|
ทางออกยาเสพติดคือ "บูรณาการ
ชุมชน"
ขณะที่รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร เร่งดำเนินการปราบปรามยาเสพติดตามนโยบายที่ได้ให้ไว้กับ
ประชาชน เมื่อครั้งหาเสียงเลือกตั้งนั้น บัดนี้ได้ขยายผลงานออกมาเป็นที่น่าพอใจแก่สาธารณชนยิ่งนัก
โดยเฉพาะการจับกุมกันครั้งใหญ่ๆ ติดต่อกันแทบทุกวัน ผ่านสื่อมวลชน
อีกทั้งมาตรการการลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดก็รุนแรงเด็ดขาด
เป็นที่น่าพอใจแก่สารณชนที่หวาดกลัวมหันตภัย จากยาเสพติดยิ่งนัก
เพราะมีการ
ประหารชีวิตไปหลายรายแล้วในรอบไม่กี่สัปดาห์ผ่านมา ซึ่งถือว่ามากเป็นประวัติศาสตร์ไทยเลยก็ว่าได้
ตั้งมีการตั้งระบบศาล และเป็นครั้งแรกที่มีการประหารชีวิตนักโทษโดยให้สื่อมวลชนเข้าไปสังเกตการณ์ในบริเวณแดนประหาร
มีการถ่ายทอดคำสัมภาษณ์นักโทษก่อนประหาร และผู้ที่เกี่ยวข้องอีกด้วย
ผลดีส่วนหนึ่งสร้างความ
ตระหนกให้แก่ผู้กระทำผิดและกำลังรอศาลตัดสิน และผู้ที่กำลังกระทำผิดอยู่
หรือกำลังจะกระทำผิด เหตุผลการถ่ายทอดผ่านสื่อจะโดยเหตุผลเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง
หรือเพื่อแสดงผลงานว่าเอาจริงเอาจรังก็แล้วแต่ ผลเสียหายก็ย่อมมีมาเหมือนกัน
เพราะประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ การประหารนักโทษที่ละมากๆ ย่อมมีผลสะท้อนที่มองเห็นสังคมในระดับจิตใจได้ชัดเจน
ทั้งสังคม แต่ปัญหามันเกิดที่คนหรือระบบสังคม
โดยพื้นฐานเราเชื่อเสมอว่ามนุษย์กระทำชั่วด้วยเหตุผลที่ปรารถนาความชั่ว
แต่จริงๆ แล้วมีเหตุผลอื่นที่มาก
กว่านี้หรือไม่ ?
รัฐมีอำนาจจัดการสังคมให้อยู่เย็นเป็นสุข
ตามกฎหมาย แต่อย่าลืมว่ารัฐมีอายุและกำเนิดหลังชุมชน
ดังนั้นนอกเหนือจากการปราบปรามโดยเด็ดขาดแล้ว รัฐจะไม่กล่าวถึงถึงวิธีการอื่นๆ
หล่ะหรือ เช่นการ
บำบัดยา การเสริมสร้างอาชีพ รายได้ แก่ผู้เสพ ผู้ค้ารายย่อย
ที่เป็นชาวบ้านธรรมดาๆ ตาดำๆ
สำนักข่าว thaingo ได้เข้าสัมภาษณ์
นายเชษฐษ อำพันพงษ์ ชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ที่ฝ่าวิญญาณสู้กับโครงการบำบัดยาแบบบูรณาการ
อันเป็นโครงการหนึ่งของศูนย์ศิลปวัฒนธรรมกระจกเงา เป็นงานเสี่ยงที่เขาต้องเลือก
เพื่อชีวิตเด็กๆ แห่งต.แม่ยาว
อ.เมือง เชียงราย ดินแดนที่ยาบ้าระบาดหนักที่สุดในประเทศไทย
"คนที่โดนประหารส่วนใหญ่ นั้นนะ โดนข้อหาจำหน่ายในจำนวนมาก
เพราะมันมีผลกระทบต่อสังคม จริงๆ สร้างความเดือดร้อนมากพวกนี้โทษหนัก
ผมไม่ได้ทำงานปราบปราม แต่ผมทำงานในส่วนการบำบัดผู้ติดยา
คือมันต้องเริ่มจากที่มาก่อนว่า จริงๆ เราไม่ได้มานั่งทำงานนี้โดยตรงแต่ทีแรก
เรามาทำงานกับเด็กก่อน แล้วก็เห็นว่า เด็กจะพ้นไม่ได้ ถ้าพ่อแม่ยังซื้อ
ยังเสพ ยังขายกันอยู่อย่างนี้ หากยังอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีแต่ยาวันหนึ่งก็ต้องติดยา
เพราะเมื่อมาที่นี่ใหม่ๆ มีเด็กๆ เยอะแยะติดยากันงอมแงมกันทั้งครอบครัวก็มี
ก็เลยเกิดคำถามว่า ทำยังไงจึงจะแก้ปัญหานี้ได้จริงๆ
ตอนแรก ก็พาไปบำบัดยาก่อน ซึ่งสภาพแรกๆ นี่ชาวบ้านดูไม่ได้เลย
แต่ละครอบครัวติดจนขอบตาเขียวหมด เมื่อเราเริ่มงานแรกๆ มันก็ลำบากมาก
เพราะชาวบ้านไม่ไว้ใจเรา ระแวงเรามากเหมือนกัน แต่พอดีเราทำงานกับเด็กกับลูกหลานเขามาก่อน
จึงพูดง่ายขึ้น เขาไว้ใจมากขึ้นเข้าหาเขาทางลูกๆก่อน แล้วค่อยๆเดินเข้าไปหาตัวพ่อแม่นะ
แต่เมื่อพาเลิกเสร็จก็มาติดอีกนี่ก็เยอะมากด้วยในระยะแรกๆ แต่จะไม่ให้เขาติดได้ไง
ที่ทำกินก็ไม่มี
บัตรประชาชนก้ไม่มี พูดไทยก็ไม่ได้มากนัก ทางเดียวก็มีแต่ขายยา
จึงจะพอมีเงินให้ลูกซื้อข้าวกิน ความคิดเรื่องการบำบัดยาแบบบูรณาจึงเกิดขึ้นกับชุมชน
คือเราจะทำการบูรณาการชุมชนหรือแก้ปัญหา
เชิงชุมชนโดยองค์รวมก่อน มีทั้งเรื่องการเพิ่มอาชีพ เพิ่มรายได้
เรื่องทำบัตรประชาชน เรื่องการศึกษาเด็กๆ และสุดท้ายที่จะได้ผลตามมามากที่สุดคือเรื่องบำบัดยาเสพติด"
นายเชษฐษ อำพันพงษ์
กล่าว และยังกล่าวกับทีมข่าว thaingo อีกว่า
"การที่เขามีสังคมบนดอยไม่ค่อยได้ติดต่อกับพื้นราบ
มีวิถีชีวิตหลายๆอย่างแตกต่างจากคนพื้นราบ แต่มันก็ไม่ใช่เหตุผลจะสรุปว่าเขาไม่ใช่คนไทย
เขาขาดเพียงการศึกษาในเริ่มต้นเท่านั้น จนมาวันนี้มีปัญหามากมายที่คนในชุมชนชาวเขาต้องเผชิญ
เพราะจะหางานทำก็ไม่มีบัตรประชาชน ที่ทำกินไม่มีเอกสารสิทธิ์
ป่าเสื่อมโทรม ขาดความอุดมสมบูรณ์ ที่เหลือก็ถูกกว้านซื้อไปหมด
จะให้เขาทำอย่างไร หลายคนมากที่หันหายาครั้งแล้วครั้งเล่าก็เพราะเรื่องไม่มีที่ทำกิน
จึงกลุ้มกลุ้ม จึงหันมาค้า หารายได้ประทังชีวิต ซึ่งมันน่าจะได้รับการแก้ไขได้
สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือครอบครัวไหนติด ครอบครัวไหนขาย ก็มักจะพลอยทำให้ลูกติด
หรือขายด้วย ซึ่งแต่ละชุมชนก็จะมีปัญหาสิ่งแวดล้อมจากครอบครัว
จากชุมชนแบบนี้ดังนั้น ถ้าจะแก้ปัญหาไม่ใช่ไล่จับพ่อค้ารายใหญ่ๆ
แล้วออกทีวีกัน จบเรื่อง แต่เรื่องเล็กๆนี่หล่ะ มันกระจายไปทั่วแผ่นดิน
ถ้าให้พูดถึงการทำงานของรัฐบาลทักษิณผมว่าจับกันเท่าไหรก็ไม่หมดหรอกครับ
การแก้ปัญหาของรัฐบาลทักษิณ ขณะนี้จะมานั่งเน้นแต่เรื่องการปราบ
การลงโทษรุนแรงแล้วโฆษณา ไม่หมดหรอกครับ เพราะยาเสพติดมันมีองค์ประกอบเชื่อมโยงมาจากปัญาอื่นๆ
และจะไปสู่ปัญหาอื่นๆ อีกเยอะมากดังนั้น การแก้ปัญหาต้องครอบคลุม
เป็นลักษณะบูรณาการทั้งชุมชน จึงอยากฝากให้รัฐบาลนายทักษิณ กลับไปทบทวนดูดีๆ
ก่อน" นายเชษฐา อำพันพงษ์ (เจ้าหน้าที่ดูแลโครงการบำบัดยาเสพติด
ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมกระจกเงา www.bannok.com)กล่าวทิ้งท้าย
สำนักข่าว thaingo เป็นสื่อเล็กๆ ที่ยืนยันเรียกร้องให้รัฐบาลทักษิณ
ต้องแก้ปัญหายาเสพติดอย่างเป็นแบบแผนครอบคลุม
หลายด้าน เพราะปัญหาทุกปัญหามันมาจากรากฐานไม่กี่ปัญหา การทำงานเร็วและมีประสิทธิภาพคือสิ่งที่คนไทยรอคอย
แต่หากเป็นไปได้ ไม่ควรทำการโฆษณาทางการเมืองมากเกินไป เพราะชาติบัดนี้กำลังจมปลักเศรษฐกิจ
ดังนั้นการทำผิดกฎหมายคือทางเลือกหนึ่งที่คนจนอดไม่ได้ที่จะต้องเลือก
เพื่อปากท้อง
ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย
webmaster@thaingo.org
|