โลกใบใหม่ ของเรา หรือ ของเขา
ทัศนะต่อ WSF
ก้าวย่างที่ต้องจับตาในปัจจุบันนี้ คือจังหวะก้าวที่แสนจะสำคัญของขบวนการประชาชน
ในเวทีระดับโลก คือ "เวทีสมัชชาสังคมโลก"
(World Social Forum) หรือ WSF สาขาภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งจะจัดในประเทศไทย
ในปลายปีหน้า ประมาณเดือนตุลาคม
WSF เริ่มครั้งแรก ในปี 2001 ที่เมือง Porto Alegre ประเทศ
บราซิล ซึ่งต้นกำเนิดนั้นมาจาก ความไม่พอใจกับระบบทุนนิยม ตลาดเสรีนิยม
(Neo Liberalism) และการขยายตัวของอำนาจรัฐ
และกลุ่มทุนขนาดใหญ่ จนก่อให้เกิดสงคราม โดยเฉพาะหลังสงครามเย็น
ขบวนการทางการค้า ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อถึงกัน
และตลาดที่ก้าวรุกสู่ผู้บริโภคระดับครัวเรือน แทบทั่วทุกมุมโลก
และอีกด้านหนึ่ง อำนาจตลาดได้เข้าไปควบคุม จัดการและทำลายความมั่นคงและศักดิ์ศรีของประชาชนไปทั่วโลก
ทั้งในด้านทรัพยากร สิ่งแวดล้อม การเมือง เศรษฐกิจและวัฒนธรรม

รากฐานความคิดระบบเศรษฐกิจและแนวคิดเสรีนิยมใหม่ (Neo
Liberalism) นั้น มาจากกรอบคิดอันเป็นหลักการสำคัญ และต่อมากลายเป็น
เงื่อนไข ที่กระตุ้น และเปิดช่องทางให้ระบบทุนเสรีนิยม ขยายตัวและมีอำนาจแผ่
ปกคลุมโลกในปัจจุบัน นั่นก็คือ เสรีภาพ
(Freedom) การแข่งขัน (Competition)
และ ความยืดหยุ่น ( Flexibility) โดยเฉพาะการบังคับให้เปิดประเทศทำการค้า
บังคับให้เจรจาในรูปแบบภาคีต่างๆ และบังคับให้เปิดระบอบการเมืองเป็นประชาธิปไตย
เป็นต้น
ทำไมต้องคัดค้าน เสรีนิยมใหม่ สำหรับกรอบคิดรากฐานเบื้องต้นนั้น
เพราะว่า เสรีภาพดังกล่าว คือเสรีภาพของการเคลื่อนย้ายอำนาจ
ตักตวงผลประโยชน์ และการขูดรีดข้ามท้องถิ่น ข้ามชาติ ข้ามพื้นที่
แล้วยังมีกฎหมายคุ้มครองอีกด้วย การแข่งขันที่กล่าวถึง ก็เป็นการแข่งขันกันในสถานภาพของคนแข็งแรงกว่า
เร็วกว่า กับคนแคระ คนง่อยเปลี้ย หรือคนขาดสารอาหาร แม้แต่ความยืดหยุ่นที่อ้างไว้
ก็เป็นความยืดหยุ่นในสถานการณ์ที่ระบบของตนมีประสิทธิภาพสูงกว่า
ปรับตัวได้ไวกว่า มีระบบการบริหารจัดการที่ดี ที่พร้อม ทั้ง
ทุน ทรัพยากร ประสบการณ์และทักษะฝีมือ ดังนั้น เสรีนิยมใหม่ก็เหมือนคำกล่าวสั้นๆ
แต่ได้ใจความของ ศ.ดร.นิธิ เอียวศีวงศ์ ที่ย้ำว่า คือ
เสรีภาพของหมาจิ้งจอกในเล้าไก่
นั่นเอง และนี่คือที่มาของปัญหาการกดทับ การกีดกัน การขูดรีด
เอเปรียบและผลักไสกันเป็นช่วงๆ ทอดๆ กลายเป็นภาระอันหนักอึ้งของประชาชนระดับรากหญ้า
ที่ต้องดิ้นรน ต่อสู้เอาชีวิตรอด และก็มีสภาพเช่นนี้แผ่ไปทั่วทุกมุมโลก
วิริยะ
สว่างโชติ นักวิชาการอิสระซึ่งสนใจงานเคลื่อนไหวภาคประชาชนระดับสากล
ให้มุมมองว่า แท้จริงเสรีนิยมใหม่ มันเริ่มตั้งแต่หลังกำแพงเบอร์ลิน
ที่กั้นเยอรมันตะวันออก ตะวันตก กั้นลัทธิอุดมการณ์ 2 ลัทธิได้ล่มสลายลงในปี
1989 แล้วแนวคิดนี้ก็มาชัดเจนอีก ตอนหลังสงครามอ่าวเปอร์เซีย
จนมาสู่แนวคิด New Order ของนาย George Bush สมัยแรก
แนวคิดเสรีนิยม ตั้งแต่แบบเดิมมาแล้ว
แท้จริงมันเป็นแนวคิดทางการเมือง แต่กระแสทางการเมืองปัจจุบันมันไม่
Force เหมือนการเมือง แบบยุคสมัยถนอม กิตติขจร หรือสฤษ
ธนะรัตน์ สรุปง่ายๆ คือ มันไม่มีแรงกระแทกที่ชัดเจนกับประชาชน
แต่เสรินิยมแบบใหม่ ที่มีอยู่ในประเทศโลกที่
3 ปัญหามันซับซ้อนกว่านั้น ซึ่งก็คือ มันได้อ้าแขนรับเอาด้วย
รับและฝังลึกลงไปอยู่ในสังคม เช่น ในระบบการศึกษา ประเทศโลกที่
3 อย่างเราก็ไปเรียน ไปรับเอามา ระบบเศรษฐกิจเราทั้งรับ ทั้งเจรจากับเขา
และเข้าร่วมกับเขา กับ GATT กับ WTO นอกจากนั้น ในสมัยรัฐบาล
ชวน หลักภัย เราเปิดเสรีทางการเงิน เราเปิดการไหลเวียนของข้อมูล
ข่าวสาร สินค้า
พูดง่ายๆ
อีกที คือ Ideology ของ Neo Liberalism มันสอดคล้องกันกับโลนุวัตร
มันลอดรัฐ หรือมันไร้รัฐ และอีกอย่าง แนวคิดนี้ มันยอมรับด้วยว่า
รัฐ (State) มีอยู่จริง เราจึงเห็น นายกฯ ทักษิณ ชินวัตร
คุยกับ ประธานาธิบดีจอร์จ บุช หรือ นายกฯ อังกฤษ
นายโทนี่ แบร์ พรรคแรงงาน คุยกับประธานาธิบดี จอร์จ บุช
พรรครีพับลิคกัน ซึ่งเป็นพรรคอนุรักษ์ ของอเมริกา และภาพนี้มันมีสัญญะ
ว่า เสรีนิยมใหม่ ต้องการฐานะของรัฐ เพื่อสื่อสารกัน ระหว่าง
รัฐ ต่อ รัฐ แต่ต้องเป็นรัฐที่คิดเหมือนกัน คือ เหมือนแนวคิดเสรีนิยม
(Liberalism) หรือ รัฐต้องเป็นประชาธิปไตยเสรีนิยม และบางที
รัฐ อาจจะต่างกันได้ หรืออุดมการณ์ต่างกันก็ได้ แต่ต้องตอบสนองผลประโยชน์
หรือรับใช้ผลประโยชน์ของทุนนิยม อย่างเช่น อัฟกานิสถาน
หากเป็นเมื่อก่อน รัฐต่างกัน อุดมการณ์ต่างกัน
ไม่เป็นไร แต่ปัจจุบันรัฐอย่างอเมริกาต้องทำให้เป็นประชาธิปไตยให้ได้
หรือทำให้อุดมการณ์ (ผลกำไร) เหมือนกัน
กับเวที WSF ปัญหา ก็คือ เราต้องตั้งคำถาม
ต่อขบวนการเคลื่อนไหวต่อต้าน ทั้งเรื่องเสรีนิยมใหม่ กับโลกานุวัตร
(Globalization) เพราะว่ามันมีฐานคิด ที่ต่างกันมาก ซึ่งทำให้
ทั้งรูปแบบการต่อสู้ และกลุ่มเป้าหมายก็ต่างกันไปด้วย เพราะว่า
อย่างกลุ่มต่อต้านโลนุวัตร (Anti Globalization) กลุ่มนี้แนวคิดเขาคือ
อนาธิปัตย์เลย ดังนั้นข้อเสนอของเขา คือ ต่อต้านรัฐ หรือต้องการสังคมที่ไร้รัฐ
แต่กับกลุ่มต่อต้านเสรีนิยมนี่ (Anti Neo Liberalism) แนวคิดนี้ต้องการรัฐ
หรือต้องการรัฐประชาธิปไตยแบบใหม่ นี่คือประเด็นในต่างประเทศ
ที่นี้ อย่างกรณีไทย จะเล่นอย่างไร เราก็คงต้องมาคุยกัน หรือติดตามกันต่อไป
ส่วนเวที WSF ระดับโลกนั้น ได้ผ่านการขึ้นมาแล้ว 5 ครั้งโดยครั้งล่าสุด
คือที่เมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย ปี 2004 จุดมุ่งหมายของการเคลื่อนไหวภาคประชาชนผ่านเวที
WSF ระดับโลก คือ เพื่อเปิดพื้นที่ให้กับองค์กรประชาชน และไม่ผูกพันกับพรรคการเมืองกระแสหลัก
นอกจากนั้นยังคัดค้านแนวคิดเสรีนิยมใหม่ ของกลุ่มทุนข้ามชาติ
อย่าง IMF คัดค้านการเจรจาร่วมมือ อย่าง FTA รวมทั้งคัดค้านการทำให้ทุกอย่างกลายเป็นสินค้า
และ ทรัพย์สินทางปัญญา (Property
Right)
ด้านสันติภาพ
ก็คัดค้านการใช้อำนาจทางทหาร และการก่อสงครามของรัฐ ซึ่งหลักการของเวที
WSF นี้จะเน้นความสมานฉันท์ ระหว่างประชาชนทั่วโลก โดยเฉพาะความเคารพในความเป็นมนุษย์
ที่มีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นเพศใด หรือเชื้อชาติใดก็ตาม
ดังนั้น เพื่อให้ขบวนการเคลื่อนไหวภาคประชาชนไทย สามารถเปิดเวทีของประชาชนระดับโลกได้
พร้อมทั้ง ก่อผลสั่นสะเทือนและเกิดพลังการเปลี่ยนแปลงอำนาจได้
การจัดงานครั้งนี้ ต้องรอบคอบ มองเห็นมิติของปัญหาหลากหลาย ควบคู่กับแนวทางการแก้ไขและการนำเสนอปัญหาอย่างหลากหลายได้ด้วย
จากเวทีประชาชนไปสู่ การจำแนกรูปแบบ ไปสู่ยุทธวิธี หรือจำแนกประเด็นปัญหาเพื่อไปสู่
กรอบหรือรูปแบบการวิเคราะห์ที่ ชัดและเป็นรูปธรรมในการหาทางแก้ไข
ปลดปล่อยแอกเสรีนิยมที่ทับคอ ดูดกินเลือดเนื้อประชาชนต่อไป ....
ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย
webmaster@thaingo.org
14 พฤศจิกายน 2548
|