โรงไฟฟ้าพลังน้ำ "คลิตี้" ความไม่เหมาะสมที่ต้องยุติ

โรงไฟฟ้าพลังน้ำห้วยคลิตี้ เป็นโครงการของกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็น 1 ใน 64 โครงการ ตามแผนหลักโครงการไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กทั่วประเทศ โดยจุดประสงค์หลักคือผลิตกระแสไฟฟ้า โดยพลังน้ำ ที่กำลังการผลิต 4,370 กิโลวัตต์ บริการให้กับ 4 หมู่บ้าน เป็นการหยิบยื่นให้ประชาชนอย่างมีนัยยะเคลือบแคลง เพราะทุกหมู่บ้านที่อ้างถึงนั้น ในความเป็นจริงคือไม่ต้องการ เพราะ 2 หมู่บ้านมีกระแสไฟฟ้าใช้จากไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อีก 2 หมู่บ้านมีไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ใช้ แต่กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน กลับเร่งสำรวจและยืนยันว่า มีความเหมาะสมที่จะดำเนินการต่อไป อีกด้วย

โรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กเหนือหมู่บ้านคลิตี้ล่าง หมู่บ้านมนุษย์ตะกั่วที่แม้จะถึงวันนี้ ก็ยังร่วงโรยตายจากกัน เพราะร่างกายได้รับสารตะกั่วมากเกินไปของชาวบ้านที่นี่ อันเนื่องมาจากความมักง่ายของบริษัท ทำเหมืองทิ้งน้ำแร่ลงลำห้วยจนผู้คน วัว ควาย ล้มตาย แทบร้างหมู่บ้าน ถึววันนี้ข่าวดีจากผู้มีอำนาจและเงินทุนก็ แจ้งมาอีกว่า จะมีโรงไฟฟ้าที่เหนือหมู่บ้าน

อนิจจา !! คลิตี้ชุมชนกลางผื่นป่าอาถรรพ์

พลบค่ำแต่วันวาน ของหมู่บ้านคลิตี้ในอดีต กลับจากไร่แวะริมห้วยเก็บผัก หาปลาวางเบ็ดแล้วตักน้ำเข้าเรือน มีวิถีชีวิตสงบและเงียบกลางขุนเขา ปัจจุบันหลังจากคนจากในเมืองเริ่มเข้ามา เห็นผืนป่าทุ่งใหญ่ที่อุดมไปด้วยป่าไม้ ทรัพยากรแร่ที่มากมายมหาศาลทั้งตะกั่ว ดีบุก ทองคำ ฯลฯ และสัตว์ป่าหายากอีกมากมาย อาทิ เลียงผา หรือ กูรำ หรือกูรำ และสมเสร็จ หรือ ผสมเสร็จ สิ่งเหล่านี้ทำให้วิถีชีวิตของคนคลิตี้ล่างต้องเปลี่ยนไป ดินที่เคยอุดมเจือปนด้วยสารเคมีและตะกั่ว น้ำที่เคยสะอาดใช้ดื่มกิน ก็เป็นน้ำตะกั่ว ยิ่งกว่านั้นลำห้วยคลิตี้ที่ไหลเลี้ยงมาช้า กำลังจะถูกแปรเปลี่ยนเป็นเขื่อนขนาดเล็กเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า

คลิตี้ !! เพลงโศรกยังไม่จบสิ้น

เมื่อหมู่บ้านในตำบลชะแล ได้รับแจ้งว่า
จะมีการสร้างโรงผลิตไฟฟ้าและเขื่อนกั้นน้ำตกคลิตี้
บ้านคลิตี้ล่างและบ้านอื่นๆ
จะได้ใช้ไฟฟ้าจากโครงการนี้
ไฟฟ้าที่เหลือก็จะส่งไปขายถึงอำเภอสังขละบุรี ซึ่งอยู่ห่างไกลมาก และเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน
ได้จัดแถลงผลการศึกษาความเหมาะสม
ของโครงการไฟฟ้าพลังน้ำห้วยคลิตี้
ที่ จ.กาญจนบุรี โดยเปิดโอกาส
ห้ซักถาม
น้อยมาก

จากการศึกษาความเหมาะสมของโครงการฯ ซึ่งจัดทำโดยบริษัทแอ๊กกี้คอนซัลท์ จำกัด เผยว่าโรงไฟฟ้านี้มีที่ตั้งของโครงการอยู่ 2 ส่วน

ส่วนแรกอยู่บริเวณตอนล่างของน้ำตกคลิตี้ ในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 เอ ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่เตรียมประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติลำคลองงู การก่อสร้างจะเป็นเขื่อนคอนกรีตสำหรับกักเก็บน้ำไว้ในอ่าง และลำเลียงส่งตามท่อความยาวประมาณ 2 ก.ม. สู่อาคารพักน้ำ และส่งต่อไปยังโรงไฟฟ้าซึ่งอยู่ด้านล่างลงไป เป็นส่วนที่ 2 คือก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ 2 แห่งบริเวณลุ่มน้ำห้วยเขางู ห้วยไม้ไผ่ ติดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร เพื่อเก็บน้ำไว้สำรองในยามที่ลำห้วยคลิตี้ไม่สามารถให้น้ำได้เพียงพอ กำหนดงบประมาณการก่อสร้าง ไม่นับรวมอ่างเก็บน้ำบริเวณลุ่มน้ำห้วยเขางูห้วยไม้ไผ่มูลค่า 253.93 ล้านบาท แต่จากรายงานการศึกษา ความเหมาะสมของโครงการฯ ไม่ได้ระบุว่าไฟฟ้าที่ผลิตได้จะนำไปป้อนยังแหล่งใดแน่ชัด ระบุแต่เพียงว่า ไฟฟ้าจะผ่านเพียงแค่ 4 หมู่บ้าน ส่วนที่เหลือจะป้อนขายให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ส่วนของรายละเอียดอื่นๆ ไม่มีข้อมูล

นายสุรพงษ์ กองจันทึก ผู้อำนวยการศูนย์กะเหรี่ยงศึกษาและพัฒนา กล่าวถึงข้อเท็จจริงความไม่เหมาะสมของการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำบนลำห้วยคลิตี้และท่าทีของชาวบ้านทั้งหมู่บ้านผ่าน ทีมงานไทยเอ็นจีโอ ว่า "ชาวบ้านที่นี่เขารู้สึกว่า เขาถูกกระทำจากเหมืองแร่มามากแล้ว ยังจะถูกกระทำจากโรงไฟฟ้าอีก จึงมีมติร่วมกันว่า จะไม่เอาโรงไฟฟ้าเด็ดขาด และที่ผ่านมากระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ขอให้ชาวบ้านให้ความร่วมมือกับการก่อสร้าง หากคัดค้านจะให้ทางทหารมาย้ายชาวบ้านออกจากพื้นที่ ซึ่งการกระทำอย่างนี้ถือเป็นการข่มขู่ชาวบ้าน ไม่ให้ชาวบ้านมีทางเลือก

แม้ว่าโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้านี้ยังไม่ได้ก่อสร้างจริง ยังรอ ครม. อนุมัติอยู่ เราก็ต้องรีบออกมาคัดค้าน เพราะคัดค้านตอนนี้จะดีกว่า สามารถทำได้ง่ายกว่า ขืนถ้าเรารอให้มีการก่อสร้างจนเสร็จ มีงบประมาณลงไป เมื่อนั้นคงจะคัดค้านกันลำบาก

และโครงการนี้ผม กล้าฟันธงเลยว่า มันไม่มีความเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง เป็นเพียงโครงการที่ต้องการใช้เงินภาษีเท่านั้น แม้แต่การอ้างว่า จะให้ชาวบ้านตำบลชะแล 4 - 5 หมู่บ้าน มีไฟฟ้าใช้ ความจริง ปรากฏว่า พอเริ่มศึกษาโครงการก่อนทำ 3 หมู่บ้าน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้วางสายไฟเข้าไปแล้ว ที่เหลืออีก 2 หมู่บ้านเล็กๆ ก็มีโซล่าเซลล์ ใช้อยู่แล้ว สรุปคือชาวบ้านไม่มีความจำเป็นที่จะต้องการใช้ไฟฟ้าจากเขื่อนตัวนี้ ดังนั้น การอ้างชาวบ้าน ก็ไม่มีเหตุผล แต่ก็อ้างเพิ่มขึ้นอีกว่า จะขายให้อำเภอสังขละบุรี แทน ซึ่งก็ไกลมาก มากจนมันไม่คุ้มทุนในการก่อสร้าง

โรงไฟฟ้าที่จะสร้างขึ้นนี้ อยู่ห่างจากบ้านคลิตี้ขึ้นไปตอนบนประมาณ 6 กม. ทำให้ชาวบ้านคลิตี้ได้รับปัญหาทั้งขึ้นทั้งล่อง จะมีการก่อสร้างถนนตัดผ่านที่ทำกินชาวบ้านคลิตี้อีก และเหตุผลเดียวเท่านั้นที่หน่วยงานรัฐหน่วยงานนี้ดึงดันจะสร้างให้ได้คือ ต้องการค่าหัวคิวจากบริษัทรับเหมา เพราะเหตุผลเรื่องขายไฟฟ้าให้อำเภอที่ใกล้เคียง นั้นเป็นไปไม่อยู่แล้ว อีกทั้งบริเวณป่าแห่งนี้ มีเขื่อนขนาดใหญ่ผลิตกระแสไฟฟ้าขนาบข้างอยู่แล้วถึง 2 เขื่อน คือ เขื่อนเขาแหลมที่อยู่ด้านซ้ายและเขื่อนศรีนครินทร์อยู่ด้านขวา ล้วนผลิตกระแสไฟฟ้าทั้งนั้น ทำไมไม่ดึงมาใช้ อีกอย่างปัญหาภาวะเศรษฐกิจไทยที่พังลงมา ทำให้ความต้องการไฟฟ้าลดลงไปมาก เช่น เขื่อนศรีนครินทร์ มีเครื่องกำเนิดพลังงานไฟฟ้าถึง 6 เครื่อง แต่เดินเครื่องทำงานได้จริงๆ เพียง 4 เครื่องเท่านั้น ซึ่งถ้ามองมุมนี้ก็ไม่มีเหตุผลแล้วที่จะสร้าง


ทีมงาน ThaiNGO รายงาน