เปิดเอกสารฯขบวนการฮุบ !หาดเจ้าไหม

ทรัพยากรธรรมชาติอัดงดงาม สมบูรณ์ของประเทศไทย อยู่ในขั้นวิกฤติอย่างยิ่ง ณ ปัจจุบันนี้ และที่วิกฤติที่สุดคือ สิทธิคนจนและสิทธิของชุมชน วิกฤติท่ามกลางแรงบดขยี้ ของทุนนิยมเสรี และการขับเคี่ยวรวบกินความด้อยพัฒนา ของกระแสโลกาภิวัตน์ ที่คนรวยได้สิทธิที่เหนือกว่าคนจน และเมื่อประชาชน พยายามเคลื่อนไหว เรียกร้อง ปกป้องสิทธิในการจัดการทรัพยากร ผื่นป่า ผื่นน้ำ ผื่นดิน และท้องฟ้าอากาศนั้น กลับไม่ได้รับการเหลียวแลอย่าง จริงใจ ทั้งจากรัฐบาลและจากผู้แทนประชาชน ส.ส. ส.ว. โดยเฉพาะ รัฐบาลซึ่งเป็นผู้กำหนดนโยบายแล้ว ยิ่งมีท่าที ที่จะสนองตอบกลุ่มทุนและบรรษัทข้ามชาติมากยิ่งขึ้น แม้นว่า วันนี้ประชาชนจะมีกฎหมายรัฐธรรมนูญที่คุ้มครองสิทธิ เสรีภาพและความชอบธรรมแห่งวิถีชุมชน หรือสทธิชุมชน อย่างชัดแจ้ง แต่รูปธรรมแห่งสิทธินั้น กลับไร้วี่แววว่า จะได้รับการผลักดันให้จากรัฐบาล และเมื่อประชาชนต่อสู้ การตอบกลับอย่างรุนแรงจึงเกิดขึ้น

เมื่อผู้บริหารประเทศ ผู้เกี่ยวข้องในการร่างกฎหมาย ส.ส. ส.ว. ขาดวิสัยทัศน์ ขาดความเข้าใจรากเหง้าอันเป็นฐานที่แกร่งยิ่ง ของสังคมไทยแต่บรรพกาล จึงยากที่จะพัฒนาประเทศ ให้หลุดพ้นจากความยากจน ประชาชนมีสิทธิเสมอภาคและ ทัดเทียมกันได้

เมื่อรัฐบาลเปิดนโยบายเอื้ออำนวยและค้ำประกันให้กลุ่มทุน โดยออกกฎหมาย อาทิ กฎหมายให้ต่างชาติเช่าที่ดินได้ 99 ปี เป็นต้นและ ผู้แทนประชาชน ทั้ง ส.ส. ส.ว. เอง ก็ตัดสิทธิชุมชน( พ.ร.บ.ป่าชุมชน) อาวุธชิ้นเดียวที่จะทำให้ชุมชน รอดพ้นจากการคุกคามทรัพยากร ความหวังที่จะฟื้นสิทธิในการจัดการทรัพยากรก็ดับสลายอีกครั้ง

กลับกัน ถ้าหันมามองข้าราชการเองก็ยังวนเวียนมักมากใน ลาภ ยศ สรรเสริญ และหยั่งรากการอุปถัมภ์ จนเป็นวัฒนธรรมในระบบข้าราชการที่ยากแก่การปฏิรูปถึง แม้แต่กรณีปัญหาการออกเอกสารสิทธิที่ดินสร้าง"โรงแรมตรังอัมรี บีท รีสอร์ท" ริมทะเลหาดเจ้าไหม อ.สิเกา จ.ตรัง ซึ่งห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม เพียงประมาณ 1 กม. เศษ อยู่ติดชุมชนชาวประมงพื้นบ้านที่ทำกิน บนผื่นทะเลแห่งนั้นมานาน ความน่าคลางแคลงใจที่สุดคือ ข้อห้ามว่า "ชายหาดฝั่งขวามือของถนนซึ่งเป็นฝั่งชายทะเล เป็นชายหาดสวยงาม" เป็นเขตห้ามครอบครอง ห้ามมีสิ่งปลูกสร้างถาวรวัตถุใดใด เมื่อมองประชาชนผู้หาเช้ากินค่ำนั้นย่อมเชื่อฟังและปฏิบัติตาม แต่โรงแรมแห่งนี้ซึ่งมีเจ้าของกิจการเป็นนายทุนจากชาติ เป็น ผู้ถือหุ้นใหญ่ เหตุใดจึงอภิสิทธิ์ต่อทรัพยากรเหนือกว่าคนไทย และถ้าย้อนหลักฐานการออกเอกสารสิทธิ์ ยิ่งพบว่า เจ้าของเอกสารสิทธิเดิมคือข้าราชการผู้มีอำนาจในพื้นที่สมัยนั้น และนายทุนใหญ่ แทบทั้งสิ้น

การออกเอกสารสิทธิและการครอบครองเอกสิทธิ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ผู้รู้ทางกฎหมายและผู้รักความเป็นธรรมพึงตอบได้ทันที ว่าการครอบครองชายหาดอันงดงามอันเป็นสมบัติสาธารณะ โดยวิธีเยี่ยงนี้ชอบหรือไม่ ในขณะที่อุทยานฯ ซึ่งแสดงบทผู้รักกฎหมาย มาโดยตลอดกับคนยากคนจน จึงไม่แข็งกร้าวเฉกเช่นกับคนจน

ที่มาและปัญหาการออกเอกสารสิทธิ์ น.ส.3ก.ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม

หาดเจ้าไหมประกาศเป็นเขตอุทยานหาดเจ้าไหม 2524 โดยรวมพื้นที่บ้าน ฉางหลาง ม. 5 ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา รวมเนื้อที่ 9,125 ไร่ เป็นสวนยางของเกษตรกรจำนวน 2,500 ไร่ ที่เหลือทำอาชีพประมงพื้นบ้าน ประเด็นแปลงที่ดินที่เป็นปัญหานั้น มาจาก 10 แปลง รวม เนื้อที่ 181-1-136 ไร่ จากการตรวจสอบ มีความเห็นตรงกัน ว่า หลักฐานทุกแปลงอยู่ในเกณฑ์การออก น.ส.3ก.ได้ แต่สภาพความเป็นจริง มีการนำมาทำประโยชน์เป็นส่วนน้อย แต่ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นการทำประโยชน์เพื่อจับจองไว้ เพื่อกีดกันบุคคลอื่นๆ อีกทั้งสภาพพื้นที่จะเป็นป่าสนทะเล และทุ่งหญ้าเกือบทั้งหมด การออก น.ส.3ก.น่าจะไม่ชอบ ด้วยกฎหมาย จากรายงานผู้ว่าราชการจังหวัดในสมัยนั้นแจ้งว่า เห็นควรตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท้จจริงเพื่อพิจารณาทบทวนการออก น.ส.3ก หากไม่สามารถระงับการดำเนินการของเจ้าของเอกสารสิทธิได้ ควรมีมาตรการควบคุม รวมทั้งลงหลักเขตให้แน่นอน (ขัดแย้งและทำงานล่าช้ามาก)

เปิดเผยข้อมูลใครคือผู้ครอบครอง ที่ดิน หาดเจ้าไหม บนเนื้อที่สร้างโรงแรม ตรังอัมรี บีช รีสอร์ท และกระบวนการ หมกเม็ดเอกสารสิทธิ์ อย่างมิชอบ

รายนามผู้ที่ได้รับ น.ส.3ก. ในจำนวน 10 แปลงที่เป็นปัญหาออกโดยมิชอบ ตั้งแต่ปี 2525 -2530 ( ที่พอจะสามารถสืบค้น ได้ว่ามีใครบ้าง และสัมพันธ์กับใคร อย่างไร)

1.กลุ่มพ่อค้านายทุน อาทิ
นายสลิส โตทับเที่ยง
น.ส.3ก.เลขที่ 949 และ ,950 จำนวนรวม 8 ไร่
นายอภิชาติ ศิวพรพิทักษ์ (น่าจะเป็นนาย หน้าค้าที่ดิน) ใช้หมายเลข สค.128 หมายเลข เดียว จำนวน 30-0-00 ไร่ มาออกเป็นเอก สารสิทธิ์ น.ส.3ก.จำนวนได้ 2 แปลง เลขที่ น.ส.3ก. 972 และ 973 จำนวนรวม 77-3-101 ไร่


โรงแรมตรังอัมรี บีช รีสอร์ท


ชุมชนชาวประมงพื้นบ้านริมโรงแรมตรังอัมรีฯ


ที่จอดเรือประมงพื้นบ้าน ริมโรงแรมตรังฯ
2.กลุ่มข้าราชการ ภรรยา เครือญาติของข้าราชการ และผู้ที่เกี่ยว ข้องกับการออก น.ส.3ก.
นายประสบ ชูสุวรรณ ข้าราชการพัฒนาชุมชน เลขที่ดิน 946 จำนวน 4 ไร่
น.ส.สุวดี ชูสุวรรณ เลขที่ 889 จำนวน 3-9-96 ไร่ และน.ส.ฤดี ชูสุวรรณ บุตรสาว นายฤดี ชูสุวรรณ นายอำเภอสิเกา เลขที่ 900 จำนวน 3 ไร่ ( ทั้งๆ ที่ตามแผนแม่บท ด้กำหนด พื้นที่บบริเวณ หาดฉางหลาง ให้เป็น เขต เพื่อการพักผ่อนและ ศึกษาหาความรู้ )
นางผาณิต สัตยพันธ์ ภรรยาของข้าราชการระดับสูงในจังหวัด เลขที่ 948 และ ,889 จำนวน รวม 7- 0-28 ไร่
นายเวช คี่หมัน ผอ.พัฒนาชุมชน ทุ่งสงและสามีนาง กาญจนา คี่หมัน รองผู้ว่าราชการจังหวัด น.ส.33ก.เลขที่ 953 และ , 901 จำนวนรวม 5 ไร่
นายประกิจ รัตตมณี อดีต ส.ส. พรคประชา ธิปัตย์ เลขที่ 862,863,890 จำนวนรวม 16-4 -0ไร่
นายสมน้อย ภัทรเมธา อดีตหัวหน้าอุทยาน แห่งชาติหาดเจ้าไหม เลขที่ 861 จำ นวน 3-2-0 ไร่
นายสวัสดิ์ มีแต้ม พัฒนาชุมชน น.ส.3ก. เลขที่ 952 ,902 จำนวนรวม 5 ไร่
นายพิเชษฐ์ พันธุ์วิชาติกุล น.ส.3ก.เลขที่ 890 จำนวน 5-0-80 ไร่
นายสมปอง แก้วไทย อดีต เจ้าหน้าที่ที่ดิน อำเภอ สิเกา เลขที่ 882 จำนวน 2-0-55 ไร่
นายชาลี กางอิ่ม นักการเมือง ท้องถิ่น เลข ที่ 887 จำนวน 2 -0-00
นายธีระ จงสัจจา เลขที่ 877 จำนวน 4-1-30 ไร่ (ยังไม่ทราบที่มา)
นางอาลัย ภิรมณ์ เลขที่ 979 จำนวน 2-2-20 ไร่ (ยังไม่ทราบที่มา)

หลังจากมีการร้องเรียนผ่านกระบวนการยื่นหนังสือให้กรมที่ดินตรวจสอบว่าที่ดิน ที่ออกสารสิทธิดังกล่าวออกทับพื้นที่อุทยาน แห่งชาติหาดเจ้าไหม หรือไม่ และวิธีการออกชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ยื่นไปตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน 2532 และคำสั่งลงมาถึง เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2541 ใช้เวลานานกว่ารวม 10 ปี โดยสรุปผลว่า มีกว่า 5 แปลงออกไม่ตรงตามหมายเลข สค.1เช่น แปลง 861 862 863 898 เป็นต้น และมี 5 แปลง ที่หาหลักฐานที่มาของหมายเลข สค.1 เพื่อใช้ในการออกเอกสารสิทธิ์ นส.3ก ไม่ได้ เช่น 877 และ 878 เป็นต้น

อ้างถึงหนังสือกรมป่าไม้ ที่ กษ 0713/17038

ลงวันที่ 6 มิถุนายน 2532



ตามที่ขอให้กรมที่ดินพิจารณาตรวจสอบการออก น.ส.3 ก. จำนวน 10 แปลง ในเขตอุทยานแห่งชาติ หาดเจ้าไหม บริเวณหมู่ที่ 4 และ 5 ตำบลไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง

และหลังจากกรมที่ดินได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว ผลปรากฏว่า

1.น.ส.3ก. เลขที่ 861, 862, 863, 898 และ959 ตำบลไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง ออกไม่ตรงหลักตามฐานที่แจ้ง การครอบครอง (ส.ค.1)

2.น.ส.3ก เลขที่ 942 ,972 , และ 973 ตำบลไม้ฝาด อ.สิเกา ออกตรงตามตำแหน่งหลักฐานการแจ้ง การครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) ส่วน น.ส.3ก. เลขที่ 877 และ 878 ตำบลไม้ฝาด อ.สิเกา ไม่สามารถชี้ชัดว่า ตรงตามหลักฐานการแจ้ง การครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) หรือไม่ เนื่องจากไม่ทราบตำแหน่งที่ชัดเจนของ ส.ค.1

กรมที่ดินพิจารณาแล้วเห็นว่า น.ส.3 ก. เลขที่ 861 863 898 และ 959 ตำไม้ฝาด อ.สิเกา เป็น น.ส.3ก.ที่ออกไปโดย ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ได้แจ้งให้จังหวัดดำเนินการพิจารณาตามอำนาจหน้าที่ ตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ส่วนแปลงอื่นๆ ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่า ออกไปโดยไม่ชอบด้วยกำหมายอย่างไร จึงไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องเพิกถอน

ขอแสดงความนับถือ
นายวิเชียร รัตนะพีระพงศ์
อธิบดีกรมที่ดิน

เหล่านี้เป็นตัวอย่างเพียงน้อยนิดของกระบวนการฮุบที่ดินสาธารณะ โดยยังมิรวมถึงทรัพยากรอื่นๆ โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ที่ข้าราชการในนามของรัฐ รวมหัวกับนายทุนชาติและต่างชาติ ทำการฮุบที่ดินไว้ให้ญาติพี่น้อง ภรรยา-สามีและนายทุน หากเมื่อกระบวนการภาคประชาชนลุกขึ้น ทวงสิทธิและลุกขึ้นเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการออกสารสิทธิ รัฐบาลที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ 2 สมัย ก็ใช้วิธีการเอาที่ดินสาธารณะมาแจก (ได้คนรวยเหมือนเดิม) เมื่อมาถึงรัฐบาล พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ประชาชนเสนอให้ยึดหรือเวนคืนที่ดินที่ไม่ได้ทำประโยชน์ มาแจกจ่ายหรือเช่าซื้อในราคาเหมาะสมสำหรับคนยากจน รัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ใช้วิธีการลอบยิง จับกุม ยัดคดี เช่น กรณีที่ดินที่จังหวัดลำพูน นี่คือคำตอบที่รัฐบาลของประชาชนทำให้กับประชาชน

การจะนำกฎหมายมาคาดคั้นบังคับให้ประชาชนเคารพและเชื่อฟังนั้น คงจะยาก ถ้าความรู้สึกของพี่น้องประชาชน ยังเอื้อมไม่ถึงความเป็นธรรม เอื้อมไม่ถึงสิทธิของชุมชน อย่าง พ.ร.บ.ป่าชุมชน และที่สำคัญกฎหมายเอื้อมไม่ถึงข้าราชการเลวๆ นักการเมืองชั่วๆ และนายทุนทำลายชาติ ทั้งหลาย ที่ยังลอยนวลคอยฮุบเอาทรัพยากรของประเทศชาติ


โดย ทีมงานThaiNGO