สร้าง Web Blog ให้เป็นขบวนปัจเจกชน

สังคมไทยเผชิญภาวะจำทน เพราะติดขัด จำกัดจำเขี่ยมานาน เกี่ยวกับเสรีภาพ ในการสื่อสาร แม้ว่าแท้จริง จะมีสื่อสารมวลชนเกิดขึ้นมานาน แต่ก็ล้มลุกคลุกคลานตามทิศทางการเมือง ตั้งแต่ ก่อน 14 ตุลา 2516, ระหว่าง 14 ตุลา ถึงก่อน 6 ตุลา 2519, หลัง 6 ตุลา ถึงก่อน 26/2523 และ ตอนพฤษภาทมิฬ 2535 กับ "บทเรียนการเมืองเผด็จการ" ที่จำกัดเสรีภาพการสื่อสารการเมืองของสังคมโดยตรง และตั้งแต่ 2544 - 2549 กับ "การเมืองทุนนิยมเสรี" ที่ทุนซื้อได้ แล้วแทรกแซงหมดทุกอย่าง แม้จะเสรี แต่ก็ลดทอนคุณค่าการสื่อสารการเมือง ให้กลายเป็นเพียงรายการน้ำเน่า กึ่งร้องเรียนกึ่งเล่นละคร และตั้งแต่ 2549 - ปัจจุบัน กลับไปสู่ ยุคเผด็จการกลีบกุหลาบ อีกครั้ง

กระนั้นก็ตาม ก็นับว่าจนถึงวันนี้ สื่อมวลชน (ทั้งของรัฐและเอกชน) ก็ยังเป็นสถาบันที่ทรงอำนาจ ทรงอิทธิพลยาวนานที่สุด ในทางการเมือง เนื่องจาก ยังกุมการสื่อสารทางการเมืองของประชาชน (Political Communication)

อย่างไร สังคมมนุษย์ไม่เคยหยุดอยู่กับที่ แต่กลับก้าวหน้าเคลื่อนไหว เรียนรู้ และปรับตัวให้เข้ากับเงื่อนไขใหม่ๆ หรือกับบริบทของสังคมที่เปลี่ยนแปลง เสมอๆ แม้แต่เรื่อง เทคโนโลยี วัฒนธรรมการสื่อสารกันในสังคม การเคลื่อนย้ายตีความพื้นที่ส่วนตัว (private space)แต่เล่นกับพื้นที่สาธารณะ (public space) ตลอดจนพัฒนาการในรูปแบบขบวนการเคลื่อนไหวใหม่ๆ ทางสังคม

โดยเฉพาะการปรากฏขึ้นของ Internet ที่เป็นทั้งเครื่องมือการสื่อสาร เป็นเครื่องเล่นสร้างความบันเทิง เป็นอาวุธต่อสู้โจมตี เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลความรู้มากมาย เป็นพื้นที่ทางสังคม ( social space ) และที่น่าสนใจล่าสุด คือ การเกิดขบวนการสื่อสารระดับปัจเจกชน บนพื้นที่สาธารณะ (public space) ซึ่งหมายถึง พื้นที่ที่ผู้คน (private) แวะเวียนเข้ามาพบปะ สนทนากัน ในเรื่องราวทั่วๆ ไป ที่เกี่ยวกับสังคม

ในปัจจุบันโลก Internet ที่เข้าถึงง่ายผ่านดาวเทียม โทรศัพท์บ้าน หรือมือถือ แล้วท่องไปในเครือข่าย www. ( world wind web) หรือสื่อสารกันด้วย E mail ทั้งหมดได้ย่อโลกให้เล็กลง แต่สร้างดินแดนใหม่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งมนุษย์หันมาใช้สื่อสารกัน เพราะสามารถให้บริการ เข้าถึง และดูแลจัดการได้ง่าย โดยเฉพาะการเกิดขึ้นของ Internet ในภาวะที่มนุษย์ใช้เวลาครึ่งของชีวิต ไปกับหน้าที่ทำการผลิต หรือสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ จนพื้นที่ทางสังคมหดแคบไป ซึ่ง Internet ได้สลายความจำกัด ในเรื่องชีวิตที่ติดกับที่ และ Internet ยังสร้างมิตรภาพ สร้างกิจกรรมทางสังคม สร้างพื้นที่การรวมเป็นกลุ่ม เป็นองค์กรบน Cyber space ได้ด้วย เสมือนว่า ช่วยเสริมเติมเต็ม ชีวิตที่หายไปในด้านความสัมพันธ์ทางสังคม

เว็บไซต์ (website) หรือเกือบทุกๆ อย่างบนโลกไซเบอร์ ล้วนแต่เป็นพื้นที่สาธารณะ หรือ สามารถเปลี่ยนผ่าน (transformation) ไปเป็นพื้นที่สาธารณะ ที่ผู้ใช้ (user) สามารถเข้าถึงได้ เสมอกัน ซึ่งธรรมชาติมนุษย์ บางครั้งก็อยากมีโลกส่วนตัวกับกลุ่มเพื่อน จนมาถึงการเกิดขึ้นของเว็บบล๊อค (web Blog) ซึ่งมีลักษณะคล้ายเป็นเว็บส่วนตัว คล้ายๆ my space ของ Hotmail ที่กำลังแพร่หลายกันอย่างมากมาย อันเนื่องมาจาก การจด Domain Name นั้น ทำได้ง่าย และราคาไม่แพง โดยเฉพาะปัจจุบันมี Free web Blog เกิดขึ้น ใช้ง่ายและเปิดพื้นที่ให้ฟรีมากมาย

การเกิดขึ้นของเว็บบล๊อค (web Blog) แม้ว่าจะเป็นพื้นที่ส่วนตัวบนที่สาธารณะ แต่ก็คือ สัญญาณที่ชัดเจนมากขึ้นว่า มนุษย์ที่ถูกกระทำ ในนามการพัฒนา (ที่เน้นด้านเศรษฐกิจ) จนตนเองต้องแตกหักกับวิถีชุมชนแบบดั้งเดิม กับครอบครัว มาดำเนินชีวิตเป็นปัจเจกชนที่แสนจะอ้างว้างในสังคมมากขึ้นๆ จน ณ วันนี้ เมื่อ Internet เข้ามา มนุษย์ปัจเจก ที่แม้จะมีสังคมการผลิตกับโลกภายนอก แต่กับชีวิตมนุษย์จริงๆ มีไม่น้อยในปัจจุบันนี้ ที่ถูกตรึงด้วยภาระการผลิต และอำนาจกฎเกณฑ์ของสังคม อาทิ ข้อบังคับ จารีตประเพณี ศาสนา กฎหมาย ค่านิยมบริโภค ตลอดจนอำนาจตลาด ทำให้ชีวิตจริงๆ ของมนุษย์ที่ต้องมีด้านสังสรรค์สังคม มีโอกาสเช่นนั้นน้อยลงมาก

ดังนั้น ชีวิตจริงๆ ที่ดำเนินอยู่ยังไม่เพียงพอสำหรับการเติมเต็มชีวิตจิตใจให้สมบูรณ์ หรือสถาปนาให้ตนเองรู้สึกมีตัวตนในสังคมได้ จนเมื่อ Internet เกิดขึ้น มนุษย์ปัจเจกจึงได้ค้นพบทางออกใหม่ ในการสร้างพื้นที่ทางสังคมให้กับตนเอง อีกพื้นที่หนึ่ง

เมื่อระบบความสัมพันธ์ทางสังคมเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปมาก ความซับซ้อนก็มากขึ้น และทวีความมีอิทธิพลต่อชีวิตจิตใจ มนุษย์ในสังคมมากขึ้นด้วย โดยเฉพาะกับกลุ่มเด็ก เยาวชนและคนหนุ่มสาว ซึ่งอ่อนแอ อ้างว้างมากๆ ก็ยิ่งพบว่า ในโลกของ Cyber net อาทิ กลุ่ม web Blog รวมไปถึง กลุ่ม Chat room และกลุ่ม Forward Mail นั้น ต่างสร้างช่อง สร้างพื้นที่และสร้างสังคมให้กับตนเอง และที่สำคัญ ผูกพัน ติดกับ เอามากๆ

ถ้าหากท่องไปในโลกของเว็บบล๊อก พื้นที่ที่เริ่มต้นคุย อาจจะด้วยเรื่องส่วนตัว (ที่เผยได้หรืออยากเผย) หรือเรื่องมุมมองส่วนตัว ที่แต่ละคน อยากเอามาปรากฏบนพื้นที่ส่วนตัวคือ web Blog ซึ่งก้ำกึ่งพื้นที่สาธารณะ

เนื้อหา มีตั้งแต่ระบายความทุกข์ เล่าเรื่องสุข เรื่องครอบครัว คนรัก อกหัก บอกเล่าเรื่องราวแง่มุมต่างๆ พูดถึงความชอบ หรือสไตล์ชีวิตตนเอง ไปจนถึง การแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นทางการเมือง สังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม ฯลฯ ซึ่งเว็บบล๊อก คนดังมากก็อาจจะมีคนเข้ามาสังสรรค์ พบปะประจำมาก หรือบางคนอาจจะสร้างตัวตนขึ้นมาเองจนดังก็มี

เว็บบล๊อกไม่มีรูปแบบตายตัว อยู่ที่เจ้าของจะสังสรรค์ออกมาอย่างไร ที่สำคัญนักท่องเว็บบล๊อคย่อมรู้ดีว่า นี่คือพื้นที่ ส่วนบุคคล (ที่เปิดกว้างมาก) แต่เจ้าของมีอำนาจจัดการผู้ที่เข้ามาสังสรรค์ได้ และหลายรายก็ สร้างจุดขายให้ตัวเองจนโด่งดัง จนขายได้ในทางการตลาด อาทิ บันทึกซึ้งๆ ของ web Blog ชื่อดัง ที่มาเปิดพื้นที่ถามตอบ เป็นต้น หรือ เป็นคนสวย เก่ง น่ารัก (มีรูปโชว์มากมาย) มาเปิดที่สนทนาสนุก สร้างแฟนคลับก็ได้

ในมิติด้านสังคม เป็นมิติที่ทำให้โลกของ Internet กำลังคืบคลานเข้ามาเป็นเพื่อนเคียงข้างชะตากรรมมนุษย์มากขึ้น แต่ที่น่าจับตามอง ขบคิดให้ทันโลกเทคโนโลยี ก็คือ มิติด้านการเมือง โดยเฉพาะ "นี่คือ พื้นที่สำหรับการสื่อสารทางการเมือง ในขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมในอนาคต" เพราะ web Blog ด้านหนึ่งคือเว็บส่วนตัว แต่อีกด้านหนึ่ง คือ พร้อมจะเปลี่ยนผ่านไปเป็นพื้นที่สาธารณะ ต่างก็แค่ แตกย่อยในระดับที่เล็กมากคือระดับปัจเจก ซึ่งทำให้มีปริมาณมากจนอำนาจ ผู้ดูแลเว็บบล๊อกฟรี หรืออำนาจรัฐ ที่จะตรวจสอบให้ทั่วถึงได้นั้นทำได้ยากขึ้น จึงอาจเป็นประตูหนึ่งที่อาจก่อเกิดเสรีภาพ ในขบวนปัจเจกชนได้มากขึ้น ปัญหาคือ ใครมองเห็นและทะลุทะลวงไปถึง พื้นที่อันมหาศาลนั้นก่อน

นอกจากนั้น ในขบวนการเคลื่อนไหวแนวใหม่ (New Social Movement) การจับตามองขบวนกระแสเว็บบล๊อก ไม่ใช่เรื่องสาระต่อไป เพราะพื้นที่สื่อสารนี้ มีเครือข่ายและคลับตนเองมากมาย จึงเป็นได้ทั้งพื้นที่และเครื่องมือจัดตั้งมวลชน หรือโรงเรียนการเมือง ไปจนถึง โรงเรียนสอนการก่อการร้ายได้ด้วย

ในขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมในอนาคต การแสดงฐานะตนทางความคิด ที่แยกแตกต่างออกมาจากกรอบอิทธิพลสถาบัน หรือองค์กร มาแสดงบทบาทตนในฐานะปัจเจกมากขึ้น หรือ สลับกันไปมา แล้วก็มี กลุ่มผู้สนใจ (แฟนคลับ) คอยหนุนเสริม หรืออยากเข้ามาปะทะ สังสรรค์โดยตรงด้วย เพราะอยากรู้ อยากร่วม อยากแลกเปลี่ยน และอยากวิพากษ์วิจารณ์
วันข้างหน้าอีกไม่นาน พื้นที่ของขบวนปัจเจก อาจจะมากขึ้นๆ และเป็นไปได้ว่า อิทธิพลความคิดแบบปัจเจกชนเคลื่อนไหว อาจจะมีพลังชี้นำ ก่อกระแสเปลี่ยนแปลงสังคม เปลี่ยนนโยบายสำคัญๆ หรืออำนาจทางการเมืองได้ ซึ่งทั้งหมดมาจากบทบาทการสื่อสารทางการเมืองมากขึ้น บน Internet ก็ได้

อาทิวันข้างหน้า การเกิดเติบโตของแฟนคลับ เว็บบล๊อก ธียุทธ, เว็บบล๊อก นิธิ, เว็บบล๊อก ธงชัย , เว็บบล๊อกประสงค์, เว็บบล๊อก ทักษิณ, เว็บบล๊อกอภิสิทธิ์, เว็บบล๊อกสุริยะใส, ฯลฯ อาจจะกลายเป็นกลุ่มอำนาจ ที่มีพลังเคลื่อนไหวทางการเมืองได้

ยิ่งถ้าสามารถ โยงใยให้เจ้าของเว็บบล๊อก สำคัญๆ หรือ นักท่อง นักสนทนา บน Internet สื่อสารปลุกเร้าร่วมกันได้ แล้วพัฒนาไปสู่การสร้างระบบข้อมูลทางสังคม สร้างช่องทางสื่อสารข้อมูล สร้างความร่วมมือ ก็ยิ่งจะเห็นโอกาสผลักดันให้สังคมก้าวไปข้างหน้าได้อีกมาก เพราะโลกของ Internet ยังเป็นเครื่องมือที่นำมาสร้างสรรค์ทำประโยชน์ให้กับ สังคม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจได้อีกมาก

แต่ปัญหา คือ ภาพที่เห็น เห็นแต่ความละเลย (ไม่รู้) ของคนมีอำนาจยุคอนาล๊อก (analog) ทั้งภาครัฐ ภาคสังคม โดยเฉพาะขบวนการภาคประชาชน ปล่อยให้ตลาดและทุน พุ่งเป้ากวาดพื้นที่สำคัญๆ เหล่านี้หาประโยชน์ โดยเฉพาะกับ เด็กๆ วัยรุ่น คนหนุ่มสาว ที่อยู่ในโลก Internet โลดแล่นท่องไปในทางที่สุ่มเสี่ยง เพื่อความบันเทิงเป็นหลัก ในขณะที่องค์กรของรัฐ อย่างกระทรวง ไอซีที ก็ตั้งตาแต่จะควบคุม ส่วนภาคธุรกิจก็ตั้งหน้าจะกอบโกยหาประโยชน์ จากช่องทาง Internet ยิ่งถ้าย้อนมองไปทางขบวนการภาคประชาชน NGOs โธ่ !! ยิ่งกว่าฤาษีขี่เต่า ช้า !! ..... ช้า เอา มั๊ก มักกกก !!! .........


ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย

webmaster@thaingo.org


15 มีนาคม 2550