คนรุ่นใหม่ กับการมีส่วนร่วมในการพัฒนา

รายงานการพัฒนาโลก เป็นรายงานที่ธนาคารโลกจัดทำขึ้นทุกปี เพื่อสรุปภาวะเศรษฐกิจ สังคม และลิ่งแวดล้อมโดยรวมของโลก หัวข้อในอดีตที่ผ่านมานั้นมีทั้งเกี่ยวกับสถานการณ์แรงงานโลก การแก้ปัญหาความยากจน การเสริมสร้างความแข็งแกร่งของรัฐเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพใหนการพัฒนา การนำความรู้มาให้ในการพัฒนาและการขจัดปัญหาความยากจน การพัฒนาอย่างยั่งยืน และการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของสถาบันที่มีความสำคัญต่อระบอบเศรษฐกิจเปิดเป็นต้น ซึ่งในปีนี้เนื้อหาโดยรวมของรายงานจะเน้นในเรื่องของการส่งเสริมบทบาทของเยาวชนในการพัฒนาประเทศ

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2550 ที่ผ่านมา ธนาคารโลก (World Bank) ได้จัดงานเปิดตัวรายงานการพัฒนาโลก ประจำปี 2550 ในหัวข้อ "คนรุ่นใหม่กับการมีส่วนร่วมในการพัฒนา" (Development and The Next Generation) ณ อาคารศศปาฐกศาลา 1 ห้อง 704 สถาบันฯ ศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีผู้เข้าร่วมอภิปรายคือ เจ้าหน้าที่จากทางธนาคารโลก (World Bank) ตัวแทนองค์กรทางภาครัฐ องค์กรพัฒาเอกชน สินิตนักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป

ในการน ี้นายเอียน พอร์ตเตอร์ ผู้อำนวยการธนาคารโลกสำนักงานประเทศไทยได้กล่าวในพิธีเปิดงานว่า "ในประเทศไทย เยาวชนหลายรุ่นได้มีบทบาทเป็นอย่างมากต่อการพัฒนาประเทศ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง

ในสองสามทศวรรษที่ผ่านมานั้น หนุ่มสาวไทยที่ก้าวเข้าสู่วัยทำงานก็ได้มีบทบาทสคัญเป็นอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจไทยก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ดี ณ จุดหนึ่งเขาจะต้องเผชิญกับปัจจัยหลายอย่างทั้งที่เป็นปัจจัยส่งเสริมให้เขามีโอกาสก้าวหน้ามากขึ้น และปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงในชีวิต ปัจจัยที่ดีนั้นแน่นอนว่าจะส่งเสริมสังคมในภาพรวม ส่วนปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงนั้นหากไม่ได้รับการแก้ไขที่ถูกต้อง ก็อาจส่งผลร้ายต่อเยาวชนผู้นั้นเอง และทำลายโอกาสที่เขาจะได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาในระยะยาว"

นายเอ็มมานูเอล ฮิมเมเนส ผู้อำนวยการแผนกงานพัฒนามนุษย์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ผู้เขียนหลักของรายงาน ได้เดินทางมาเปิดตัวรายงานบับนี้ในประเทศไทย และจะเดินทางต่อไปยังประเทศกำลังพัฒนาอีกหลายๆ ประเทศ ได้กล่าวถึงสาเหตสำคัญที่ี่รัฐควรจะหันมาสนใจ และลงทุนในกลุ่มเยาวชนว่า
"รัฐบาลในแต่ละประเทศนั้นได้ตระหนักถึงความสำคัญของเยาวชนเป็นอย่างดี แต่ก็ไม่สามารถดำเนินนโยบายเพื่อสนับสนุนเพื่อเพิ่มพูนโอกาสให้แก่เยาวชนเหล่านั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร เนื่องจากทรัพยากรที่จำกัด และได้กล่าวย้ำว่า การพัฒนาคุณภาพของเยาวชนให้แข็งแกร่งขึ้นนั้น เป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการขจัดปัญหาความยากจน และการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม

รายงานการพัฒนาโลก ปี 2550 นี้ มีข้อเสนอแนะสำหรับการพัฒนาเยาวชนสามนโยบาย คือ (1) การขยายโอกาส (2) การเพิ่มพูนทักษะ และความสามารถ และ (3) คือการให้โอกาสแก่เยาวชนที่พลาดพลั้งไปแล้วได้กลับเนื้อกลับตัวใหม่ และสามารถเป้นกำลังของสังคมได้ในอนาคต ทั้งสามนโยบายนี้ จะช่วยให้รัฐบาลสามารถเตรียมเยาวชนของตนเองก้าวผ่านพ้นช่วงเวลาสำคัญในการดำเนินชีวิตทั้ง 5 ช่วงคือ (1) ช่วงการเข้ารับการศึกษา (2) ช่วงหลังจากสำเร็จการศึกษา (3) ช่วงการดำเนินชีวิตอย่างมีสุขภาพที่ดี (4) การสร้างครอบครัว (5) การปฏิบัติหน้าที่เป็นพลเมืองที่ดี"

สำหรับในประเทศไทยได้นำเอากรอบแนวความคิดนี้ มาประยุกต์ใช้เพื่อเป็นข้อเสนอแนะสำหรับภาครัฐ ในการวางนโยบายเกี่ยวกับเยาวชน ที่จะมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ ซึ่งอยู่ในระหว่างการจัดทำนั้น นายลูอีส เบนเวนิสเต้ หัวหน้าหน่วยงานพัฒนามนุษย์ของธนาคารโลกประจำประเทศไทยได้อธิบายว่า "รายงานสถานการณ์ประเทศไทยฉบับใหม่นั้น จะทำการวิเคราะห์ วิจัย ถึงปัญหา ที่สำคัญๆ ของเยาวชนไทยที่กำลังประสบ 3 ช่วงชีวิตคือ (1) การดำเนินชีวิตอย่างมีสุขภาพดี (2) การเสริมสร้างทักษะทั้งสำหรับการศึกษาและสำหรับการใช้ชีวิต และ (3) การก้าวข้ามจากวัยรุ่นสู่วัยทำงาน ทั้งนี้คณะผ็จัดทำจะนำเอารายงานถานการณ์ในปีที่แล้ว 2549 ที่เน้นในเรื่องของโอกาสทางการศึกษาของเยาวชนไทย เข้ามาประกอบการวิเคราะห์ด้วย"

ในระหว่างการแนะนำรายงานสถานการณ์ทางสังคมไทยฉบับใหม่นั้น นายเบนเวนิสเต้ ได้แสดงความเป็นห่วงต่อเยาวชนไทยในหลายเรื่องต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน ที่เยาวชนไทยกำลังเผชิญอยู่ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาการติดเชื้อ HIV (จากการสำรวจพบว่า มีเยาวชนไทยถึง 15,000 คนที่ได้รับเชื้อเอดส์ ในปี 2549 ซึ่งสูงถึง 40% ของผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั้งหมด) และปัญหาการว่างงาน (กว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ว่างงานทั้งหมดในประเทศไทยนั้นเป็นเยาวชน) นอกจากนี้ยังมีปัญหาจากการสูบบุหรี่ และการบริโภคแอลกอฮอล์ ของเยาวชนทั้งชายและหญิง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกด้วย

คุณกานดา วัชราภัย รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นมั่นคงมนุษย์ ได้กล่าวแสดงความคิดเห็นต่อรายงานการพัฒนาโลกปี 2550 โดยเฉพาะรายงานสถานการณ์เยาวชนไทย ในฐานะที่เป็นตัวแทนองค์กรภาครัฐที่ดูแลในส่วนของเยาวชนว่า "ชื่นชมกับแนวความคิดในเรื่องของการพัฒนาเด็ก แต่ทว่าในส่วนของข้อมูลยังมีความล้าหลังอยู่มาก ซึ่งอาจเป็นเพราะการเก็บข้อมูลในหลายๆ ประเทศเป็นไปด้วยความยากลำบาก การที่มีความล่าช้าของข้อมูลอาจทำให้มีความคลาดเคลื่อนเนื่องจากว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทางกระทรวงก็ได้มีการพัฒนาและมีโครงการสำหรับเยาวชนไปหลายโครงการแล้ว เช่นการมี Voice of Youth คือการระดมความคิดเห็น ความต้องการ และทรรศนะของเยาวชนที่มีอยู่ เพื่อที่จะสื่อไปถึงรัฐบาล เพื่อการกำหนดนโยบายที่มีความสอดคล้องกับเยาวชน การมีศูนย์ระวังและเตือนภัยทางสังคม เป็นต้น"

ทางด้านคุณศรีศักดิ์ ไทยอารี ผู้อำนวยการสภาพัฒนาเด็กและเยาวชน (NCYD) ได้ให้ความเห็นเช่นเดียวกันในเรื่องของข้อมูลยังมีความล้าหลัง นอกจากนี้ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า " รายงานฉบับนี้จะเน้นในเรื่องของภาคเศรษฐกิจเท่านั้น โดยส่วนใหญ่จะมองเยาวชนเป็นเพียง Human Resource เท่านั้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้วการพัฒนาอะไรก็ตามจะต้องพิจารณาด้านสังคมควบคู่กันไปด้วย เช่นการมีวัฒนธรรมและจริยธรรมที่ดีงาม ซึ่งการทำวิจัยคงเป็นไปได้ยากเนื่องจากไม่สามารถตีค่าออกมาเป็นตัวเลขได้

สำหรับแผนที่วางไว้สำหรับเด็กและเยาวชนต้องนั้นควรจะมีความละเอียดซับซ้อน ซึ่งเราต้องมองไปข้างหน้าให้ไกลมากกว่านั้น เราต้องมองว่า เขาเป็น Actor (ผู้กระทำ) ไม่ใช่ผู้ถูกกระทำ เรามองว่าเด็กไม่ได้เป็นเพียงแค่อนาคตของขาติ แต่ เด็กคือปัจจุบัน อนาคต และอนาคตของอนาคตอีกด้วย"

นอกจากนี้ ยังได้กล่าวชื่นชมและขอบคุณทาง World Bank ที่ได้มีที่ให้ความสำคัญกับเยาวชน ซึ่งสถิติที่ค่อนข้างเก่านั้นอาจมาจากความสลับซับซ้อนในการเก็บรวบรวมข้อมูลในแต่ละประเทศ เพราะประเทศกำลังพัฒนามีไม่มีการเก็บรวบรวมข้อมูลให้เป็นระบบเท่าที่ควร และยังฝากไปทางWorld Bank ให้ช่วยจัดการในส่วนนี้ด้วย เพื่อความเป็นระบบ และการนำข้อมูลออกมาใช้ประโยชน์ และเพื่อเผยแพร่ต่อไป
"สิ่งที่อยากฝากให้ทาง (World Bank) ช่วยเหลือ ก็คือ การเก็บรวบรวมข้อมูลต่างๆ ให้เป็นระบบ รวมทั้งการอัพเดท อยู่เสมอ และสามารถนำไปใช้ได้จริง เรื่องที่ยังบกพร่องอยู่มากคือ กระบวนการ กลไก และความเข้าใจ

ปัญหาเรื่องเยาวชนเหล่านี้คงไม่ได้เกิดแค่เพียงในประเทศไทยเท่านั้น แต่เป็นปัญหาของหลายๆ ประเทศเลยทีเดียว ซึ่งการกำหนดนโยบายต่างๆ ควรจะให้เด็กได้ปฏิบัติด้วย ไม่ได้เป็นเพียงในเรื่องของทฤษฎีเท่านั้น เช่นการมีกองทุนให้เด็กได้ทำกิจกรรม Self- Employment มีการประเมินครู ประเมินการเรียนการสอน และผลที่เด็กได้รับจะช่วยพัฒนาศักยภาพเด็กไทยได้อย่างแน่นอน"
คุณศรีศักดิ์กล่าวย้ำ

(สำหรับผู้ที่สนใจสามารถ Download ข้อมูลรายงานการพัฒนาโลกได้ที่ http://www.worldbank.org/wdr2007)


ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย

webmaster@thaingo.org


19 มีนาคม 2550