| เยาวชนวังลุง
: Cowboy ปฏิวัติแห่งเทือกเขาหลวง (1)
คำพูดที่ดังออกมาเบาๆ จากเด็กสาว และเด็กหนุ่มกว่า 10 ชีวิต
ขณะสาละวนอยู่กับกิจกรรมค่ายของชมรม ทำให้ตั้งแต่เช้าจดเย็นแต่ละคนจึงต่างก็มีภารกิจมากมาย
และอาจจะมีกิจกรรมต่อเนื่องในภาคค่ำอีก ซึ่งเหล่านี้เป็นกิจกรรมที่เสริมขึ้นในระหว่างปิดเทอม
ที่ซึ่งเยาวชนในหมู่บ้านอื่น ในเมืองใหญ่หลายคนอาจจะกำลังสบายกับการพักผ่อนดูทีวีอยู่บ้าน
เดินเล่นในห้างสรรพสินค้า ในโรงภาพยนตร์ หรืออีกหลายคนอาจจะกำลังเรียนพิเศษ
แต่กลุ่มเยาวชนอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ บ้านวังลุง กลับกำลังขะมักเขม้นกับการเกี่ยวหญ้าเพื่อนำมาเป็นอาหารวัว
ที่ตนเองเป็นสมาชิกกลุ่ม โครงการส่งเสริมเยาวชนเลี้ยงโคขุน
ต้นยาเสพติด ซึ่งเป็นโครงการที่เสริมรายได้
และเป็นกิจกรรมเสริมภูมิคุ้มกันทางสังคม อันเป็นกระบวนการหนึ่งที่ต้องการพัฒนาให้ชุมชนบ้านวังลุง
ต.ทอนหงส์ อ.พรมคีรี นครศรีธรรมราช เป็นอีกชุมชนหนึ่งที่กำลังกระบวนการสู่ความเข้มแข็ง
ปลอดยาเสพติดและสร้างสรรค์จิตสำนึกในหมู่เยาวชนคนรุ่นใหม่ ให้รู้จักรับผิดชอบสังคมและทรัพยากรส่วนรวม
ผมไม่อยากไปไหน ผมรักที่นี่ เด็กหนุ่มบางคนเล่า
ไม่รู้เรียนไปทำไม เพราะผมอยากอยู่ที่นี่ ที่นี่ผมทำอะไรได้เยอะแยะ
รายได้พออยู่ได้และธรรมชาติก็บริสุทธิ์ด้วย และอีกคนเสริมขึ้น

นางสาวพันทิวา อินทะสา
ว่าที่นักศึกษานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช หนึ่งในสมาชิกกลุ่มเยาวชนเลี้ยงโคขุน
กล่าวว่า
สำหรับเยาวชนของที่นี่ หมายถึงเยาวชนของชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
บ้านวังลุง ก่อนอื่นเลยเราก็มีการรวมตัวเกี่ยวกับการปลุกจิตสำนึก
ในการอนุรักษ์ทรัพยากร ธรรมชาติ กิจกรรมก็จะมีการเข้าร่วมอบรมเข้าค่ายโดยปกติ
แต่ว่าในช่วงที่ไม่มีค่ายเข้ามา กับชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติบ้านวังลุง
ทางท่านผู้ใหญ่เฉลิม กาญจนพิทักษ์ ก็ได้หากิจกรรมมาเสริม
เพื่อให้เยาวชนได้มีส่วนร่วม ซึ่งเยาวชนนี่ก็คือเยาวชนของชมรมนี่แหละค่ะ
ก่อนหน้านี้ชมรมเราเองได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียว
ท่านผู้ใหญ่ก็ได้นำเงินรางวัลส่วนนั้นมาจัด เพื่อซื้อวัวมาให้เยาวชนได้เลี้ยงซึ่งตอนนี้มีวัวขุน
12 ตัวด้วยกัน ทำให้มีเยาวชนได้เลี้ยงโค 12 คน
เราดูแลโดยการให้ไปปลูกแปลงหญ้าไว้ หลังจากนั้นเยาวชนแต่ละคนก็จะมาให้อาหารหรือให้หญ้าวัว
ในช่วงเช้าหรือช่วงเย็น ซึ่งเยาวชนแต่ละคนนั้นดูแลวัวของตัวเองดีมากเลย
ให้อาหารเสริมด้วย นอกจากนั้น เราอาจจะสงสัยว่า เราคัดเลือกเยาวชน
มาเลี้ยงวัวหรือโคขุน เราก็มีกฎเหมือนกัน 5 ข้อ คือ
1) เยาวชนที่เลี้ยงต้องมีอายุตั้งแต่
15 ปี ถึง 25 ปี ซึ่งถือว่ามีความรับผิดชอบและสามารถดูแลวัวที่ทางกรรมการได้มอบหมายให้ได้
2) เยาวชนจะต้องไม่มั่วสุมกับยาเสพติดโดยเด็ดขาด
3) ต้องมีจิตใจรักในสัตว์ เลี้ยงสัตว์และต้องมีแปลงหญ้าเป็นของตัวเอง
4 ) เมื่อเลี้ยงไปแล้ว แล้วกรรมการมาทราบภายหลังว่าเยาวชนติดยาเสพติดนั้น
กรรมการหมู่บ้านจะนำไปเข้าสถานบำบัดและคัดออกจากกลุ่มเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ
และ
5) เยาวชนได้กำไร 75% ส่วน 25% เข้ากองทุนสานต่อโครงการนี้ สำหรับโครงการนี้
ทางกรรมการได้บอกเยาวชนว่ามีเป้าหมายให้ได้ 50 คน มี 3 โรงเรือนสำหรับเลี้ยง
ซึ่งจะตั้งอยู่ 3 ที่ในชุมชน
สำหรับกลุ่มเยาวชนพอได้เลี้ยงแล้วก็รู้สึกว่า
พวกเรามีความรับผิดชอบมากขึ้น ได้มีเวลาพบปะสังสันท์กันมากขึ้นในช่วงเย็นๆ
ได้ปรึกษาหารือเรื่องทั่วไปๆ ไปได้
สำหรับข้อเสนอพวกเรา อยากให้มีการประชาสัมพันธ์ให้มากๆ
เกี่ยวกับธรรมชาติ เกี่ยวกับกลุ่มเยาวชนของเรา อยากให้เยาวชนของเราดูเก่งขึ้น
ดูเด่นขึ้น เช่นตอนนี้ก็ได้มีการประชาสัมพันธ์ผ่านหอกระจายข่าว
ช่วงเช้าบ้าง ช่วงบ่ายบ้าง มีการกระตุ้นให้น้องๆเยาวชน ทั้งหมู่ที่
1 และ หมู่ที่ 6 ตำบลทอนหงส์ ประมาณ 240 คน ตั้งประถมจนถึงมัธยม
หรืออยากให้มีการประชาสัมพันธ์ มีรายการของตัวเองอะไรแบบนี้เลย
คืออยากทำสื่อนั่นแหละ อยากจัดรายการวิทยุประเภทเกี่ยวกับธรรมชาติน่ารักๆ
อาจจะเป็นวิทยุชุมชนของเรา ซึ่งช่วงนี้รายการวิทยุชุมชนก็ได้เข้ามา
ก็อยากไปมีส่วนร่วมเหมือนกัน เกี่ยวกับธรรมชาติ พวกเรากลุ่มเยาวชนก็ได้พูดๆ
เหมือนกันว่า เราน่าจะมีสื่อ มีรายการ กระตุ้นให้น้องๆ เยาวชนในจังหวัดนครศรีธรรมราช
รักธรรมชาติมากขึ้น ถัดจากเวลาที่เลี้ยงสัตว์ และที่ร่วมกิจกรรมกับชมรมแล้วนะค่ะ

กาแฟและอาหารมื้อเช้าแบบ Cowboy
นายเฉลิม กาญจนพิทักษ์ ผู้ใหญ่บ้าน
เล่าย้อนถึงแนวคิดโครงการนี้ว่า เงินที่เอามาทำโครงการนี้มาจากเงินที่ได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียว
2.7 แสนบาท เราเอามาทำโครงการนี้ เสีย 1.7-1.8 แสนบาท เราตั้งชื่อกลุ่มเยาวชนต่อต้านยาเสพติด
ทำเพื่อให้เยาวชนมีงานทำ ได้ ได้ร่วมกันต่อต้านยาเสพติดให้กลุ่มอื่นได้ทำเป็นตัวอย่าง
ให้เขาได้ดู ว่าเยาวชนที่มีอยู่ในหมู่บ้านให้มาร่วม เยาวชนพวกนี้ที่มาทำ
ไม่ได้ติดยาเสพติดหรอกนะ แต่ให้มาเป็นตัวอย่าง
ส่วนเยาวชนที่มาร่วมกิจกรรม
ไม่ได้แบ่งกันหรอกน่ะ คือร่วมกันหมด มีทุกวัย ทั้งเยาวชนที่เรียน
ที่ไม่ได้เรียน ผู้หญิงผู้ชาย ร่วมกันเลย แล้วแต่สมัครใจจะมา
เพียงแต่ต้องมีกฎกติกา กฎก็อาทิเช่น ห้ามมั่วสุมยาเสพติด ถ้ามั่วสุมยาเสพติดเราจะไล่กลับทันที
เพราะกรรมการมีน้ำยาตรวจเยี่ยวอยู่แล้ว
ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญ
ซึ่งที่นี่เคยทำงานกันตั้งแต่ปี 2540 ชุมชนมีน้ำยาตรวจเยี่ยวกันตั้งแต่ปี
2541 เรียกได้ว่า ในปัจจุบันในชุมชนเราไม่มีแล้ว เพียงแต่เราก็ต้องทำงานสร้างระบบป้องกันไว้
เรื่อยๆ ถ้าถามว่า ที่นี่ระบาดรุนแรงไหม กล้าบอกได้เลยว่า ไม่มีครับ
อีกอย่างเรามีเป้าหมายว่าจะทำคอกเท่าๆ
นี้ 3 คอก และเรามีเป้าหมายต่อไปด้วยว่าเราจะมีโรงปุ๋ย คือขี้วัวเราเอามาทำปุ๋ยขายให้ชาวบ้านซึ่งมีอาชีพทำสวน
ความรับผิดชอบของเยาวชนคือ 1 คน 1 ตัว
โดยมีเงื่อนไขว่าต้องมีแปลงหญ้าส่วนตัว ต้องปลูกหญ้าไว้ที่บ้านในสวนยางตัวเอง
ถ้าใครไม่มีสวนยางกรรมการจะไปขอที่ว่างเปล่าของคนอื่นให้ได้
ที่นี่มีกรรมการผู้หลักผู้ใหญ่ในหมู่บ้านคอยช่วยเหลือดูแล และกรรมการเขามีความชำนาญในการคอยดูแลวัวยามเจ็บไข้ไม่สบาย
ได้ด้วย
โครงการนี้จริงๆ แล้ว มาจากผู้ใหญ่ในหมู่บ้าน
คือ กลุ่มกรรมการหมู่บ้านคิดกัน แล้วมาให้เด็กรับผิดชอบ อย่างคอกวัว
นี่ก็ผู้ใหญ่ในหมู่บ้านทำให้
กิจกรรมนี้เพิ่งเริ่มต้นครับ ยังไม่ได้ขายเลยสักครั้ง
แต่ถ้าจะขายเราจะมีกรรมการเป็นฝ่ายจัดขายให้ กำไรจะปันให้เยาวชน
75% อีก 25% เข้ากองกลาง เพื่อมาบำรุงให้กลุ่มเจริญเติบโตนี่เป็นรุนแรก
แต่ถ้าเป็นรุ่นที่สอง เรื่อยมาจะหักเข้ากองกลางเพียง 15% เท่านั้น
เพราะรุ่นแรกหนักกว่าเพื่อน ทั้งเรื่องซื้อปูน กระเบื้อง ไม้
ทำคอกวัวด้วย จึงต้องหักส่วนนั้นมาเข้ากองกลาง
นอกจากเลี้ยงวัวขายเนื้อวัวแล้ว เราตั้งกลุ่มปุ๋ยขึ้นมาซื้อขี้วัว
จากเยาวชน เป็นกิจกรรมครบวงจร
ที่สนใจเรื่องเลี้ยงวัวให้กับเยาวชนเพราะว่ามันสอดคล้องกับสภาพพื้นที่
เพราะสภาพพื้นที่มันเป็นภูเขา มีป่า มีหญ้า หญ้านี่มีทั่วเลย
ดินดีมากที่นี่ปลูกหญ้าก็ขึ้นสวย เดิมมันอยู่แล้ว เรามาจัดการปลูกเสริมอีกนิดหน่อย
ตอนนี้มีเยาวชนเข้ามาร่วมเยอะมาก ก็ประมาณ
40-50 คนได้แล้ว แต่เราไม่มีวัวให้เลี้ยง เราไม่มีงบประมาณกัน
อย่างคอกก็ต้องทำเอง เราก็ทำไม่ทัน พอเสร็จจากทำโรงปุ๋ยนี้ก็ค่อยทำคอกที่สอง
คอกที่สาม ต่อไป คงใช้เวลาหลายวัน ตั้งเป้าหมายไว้ 3 คอก คอกละ
15 ตัว ตก 45 ตัว นี่เป็นเป้าหมายของหมู่บ้าน
ส่วนเรื่องขอการสนับสนุน ที่ต้องการที่สุดก็คงเป็นเงินทุน
เพราะวัสดุอื่นๆ เราพอหาได้ในท้องถิ่น ไม่ต้องซื้อ แต่เงินทุนซื้อวัวพันธุ์นี่เรามีไม่พอ
เราเคยไปขอความช่วยเหลือจากคนที่มีเงินให้มาซื้อให้ พอเวลาขายวัวเราเสร็จก็ชำระคืน
เราเอาแต่กำไรให้เยาวชนเท่านั้น ซึ่งเงินนี้เขาไม่ได้ให้เปล่า
แต่เขาได้ช่วยเหลือชุมชน เงินเขาก็ได้คืน จริงๆ ยังไม่ได้กู้ที่ไหน
เพียงแต่ออกปากขอพรรคพวกที่พอมีเงินให้มาช่วย เพื่อให้โอกาสกับเยาวชน
เป็นพรรคพวกในเมืองนครนะ

อย่างไรก็ตาม คิดว่ากิจกรรมนี้เราต้องทำให้ได้
เพราะตอนนี้เราได้มาแล้ว 15 ตัว ได้จากกลุ่มเลี้ยงแม่วัว ในชุมชนนี้แหละ
ซึ่งเราบอกว่าให้เอาวัวนี้มาให้กลุ่มเยาวชนเลี้ยง
ทีมงาน
ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย
webmaster@thaingo.org
2 พฤษภาคม 2548
|