|
"ไอซีที"ความฝันที่รอเก้อของเด็กชนบท
ศูนย์ส่งเสริมพัฒนาเด็ก เยาวชน และสตรี (ศสพ.ร้อยเอ็ด) มูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท
(มยช.)ซึ่งอยู่ที่บ้านขุยผง ต.เหล่าหลวง อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด
อีกหนึ่ง ของกลุ่มคนทำงานพัฒนา เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็ก
เยาวชน สตรี ในภาคอีสาน และแรงงานเยาวชนพลัดถิ่นย่านบางบอน กรุงเทพฯ
ว่าที่ร้อยตรี จิรศักดิ์ กรรเจียกพงษ์
หรือครูก๊อตที่เด็กๆ มักเรียก ซึ่งเป็น ผู้ประสานงาน
โครงการ ศูนย์ฝึกอบรมคอมพิเตอร์ มยช. ซึ่งเป็นหนึ่ง ในหลายโครงการที่ส่งเสริมและพัฒนากระบวนการเรียนรู้
ให้กับบุคลากรในชุมชน เพื่อลดสถานการณ์ปัญหา การอพยพแรงงานจากชนบทสู่เมือง
ซึ่งกำลังผลักดันค่ายคอมพิเตอร์ชุมชน อินเตอร์เน็ตชุมชนและอีกหลายอย่าง
เท่าที่ สถานการณ์สังคมจะบีบคั้นให้ คนชนบท ต้องพัฒนาตนเอง เพื่อให้มีโอกาสหาทางเลือก
ในการประกอบอาชีพมากขึ้น ว่าที่ร้อยตรี จิรศักดิ์ เล่าย้อนถึง
ความเป็นมาของศูนย์ฝึกอบรมคอมพิวเตอร์ว่า "ผมเพิ่งเข้ามาทำงานที่นี่ได้เพียง
1 ปี กับอีก 5 เดือน ไม่ทันได้ร่วมอยู่ในยุคการก่อตั้งศูนย์ฝึกอบรมคอมพิวเตอร์
แต่ที่ผมเข้าใจจุดมุ่งหมายในการลุกขึ้นทำโครงการนี้ว่า ทางมูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท
มองเห็นปัญหาการขาดโอกาสทางการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการเสริมกระบวนการเรียนรู้ในเทคโนโลยีสมัยใหม่
ซึ่งก็คือเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ซึ่งในช่วงนั้นทางภาครัฐมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ
จำนวนบุคลากร คุณภาพ เพื่อกระจายโอกาสมาให้เด็กๆ ในชนบทที่ห่างไกลไม่ทั่วถึง
และบวกกับสภาพปัญหาทางเศรษฐกิจครอบครัว ของนักเรียนเองในชนบท
จึงเป็นมูลเหตุให้มีการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมคอมพิวเตอร์ขึ้น เมื่อเดือน
พฤษภาคม พ.ศ. 2539 บนพื้นฐานของแนวคิดที่ว่า เด็กและเยาวชนในชนบท
เป็นผู้มีความสามารถที่จะเรียนรู้ และพัฒนาศักยภาพของตน ถ้าหากเขาได้รับโอกาสในการศึกษา
ได้รับโอกาสในการเสริมกระบวนการเรียนรู้ และการเปิดโอกาสให้เขาได้ค้นหาตนเอง
โดยผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้น เช่น งานค่ายเปิดโลกจินตนาการไปกับคอมพิวเตอร์
โครงการสอนคอมพิวเตอร์น้องที่โรงเรียน งานค่ายคอมพิวเตอร์สัญจร
โครงการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ชั่วโมงละ 5 บาท และงานฝึกอบรมคอมพิวเตอร์
ในหลักสูตรพื้นฐาน เช่น การใช้งานระบบปฏิบัติการ MS-Windows
MS-Office และการใช้อินเตอร์เน็ต ซึ่งกิจกรรมที่ทำเป็นการมุ่งสร้างโอกาสในการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนในชนบท
เป็นการลดช่องว่างทางการศึกษา เป็นการกระตุ้นให้เกิดแรงจูงใจในการเรียนรู้ข้อมูลข่าวสารให้มากขึ้น
โดยใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เป็นสื่อในการกระตุ้นให้เกิดแรงจูงใจให้เกิดการพัฒนา
 |
 |
ส่วนที่ว่าทำไมถึงได้คิดค่าบริการ ชั่วโมงละ 5 บาท นั้น โครงการเราคิดถึงประโยชน์ที่เด็กๆ
จะได้รับโดยเสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด ส่วนหนึ่งไม่ว่าจะความรู้
หรือสิ่งที่มอบให้ไปมันควรมีคุณค่าในความคิดความรู้สึกของเขา ว่าเขาไม่ได้ได้มาแบบเปล่าๆ
แต่ มีสิ่งที่นำมาแลกเปลี่ยน ในภาวะที่เขาสามารถทำได้อย่างไม่ยากลำบาก
เช่น เอาข้าวมาแลกกับการเรียนคอมพิวเตอร์ หรือเสียค่าชั่วโมงมาใช้เครื่องคอมพิวเตอร์แค่
5 บาท ซึ่งถ้าคิดเชิงธุรกิจแล้วก็ไม่คุ้ม แต่เพื่อการพัฒนาเด็กมันก็คุ้ม"
ว่าที่ร้อยตรี จิรศักดิ์กล่าวและย้ำถึงศูนย์ฝึกอบรมคอมพอเตอร์กับการหนุนเสริมความเข้มแข็งของชุมชนว่า
"อยากแรกต้องเข้าใจว่า
การเรียนรู้ของคน ของชุมชน มันไม่มีวันจบสิ้นหรอกครับ เรียนรู้กันทั้งชีวิตก็ไม่มีจบ
มันมีเรื่องมาให้เรา ได้เรียนรู้อยู่เรื่อยๆ นั่นแหละ เมื่อยุคสมัยพัฒนาขึ้น
อย่างปัจจุบันใครๆ ก็มีก็ใช้โทรศัพท์มือถือกัน มีเสาทวนสัญญาณขึ้นเป็นดอกเห็ด
เพื่อสานเครือข่ายมากมาย ต่อไปใครๆ ก็จะมีจะใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เหมือนโทรศัพท์มือถืออีกนั่นแหละ
แต่คนในชนบทที่ห่างไกลยังขาดการเรียนรู้ที่จะใช้ในเทคโนโลยีชนิดนี้
และคอมพิวเตอร์เองมันก็มีคำสั่งเป็น ภาษาอังกฤษ คนไทยทั้งเด็ก
และผู้ใหญ่ในชนบทส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยชอบภาษาอังกฤษมันก็เลยดูยาก
ที่จะทำความเข้าใจ และใช้งานมัน แต่ประโยชน์ของมันก็มีมากนะครับ
ถ้าเรารู้จักใช้งานมันเป็น เช่นถ้าเรารู้พื้นฐานการใช้โปรแกรมในงานสำนักงาน
เราก็จะเป็นต่อ เมื่อไปสมัครหางานทำ และเมื่อระหว่างหมู่บ้านสามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตได้ก็จะ
สามารถสานเครื่อข่ายความร่วมมือในกิจกรรมที่ตนสนใจได้รวดเร็วขึ้น
เช่น เปิดร้านค้าออนไลน์ขายผลิตภัณฑ์ของแต่ละหมู่บ้าน รวมกันเป็นกลุ่มผู้ผลิตขายสิ้นค้าตรงถึงผู้บริโภคได้ทั้งในและต่างประเทศ
ไม่ว่าจะเป็นผลิตผลทางการเกษตร งานหัตถกรรม หรืออื่นๆ ดังนั้นตัวกิจกรรมหรือโครงการที่ทางเราคิดทำก็คือ
การปูพื้นฐานการเรียนรู้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ในเบื้องต้นเพื่อเปิดโอกาสให้เด็กๆ
ได้มาใช้ได้มาเล่น โดยผ่านกิจกรรมค่ายเปิดโลกจินตนาการไปกับ
คอมพิวเตอร์ ซึ่งกลุ่มเป้าหมายอยู่ที่เด็กระดับชั้น ป.5 -ป.6
ในเขตพื้นที่อำเภอเกษตรวิสัย ,จตุรพักตรพิมาน ,ปทุมรัตต์ และโรงเรียนต่างที่อยากเข้าร่วมกิจกรรมนี้
ซึ่งแต่ละครั้งที่จัดค่ายจะมีเด็กๆ จำนวนตั้งแต่ 25 ถึง 50 คนมาเข้าค่าย
ซึ่งจัดมา 13 ครั้งแล้ว แต่ก่อนหน้าผมเข้ามาทำงานก็มีจัดอยู่ตลอด
ผมว่าน่าจะมีเด็กๆ ไม่ต่ำกว่าพันคนที่เคยมาเข้าค่ายที่นี่ เฉพาะที่ผมทำงานมาปีกว่าๆ
เด็กที่เคยมาเข้าค่ายก็เกือบ 450 คนแล้ว ซึ่งกิจกรรมนี้เด็กๆ
จะได้รับความรู้เรื่องการใช้งานคอมพิวเตอร์ ฝึกการใช้เครื่องมือวาดภาพ
การพิมพ์งาน ได้รับความสนุกสนานจากกิจกรรม สันทนาการ และฝึกความกล้าแสดงออก
ต่อมาก็มีแนวคิดที่จะเอาเครื่องคอมพิวเตอร์เข้าไปจัดค่ายกิจกรรมในหมู่บ้าน
เอาไปสอนน้องๆ นักเรียนที่โรงเรียนในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์
ในพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลจากศูนย์
และนั่นจึงเกิดโครงการค่ายคอมพิวเตอร์สัญจร และโครงการสอนคอมพิวเตอร์น้องที่โรงเรียน
ซึ่งตัวกิจกรรมค่ายคอมพิวเตอร์ สัญจรนั้นก็เป็นการแนะนำให้ชาวบ้านได้เรียนรู้และมีโอกาสมาใช้งาน
เช่น พิมพ์งาน หรือมาซักถามข้อข้องใจ สงสัย ส่วนเด็กๆ ก็มาวาดภาพ
พิมพ์งาน เล่นเกม มีกิจกรรมสันทนาการแทรกเป็นระยะ ตัวกิจกรรมสอนคอมพิวเตอร์น้องที่โรงเรียนนั้นเป็นการสอนระยะสั้น
ในวันเสาร์อาทิตย์ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้การใช้งาน การพิมพ์เอกสาร
และการจัดการต่างๆ ซึ่งก็จัดมาได้ 8 ครั้งแล้ว นั่นเป็นเพียงส่วนเริ่มต้น
ในการปูพื้นฐานคน ก่อนที่จะเรียนรู้การประยุกต์ใช้ให้เทคโนโลยีนี้รองรับการเปลี่ยนแปลงไปสู้สังคมของการเรียนรู้
ซึ่งต่อไปก็จะมีหลักสูตรการเขียนโปรแกรม การพัฒนาเว็บไซด์ การจัดการร้านค้า
ข้อมูลข่าวสารออนไลน์ ซึ่งเหล่านี้เราคิดว่าจะทำอย่างเนื่องไปอีกในอนาคตครับ
" ว่าที่ร้อยตรีจิรศักดิ์กล่าว ก่อนจะสรุปและฝากถึงนโยบายกระทรวงไอซีที
ว่า
" ผมว่าเรื่องของการสร้างความเข้าใจให้ประชาชนในต่างจังหวัด
ให้มองเห็นความสำคัญในเรื่องของไอซีที นี้ซึ่งปัจจุบันยังเป็นเรื่องไกลตัวมาก
ทำให้พวกเขาได้เห็นว่านี่คือเรื่องใกล้ตัว และเข้าใจว่ามันจะมาช่วยให้คุณภาพชีวิตของเราดีขึ้นอย่างไร
และรู้เท่าทันมัน ไม่ตกเป็นทาสของมัน บุคลากรที่จะทำงานด้านนี้ต้องเก่งทั้งทางเทคโนโลยีและทางสังคมศาสตร์
มีการพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เสียสละเพื่อให้คนส่วนใหญ่ได้รับประโยชน์
ซึ่งผมว่าน่าจะมีอยู่บ้างในสังคมเรา และก็อยู่ที่สื่อของทางภาครัฐด้วยว่า
จะประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมกันอย่างไร ในส่วนพวกเราก็มองอนาคตไว้เหมือนกันว่าจะปรับรูปแบบกิจกรรมหรือโครงการ
ให้เท่าทันกับยุคสมัยและที่สำคัญ ต้องเป็นกิจกรรม หรือโครงการ
ที่ช่วยให้ชาวบ้านรู้เท่าทันเทคโนโลยีชนิดนี้ ใช้เป็น และเป็นนายของมันครับ"
ว่าที่ร้อยตรีจิรศักดิ์กล่าว
ทีมงาน ThaiNGO รายงาน
|