งแต่เริ่มแรก
นายสมบัติ บุญงามอนงค์ (นักกิจกรรมทางสังคม) : เราต้องปิดประตูพวกรัฐประหารรุ่นต่อไป
การลงประชามติครั้งนี้ มีนัยยะถึงการปฏิเสธการรัฐประหาร
และ นี่คือวิธีการที่สันติวิธีดีที่สุดในการต่อสู้ของประชาชนที่จะแสดงให้คณะรัฐประหารชุดนี้เห็นว่า
ประชาชนไม่ยอมรับวิธีการของเขา และหากผลของการลงประชามติคือไม่รับร่าง
รธน นี่คือการปิดประตูให้กับนักรัฐประหารในยุคหน้า
นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ (คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ)
: รธน ที่จะลดอำนาจประชาชน
รัฐธรรมนูญ คือ หลักคิดของการส่งเสริมประชาธิปไตย แต่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะไม่สามารถนำไปสู่ประชาธิปไตยได้
เพราะกระบวนการขาดการมีส่วนร่วม และ มาจากการทำรัฐประหาร
ซึ่งแนวโน้มของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้คือการถอยหลังลงคลอง
และมันไม่ได้ลดอำนาจการเมือง เพิ่มอำนาจประชาชนหรอก แต่ตรงกันข้าม
มันจะลดอำนาจประชาชน และ เพิ่มอำนาจฝ่ายการเมือง
นายเก่งกิจ กิติเรียงลาภ (นักศึกษาปริญญาเอกสาขารัฐศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย/พรรคแนวร่วมภาคประชาชน)
ที่มารัฐธรรมนูญไม่มีความชอบธรรม
เพราะมาจากเผด็จการทหาร และเป็นไปไม่ได้ที่จะเอาเผด็จการมานั่งร่างรัฐธรรมนูญ
คนที่ถูกสรรหามาร่างรัฐธรรมนูญ ไม่เคยได้เกี่ยวข้อง หรือสัมผัส
กับประชาชน ในส่วนของเนื้อหารัฐธรรมนูญไม่มีส่วนใดพูดถึงสวัสดิการประชาชน
ความสำคัญของคุณภาพชีวิตในการเข้าถึงทรัพยากรก็ไม่มี มีแต่พูดถึง
เทคนิค วิธีการของการดำรงการต่อยอดอำนาจ แม้กระทั่ง การได้มาซึ่งตัวนายกรัฐมนตรี
อาจมาจากการแต่งตั้ง คือ ไม่มีอะไรที่ก้าวหน้ากว่า รัฐธรมนูญ
2540 จึงเป็น รัฐธรรมนูญที่ถอยหลัง ตกเหว
นางสาวจรรยา ยิ้มประเสริฐ (คณะกรรมการรณรงค์เพื่อแรงงานไทย)
ไม่มีอะไรที่เริ่มจากผิดไปเป็นถูก เราจึงไม่ยอมรับ
...รัฐบาล รัฐธรรมนูญ ที่มาจากกระบอกปืน เราไม่ไว้วางใจเพราะมันไม่ได้เกิดการมีส่วนร่วมของประชาชน
ดังนั้น ทำให้เราไม่สามารถยอมรับได้เลย ตั้งแต่ต้นจนจบ
นายศิริชัย สิงค์ทิศ (ที่ปรึกษาสหพันธ์สิ่งทอ)
การที่คุณจะมาร่างกฎหมาย กติกาของประเทศ โดยการนำกำลัง
อาวุธมาจี้ มาปล้น มันไม่ถูกกับกฎประชาธิปไตยสากล ซึ่งเป็นหลักการอารยประเทศ
ดูสมาชิกสภานิติบัญญัติมีแต่ นายทหาร นายทุน นั่งเต็มไปหมด
ในสภาร่างรัฐธรรมนูญสัดส่วน กรรมกร ชาวนาไม่มี แม้แต่คนเดียว
มีแต่ผู้กดขี่ ต้องอย่าลืมว่า สังคมเรามีชนชั้น ทำไมไม่แก้ปัญหา
โดยประชาชน อย่าดูถูกประชาชน จะให้คนจนเป็นทาส อีกนานเท่าไหร่?
การกระทำเช่นนี้ ถือว่าเป็นเผด็จการสุดๆ รับไม่ได้ การเรียกร้องสมานฉันท์ในบริบทแบบนี้
เป็นเรื่องไร้สาระ
นายใจ อึ้งภากรณ์ (อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)
ร่างล่าสุด เป็นรัฐธรรมนูญที่ขาดความชอบธรรม เพราะมาจากการทำรัฐประหาร
สุนัขออกลูกเป็นคนไม่ได้ รัฐประหารสร้างประชาธิปไตยไม่ได้เหมือนกัน
รัฐธรรมนูญทหาร สร้างโดยไม่มีมาตราใดส่งเสริมสวัสดิการแก่ประชาชน
ไม่ส่งเสริมความเท่าเทียม ไม่ส่งเสริมอำนาจภาคประชาชน
ไม่ลดอำนาจและงบประมาณของทหาร ไม่เอาผิดกับผู้ที่ก่ออาชญากรรมรัฐ
มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ (อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาอดีตอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา)
หลักประชาธิปไตย คือหลักของการยอมรับมติคนส่วนใหญ่ มิใช่เรื่องที่คนใดคนหนึ่งหรือคนส่วนน้อย
โดยเฉพาะคนที่กระทำความผิดกฎหมายอาญาข้อหาฐานเป็นกบฎ จะตรารัฐธรรมนูญ
ตรากฎหมาย หรือจะบัญญัติศัพท์ภาษาไทยขึ้นมาใช้ และให้คนไทยทั้งชาติต้องปฏิบัติตาม
หากเปรียบแล้วก็เหมือนคุณมีหนึ่งหุ้นในประเทศไทย แล้วคุณจะยอมให้ใครคนใดคนหนึ่งมาออกกฎระเบียบ
ควบคุมการบริหารประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตจากคุณอย่างนั้นหรือ
|
40 นักวิชาการและบุคคลสาธารณะ
ผู้ต่อต้าน รัฐประหารและไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับรัฐประหาร
(ฉบับ รรร.)
ฉบับ ที่18 (ฉบับร่างทรงคมช. อำมาตยาธิปไตย)
1. รศ.ดร.กฤษณา ไวสำรวจ (อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์
มหาวิทยาลัยรามคำแหง)
2. นายกุลศักดิ์ เรืองคงเกียรติ (จิ้น กรรมาชน, นักดนตรี
กวี ศิลปินเพื่อประชาธิปไตย)
3. นายกิตติชัย งามชัยพิสิฐ (สถาบันต้นกล้า)
4. นายกำพล ภู่มณี (อดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดปราจีนบุรี)
5. นายเก่งกิจ กิติเรียงลาภ (นักกิจกรรมทางสังคมพรรคแนวร่วมภาคประชาชน)
6. นางสาวจรรยา ยิ้มประเสริฐ (คณะกรรมการรณรงค์เพื่อแรงงานไทย)
7. อ.จรัญ ดิษฐาอภิชัย (กลุ่มเพื่อนรัฐธรรมนูญ 2540)
8. รศ.จรัญ โฆษณานันท์ (อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง)
9. รศ.ใจ อึ้งภากรณ์ (อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
10. นางสาวจิตรา คชเดช (เลขาธิการสหพันธ์สิ่งทอ,ประธานสหภาพไทล์อั้ม)
11. นายชาญวิทย์ จริยานุกูล (กลุ่มกรรมกรปฏิรูป)
12. ศ.ดร.ธงชัย วินิจจะกุล (ศูนย์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา
มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน)
13. นางนิตยา พร้อมพอชื่นบุญ (ผู้นำชุมชนแห่งชาติ)
14. นายบารมี ชัยรัตน์ (ที่ปรึกษาสมัชชาคนจน)
15. นางประทีป อึ้งทรงธรรม(ฮาตะ) (อดีตสมาชิกวุฒิสภา จังหวัดกรุงเทพ)
16. ผศ.ดร.ประภาส ปิ่นตบแต่ง (อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)
17. นายประวิตร โรจนพฤกษ์ (สื่อสารมวลชน)
18. นายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ (เลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย
สนนท.ปี2545)
19. อ.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ (อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)
20. นายมานิตย์ จิตต์จันทร์ (อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฏีฏา,อดีตอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา)
21. นายวัฒน์ วรรลยางกูร (นักคิดนักเขียน กวี ศิลปินเพื่อประชาธิปไตย)
22. ผศ.วิทยา ชินบุตร (อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง)
23. นายวิภู รุโจปการ (ภาควิชาดาราศาสตร์ มหาวิทยาลัยอริโซนา)
24. นายศราวุฒิ ประทุมราช (นักปกป้องสิทธิมนุษยชน)
25. นายศิโรฒม์ คล้ามไพบูลย์ (คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งมลรัฐฮาวาย)
26. นายศิริชัย สิงห์ทิศ (ที่ปรึกษาสหพันธ์สิ่งทอ)
27. นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข (ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลและฝึกอบรมแรงงาน)
28. นายสมบัติ บุญงามอนงค์ (นักกิจกรรรมทางสังคมกลุ่มพลเมืองภิวัฒน์)
29. รศ.สมเกียรติ ตั้งนโม (อธิการบดีมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน)
30. ศ.เกียรติคุณ น.พ. สันต์ หัตถีรัตน์ (ประธานมูลนิธิวีรชนประชาธิปไตย)
31. นายไสว พราหมณี (อดีตสมาชิกวุฒิสภา จังหวัดนครราชสีมา)
32. ผศ.สุชาย ตรีรัตน์ (อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)
33. นายสุดชาย บุญไชย (กลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ)
34. ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ (อาจารย์ประจำคณะอักษรศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)
35. นายสุพจน์ ด่านตระกูล (ผู้อำนวยการสถาบันวิทยาศาสตร์สังคม)
36. นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ (คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ)
37. นพ.เหวง โตจิราการ (ประธานสมาพันธ์ประชาธิปไตย)
38. นายอรรณพ นิพิทเมธาวี (นก รัตติกาล ThaiNGO.org)
39. รศ.ดร.อรรถจักร สัตยานุรักษ์ (อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่)
40. ดร.อุบลรัตน์ ศิริยุวศักดิ์ (อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)
หมายเหต:
การเรียงลำดับชื่อเป็นไปตามตัวอักษร |
ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย
webmaster@thaingo.org
6 กุมภาพันธ์ 2550
|