"เกาะพระทอง"
กำเนิดจากความรักษ์กวาง
บางมุมบนเกาะพระทองระหว่างน้ำลด |
นอก จากปัญหาความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านที่อาศัยมาแต่ดั้งเดิมกับเจ้าหน้าที่รัฐที่บังคับใช้กฎหมายอุทยานฯ
แล้ว ความขัดแย้งที่กำลังปะทุเพิ่มอีกประเด็นหนึ่งก็คือพื้นที่ที่รัฐกำลังเพ่งเล็งเตรียมประกาศเป็นเขตอุทยานฯ
เนื่องจาก ณ ปัจจุบันนี้ชาวบ้านได้มีบทเรียนมากมาย ทั้งที่ถูกเผยแพร่ออกไปผ่านสื่อและประสบการณ์โดยตรง
ว่ากฎหมายอันเข้มงวดของอุทยานฯ นั้นปิดกั้นแม้กระทั่งสิทธิอันชอบธรรมมาแต่ดั้งเดิมของชาวบ้าน
พร้อมกันนั้น รัฐปฏิเสธรูปแบบการอนุรักษ์ที่ผสมผสานกับการใช้สอยอย่างชาญฉลาด
ซึ่งเป็นระบบภูมิปัญญาของชุมชนมาแต่อดีตด้วย เหล่านี้ รัฐไม่ยอมรับ แต่ขณะเดียวกันภายใต้การอ้างถึงภารกิจอนุรักษ์
ตัวรัฐเองกลับพัฒนาพื้นที่เหล่านี้เป็นสถานที่รองรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
เปิดให้กลุ่มทุนธุรกิจได้ประโยชน์เรื่อยมา
เส้นทางอันร่มรื่นในป่าบนเกาะพระทอง |
เมื่อผมลงมาทำงานค่อนข้างลำบากมากในระยะแรกๆ
ซึ่งแต่เดิม
เมื่อ 20 ปีก่อน ที่นี่มีหมูป่า มีกวางเยอะมากจริงและ
ชาวบ้านก็ล่ากินกัน แต่ต่อมากวางเริ่มร่อยหรอไปทำให้ชาวบ้าน
เริ่มตระหนักและหันมาสนใจอนุรักษ์ โดยใช้วิธีคุยกันปากต่อปาก ขอกันให้ช่วยดูแลและอย่ายิง
นั่นคือเรื่องราว
เมื่อ 20 ปีก่อน นะครับ จน 3-4 ที่ผ่านมา
ชาวบ้านมีมติร่วมกันทั้ง 4 หมู่บ้านเลยว่า "ห้ามล่ากวาง"
เป็นกฎของหมู่บ้านเลย ตรงนี้เป็นชุดประสบการณ์ของชาวบ้าน
ที่น่าสนใจมากครับ
ผมก็เริ่มลงมาศึกษาก็พบว่า ที่นี่เคยมีการสัมปทานมาก่อนน่ะ ทั้งทำเหมืองแร่
ทั้งป่าชายเลน ก็หาข้อมูลว่ามีใครสัมปทานบ้าง กี่ร้อยไร่ กี่พันไร่
นั่นคือการทำงานของผมในช่วงแรกๆ เพราะถึงแม้ว่า แถบนี้มีเนื้อที่รวมกันไม่ถึง
แสนไร่ แต่กลับเปิดให้สัมปทานเฉพาะป่าชายเลนไปก็ร่วม 4 หมื่นกว่าไร่
นี่คือแบบเป็นทางการ เมื่อผมได้รายชื่อการสัมปทานป่าชายเลนมา ผมก็นั่งคุยกับชาวบ้านว่า
คลองนั่นคลองนี่อยู่ตรงไหน ซึ่งผมไม่รู้จัก พอเราเริ่มจุดประเด็นออกไปชาวบ้านก็เริ่มนึกกันเลยว่า
ที่ผ่านมา มีการให้สัมปทานป่าไปไม่ใช่น้อยเลย ชาวบ้านจะมีข้อมูลทรัพยากรในแถบนี้เยอะมาก
บางคนเล่าว่า เมื่อก่อนต้นไม้ในป่าชายเลนต้นเล็กกว่าโคนขาไม่มีหรอก
หากจะตัดเอาฟืนตัดเพียงต้นเดียวก็ใช้ได้ไปหลายเดือน เรื่องปูปลาก็ไม่ต้องไปหากินข้างนอกเขตเกาะเหมือนที่อื่นๆ
เพราะแถบนี้จะอุดมสมบูรณ์มาก แต่พอป่าชายเลนหมด ชาวบ้านก็เห็นเลยว่า
ความอุดมสมบูรณ์หมดไปด้วย นั่นคืออดีตที่ชาวบ้านย้อนให้ฟัง |
จากบทเรียนเหล่านี้ทำให้ ความขัดแย้งเฉพาะเพียงแค่เตรียมประกาศเป็นพื้นที่จึงเกิดขึ้นเช่น
กรณี การเตรียมประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติทางทะเลหมู่เกาะระ-เกาะพระทองบนเนื้อที่
กว่า 70,000 ไร่ จึงเกิดขึ้น ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2543 โดยมีพื้นที่
2 เกาะติดกัน แต่สภาพพื้นที่ต่างกันมาก ตั้งอยู่ในเขตอำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา

ลอบปลาใหญ่เครื่องมือประมงพื้นบ้าน |

ร่องรอยการทำเหมืองแร่บนเกาะพระทอง |
|
เหตุการณ์ได้บานปลายถึงขนาดชาวบ้านกว่า 3,000 คน
ต้องออกไปเคลื่อนไหวคัดค้าน จนถึงขั้นบุกรื้อการก่อสร้างสำนักงาน มาแล้วครั้งหนึ่ง
เพราะว่าเขาไม่ต้องการ เนื่องจากเคยมีประสบการณ์ การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ
หมู่เกาะสุรินทร์มาแล้ว
นุกูล โกกิจ อาสาสมัครมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่า และพันธุ์พืชแห่งประเทศไทย
เผยเรื่องราวความเป็นมา ความขัดแย้งของชาวบ้านกับอุทยานฯ นี้ว่า
| "ชาวบ้านมาเริ่มรู้กันจริงๆ
เมื่อมีหนังสือ
มาถึงผู้ใหญ่บ้านและลงนามว่า
"หัวหน้าอุทยานฯ หมู่เกาะระ-เกาะ
พระทอง" จากนั้นก็พูดกันปากต่อปาก
เนื่องจากอุทยานฯ ไม่เคยลงมาหา
ชาวบ้านเลย ก่อนช่วงจะเตรียมประกาศ
จนชาวบ้านต้องเคลื่อนไหวประท้วงและ
บุกไปรื้อสำนักงานที่เข้ามาก่อสร้าง
ครั้งแรก เมื่อปลายปี 2543 |
นุกูล โกกิจ |
|
ซึ่งเพิ่งเริ่มผมลงมาทำงานร่วมกับชาวบ้านเมื่อประมาณปี 2545 แล้ว ตอนแรกมาทำงานเรื่องประมงพื้นบ้านก่อน
แต่เนื่องจากพื้นที่นี้ขาดกลุ่มองค์กรประมงพื้นบ้านทำงาน แต่พอมาถึงกลับมาเผชิญเหตุการณ์นี้
ซึ่งรุนแรงกว่า ก็เลยทำงานนี้เลย เร่องราวที่นี่เริ่มเปิดออกไปจริงๆ เมื่อนิตยสารสารคดี
เอทีจี มาทำสกู้ปเรื่องนกตะกุมหัวล้าน กวางม้า หรือกวางป่า แล้วหลังจากนั้นก็สรุปว่า
ที่นี่ควรจะประกาศเป็นเขตอุทยานฯ หลังจากเหตุการณ์ออกสื่อครั้งนั้นทำให้
ชาวบ้านไม่ยอมไว้ใจใครเลย
หากศึกษาดูจากการใช้ไม้สร้างบ้านของชาวบ้านที่นี่ ก็ใช้ไม่มาก ไม่กี่ต้น
ซึ่งไม่มีผลต่อการหมดไปของป่าเลย ต่างจากการให้สัมปทาน ป่ามันหายหมดไปเลย
ซึ่ง ถ้ามีเวลาอยากเห็นหลักฐาน ช่วงน้ำลดผมอยากให้ลองเข้าไปสำรวจดู จะเห็นได้เลยว่า
ตอไม้ที่ตัดจากการสัมปทานนั้นต้นใหญ่ๆ ทั้งนั้น เพราะป่าบกแถบนี้แต่ก่อน
ไม้จำพวกตะเคียนทรายเยอะมาก ซึ่งก็เหมาะสำหรับทำเรือ และเรือส่วนใหญ่ของชาวบ้านในอดีตจะใช้ไม้ในพื้นที่แถบนี้ทั้งนั้น
นั่นคือเมื่อก่อนน่ะครับ และเมื่อโยงเข้าประเด็นการจะประกาศเป็นอุทยานฯ ชาวบ้านเขาจะตระหนักทันทีว่า
ที่นี่เขาก็มีการจัดการกันเองได้ ซึ่งก็ทำอยู่แล้วระดับหนึ่ง และถ้าชาวบ้าน
เขาอยากดูแลกันเองจะได้ไหม ตรงนี้ชาวบ้านเขาพยายามปรึกษาผมซึ่งลงมาทำงาน
เพราะชาวบ้านที่นี่ยังใหม่กับแนวคิดเหล่านี้ ยังไม่เคยไปศึกษาการจัดการทรัพยากรจากที่ไหน
จึงไม่ทราบว่า หมู่บ้านอื่นๆ เขาจัดการกันอย่างไร ทำให้บทบาทต่อๆ มาของผมคือ
พยายามหาพื้นที่ให้ชาวบ้านได้ออกไปดูงาน ดูการจัดการป่าชุมชน หรือทะเลในหมู่บ้านอื่นๆ
" นุกูลกล่าว และเผยถึงเหตุการณ์และสาเหตุของการเคลื่อนไหวชาวบ้านว่า
"เริ่มต้นปัญหามาจากหัวหน้าอุทยานฯ หมู่เกาะสุรินทร์ คนก่อนโน้นได้เสนอเรื่องขอประกาศเป็นเขตอุทยานฯ
ไปยังกรุงเทพฯ เนื่องจากเห็นว่าแถบนี้ป่ายังสมบูรณ์ เป็นการเสนอก่อนที่หัวหน้าคนเดิมคนๆ
นี้จะถูกสอบสวนให้ออกจากราชการ เนื่องจากเกี่ยวพันกับคดีลักลอบทำไม้ที่เกาะสุรินทร์
แล้วเกิดเรือบรรทุกไม้ล่มในทะเลเรื่องราวก็เลยแตกถูกสอบสวนจนออกจากราชการ
ซึ่งปัจจุบันอดีตหัวอุทยานฯ คนนี้ยังมีรีสอร์ทในเกาะระนี้ด้วย นั้นคือจุดเริ่มต้นปัญหา
ที่ชาวบ้านไม่เชื่อใจอุทยานฯ บวกกับประสบการณ์ชาวบ้านเองที่เข้าไปหาปลาในแถบอุทยานฯหมู่เกาะสุรินทร์ไม่ได้
เพราะถูกจับ จึงเชื่อว่า การประกาศเขตอุทยานฯ มาทับที่บ้านของเขาก็คงจะกีดกันไม่ให้เขาทำมาหากินเช่นกัน
เหตุการณ์รุนแรงครั้งแรกคือ
การเข้ามาสร้างสำนักงานอุทยานฯ ที่เกาะระ ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ประกาศเป็นเขตอุทยานฯ
เพียงแค่ขั้นศึกษาตระเตรียมก็เข้ามาสร้างสำนักงานชาวบ้านก็เลยไปประท้วงที่อำเภอ
แล้วก็บุกไปรื้อ ไม่ให้สร้าง แต่การเคลื่อนไหวครั้งนั้นมีนายทุนซึ่งมีที่ดินบนเกาะเข้ามาร่วมขบวนด้วยก็เลยถูกโจมตีว่า
มีนายทุนหนุนหลัง ต่อมาทางอุทยานฯ ก็เลยเอา ตชด.มาคุมการก่อสร้างจึงสร้างเสร็จไปได้
ประมาณต้นปี 2544 ทั้งที่จนถึงวันนี้ ที่นี่ยังเป็นเพียงพื้นที่เตรียมประกาศให้เป็นพื้นที่อุทยานฯ
เท่านั้น คืออยู่ในขั้นการศึกษาว่าเหมาะสมหรือไม่ อีกทั้งการจะประกาศให้พื้นที่ใดเป็นพื้นที่อุทยานฯ
ตามกฎหมายนั้น ไม่ใช่ขีดเส้นประกาศเลย ต้องมีการศึกษา ความเป็นไปได้ ความเหมาะสม
แล้วก็ต้องผ่านคณะกรรมการระดับสูงของกระทรวงด้วย แต่นี่ยังไม่ผ่านขั้นตอนอะไรเลย
ในขณะที่ทางอุทยานฯ จะมองแต่เพียงว่าชาวบ้านบุกรุก โดยไม่ยอมมองว่า ที่นี่ชาวบ้านอาศัยอยู่และทำกินมานาน
ถึงแม้ว่าสถานภาพเดิมของป่าแถบนี้คือป่าสงวนแห่งชาติ แต่ชาวบ้านก็อาศัยอยู่มาก่อนกฎหมายเหล่านี้
ชาวบ้านเคยพยายามชี้แจงว่า "หากเป็นอุทยานฯ จริงๆ ชาวบ้านจะหากินลำบากน่ะ"
ทางอุทยานฯก็ชี้แจงว่า "ไม่ลำบาก เพราะทางอุทยานฯ จะกันพื้นที่ไว้ให้
และทำมาหากินได้ปกติ" ซึ่งในความจริงลองศึกษากรณีอย่าง
อุทยานฯ หาดณพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เจ้าหน้าที่ก็พูดเช่นนั้น แต่พอถึงเวลาชาวบ้านโดนจับ
ชาวเลโดนจับแค่เพียงวางลอบเท่านั้นเอง ที่หมู่เกาะสุรินทร์ชาวบ้านโดนเจ้าหน้าที่ถือปืนบุกเข้ามาค้นบนเรือ
กล่าวหาชาวบ้านว่าไปตกเบ็ดเอาปลามาจากหมู่เกาะสุรินทร์ เหล่านี้ชาวบ้านเขามีประสบการณ์มาก่อนแล้ว
ส่วนกลุ่มนายทุนที่เข้ามากว้านซื้อที่ดินบนเกาะระ-เกาะพระทอง ส่วนใหญ่ไม่กล้าแสดงตัว
เนื่องจาก ส่วนใหญ่ ไม่มีหลักฐานเอกสารสิทธิ์ แต่ที่น่าสนใจคือที่นี่มีนักการเมืองระดับชาติจากส่วนกลางและ
มีรัฐมนตรีลงมากว้านซื้อที่แถบนี้ไว้มากมาย ตั้งแต่ปี 2533-2534 สมัยรัฐบาลพล.อ.ชาติชายแล้ว
จนถึงปัจจุบันก็ยังมี ซึ่งสถานภาพตอนนั้นคือป่าสงวนแห่งชาติ ต่อมาระยะหลังๆ
ก็มีนักการเมืองระดับท้องถิ่น นายทุนจากภูเก็ต สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราชก็เข้ามากว้านซื้อ
ทั้งๆ ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ก็เอา แต่ก็มีการแอบปักเขตแดนเสาปูนไว้ บางเจ้าซื้อไว้กว่า
5,000 ไร่ ซื้อโดยผ่านนายหน้าในอำเภอคุระบุรี พอระยะต่อมา เศรษฐกิจการท่องเที่ยวเริ่มเฟื่องฟู
กลุ่มทุนจากภูเก็ตก็เข้ามากว้านซื้ออีก ชนิดแค่มีใบ สค.1ก็เอา ไม่ต้องดูพื้นที่เลย
ซึ่งเท่าที่ทราบ ไร่ละ 30,000 บาท แต่ถ้าเป็นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ก็ไร่ละ
5,000 บาท นี่คือที่ดินที่ไม่ใช่ที่หน้าหาดนะครับ เป็นที่บนเกาะตอนใน ซึ่งเป็นทุ่งหญ้าซาฟารี
บริเวณที่ทีมงานไทยเอ็นจีโอลงสำรวจกันวันนี้ก็ใช่ ดังนั้น เมื่อมีการประกาศอุทยานฯ
หากมีเอกสารสิทธิ์ก็ยอมรับสิทธิ์นั้นเลย การประกาศอุทยานฯไม่ต้องเวรคืนที่ให้รัฐ
ดังนั้นตั้งแต่ เอกสารสิทธิ์ สค.1 ขึ้นไป อุทยานฯ ยอมรับสถานภาพสิทธิ์การทำประโยชน์นั้น
ปัญหาของ สค.1คือมันไม่รู้ว่าที่ตรงนั้นอยู่ตรงไหนบ้าง ทำไมถึงต้องการซื้อแค่ใบเอกสารสิทธิ์
สค.1 เพราะมันบินไปอ้างเอาที่ตรงไหนก็ได้ครับ
ส่วนสถานภาพเกาะพระทองที่ราชการยอมรับนั้น ก็ยังมองว่าเป็นที่ป่าสงวนส่วนใหญ่
นอกเสียจากมีเอกสารสิทธิ์ ข้อมูลเหล่านี้ทั้งหมดมาจากชาวบ้าน เขานั่งไล่ให้ฟังเลยว่า
ที่ตรงนั้นของใคร ใครขายให้ใคร แล้วใครมาซื้อต่อกี่มือๆ บ้าง จนถึงตอนนี้เป็นของใครแล้วไม่รู้ครับ
แต่ถ้าตรวจสอบจริงๆ คนยากเพราะส่วนใหญ่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ มันจึงไม่แสดงฐานะผู้ครอบครอง
จุดกำเนิดกระแสการขายมาจากผู้ใหญ่-กำนันในอดีต
เขาไปถากถางแล้วขาย ปรากฎว่าขายได้ ซึ่งชาวบ้านแต่เดิมจริงๆ
ไม่สนใจเรื่องที่ดิน เพราะอยู่กับทะเลหากินกับทะเล แต่พอเห็นว่าขายได้
ก็ออกไปจับจองขายกันวุ่นเลย โดยเฉพาะช่วงเศรษฐกิจบูม แต่ที่ก็ยังเป็นป่าอยู่
ยังไม่มีใครเข้าไปทำอะไร จนเดี๋ยวนี้ที่บนเกาะไม่มีที่มุมไหน ไม่มีเจ้าของแล้ว
ที่เข้าไปบูกเบิกถากถางปลูกพืชจริงๆ ก็ม ีแต่เพียงนิดเดียว อาทิไร่มะม่วงหิมพานต์
ของอดีตกำนัน - ผู้ใหญ่บ้าน ์ เพราะดินที่นี่เป็นทรายปลูกพืชไม่ได้ผล
อย่างที่หน้าหาดเกือบ 400 ไร่ ไม่มีเอกสารสิทธิ์ ก็ของคนกรุงเทพฯ ตระกูลโทณวนิช
เจ้าของกิจการโรงแรม รีสอร์ท ซึ่งจะแวะลงมาดูที่ปีละครั้ง ตอนนี้เห็นปลูกมะพร้าวไว้ด้วย
|

บางส่วนเป็นป่าเสม็ด |
ดังนั้นที่นี่จึงมีปัญหาที่ซับซ้อนมาก หากประกาศเป็นเขตอุทยานฯ ชาวบ้านก็เผชิญปัญหา
2 เท่า เลยก็ว่าได้ เพราะ ที่ดินก็ถูกกว้านซื้อไปหมดแล้ว ออกทำประมงก็ไม่แน่อาจจะโดนเจ้าหน้าที่อุทยานฯ
จับกุมเอาได้ แต่ก็มีชาวบ้านบางส่วนเชื่อว่า มีแต่คนโง่ที่ซื้อเอาไปเพราะไม่มีเอกสารสิทธิ์
เอาไปไม่ได้หรอก แต่ผมก็ยังสงสัยเรื่องเอกสารสิทธิ์อยู่มาก อีกอย่างอำนาจกับเงินมันสร้างเอกสารสิทธิ์ได้
ซึ่งผมเคยไปขอตรวจสอบรายชื่อผู้เสียเสียภาษีที่ดินกับหน่วยงานที่ดินอำเภอคุระบุรีมาแล้ว
แต่หน่วยงานนี้ไม่ยอมให้ดูข้อมูล ตรงนี้เป็นความสงสัยของผมว่า หน่วยงานอำเภอก็น่าจะมีส่วนรู้เห็น
เรื่องปัญหาเอกสารสิทธิ์ที่ดินเกาะพระทอง เพราะมันจะตรวจสอบได้เลยว่า มีเอกสารสิทธิ์เท่าไหร่ของใครบ้าง
ถึงวันนี้ ชาวบ้านพยายามอ้างสิทธิการอาศัยอยู่แต่ดั้งเดิมแต่ก็ไม่มีผลอะไร
เช่นกรณีที่อุทยานฯ ทะเลบัน จังหวัดสตูล ชาวบ้านอยู่มานาน อยู่เป็นชุมชนนับ
100 ปี มีสุเหร่าเป็นหลักฐาน แต่ไม่มีผล อุทยานฯ ประกาศเขตครอบลงไปเลยจนชาวบ้านบุกเข้าไปเผา
เป็นเรื่องราวอยู่ขณะนี้ ซึ่งผมคิดว่า ส่วนหนึ่งปัญหามาจากคนในพื้นที่ ที่เสนอเรื่องขึ้นไปยังส่วนกลางเพื่อขอประกาศ
ซึ่งก็มักจะเขียนไว้สวยหรู ดีมาก คณะกรรมการส่วนกลางก็ไม่รู้เท็จจริงก็อนุมัติผ่านให้
ตามข้อมูลหลักฐาน ผมคิดว่าทุกครั้งก็มักจะเป็นอย่างนี้ อย่างที่นี่อุทยานฯ
ก็ขีดเส้นเป็นเขตอุทยานฯ ไปเกือบถึงถนนใหญ่ที่จะเข้าอำเภอคุระบุรี ขีดเส้นเอาเป็นเขตกว้างใหญ่มาก
" นายนุกูลกล่าวอธิบาย และลำดับกิจกรรมของชาวบ้านที่ผ่านๆ มาว่า
"กิจกรรมชาวบ้านที่ผ่านๆ มา ก็ยังไม่มีอะไรมาก เพราะตอนนี้อะไรๆ ก็ดูเงียบๆ
ไป ส่วนงานของเราก็พยายามจะหาเวทีต่างๆ ให้ชาวบ้านเข้าไปมีส่วนร่วม สร้างประสบการณ์
ซึ่งชาวบ้านเขาออกค่าใช้จ่ายเองด้วยก็ลำบากหน่อย อีกทั้งกระบวนการเรียนรู้ต่อกันอย่างต่อเนื่องก็ยังไม่เป็นระบบมากนัก
ซึ่งก็พยายามประชุมหาทางแก้ไขกันอยู่ เพราะชาวบ้านยังขาดความเข้าใจอีกมากส่วน
อบต.และผู้ใหญ่บ้านที่นี่ แม้จะมีใจพร้อมที่จะทำงาน แต่ก็ยังอ่อนประสบการณ์
ทำให้กระบวนการสื่อสารกับลูกบ้านยังไม่ดีพอ บทบาทผมก็พยายามจะจัดเวทีเล็กๆพูดคุยกันเรื่อยๆ
อีกทั้ง พื้นที่แถบนี้มีทรัพยากรมาก ก็จริง แต่กลับไม่ค่อยมีเจ้าหน้าที่จากองค์กรพัฒนาเอกชนลงมาทำงานเลย
อาจจะมีก็ที่เกาะยาวเท่านั้น งานที่นี่จึงหนักมาก
ตัวชาวบ้าน ทั้ง 4 หมู่บ้าน เองตอนนี้ค่อนข้างตื่นตัว ถ้าเราสอบถามเรื่องนี้กับพวกเขา
เพราะว่ามันกระทบกับเขาโดยตรงเลย ส่วนทางอุทยานฯ เองก็เฉยกับชาวบ้าน ในขณะเดียวกันก็ทำการประกาศ
ออกโบร์ชัวประชาสัมพันธ์เตรียมรองรับนักท่องเที่ยวแล้ว มีที่ดำน้ำ มีที่กางเต้น
พร้อมสรรพ แต่ความจริงเกาะระ-เกาะพระทอง มันดังตั้งแต่คราววารสาร อันซีนไทยแลนด์
ของ ททท. ลงประชาสัมพันธ์เป็นสถานที่ท่องเที่ยว คนจึงรู้จักกันมาก หากวิเคราะห์กันจริงๆ
ก็ยังมีชาวบ้านที่เชื่อว่าถ้าเป็นแหล่งท่องเที่ยวเขาได้ประโยชน์ได้งานทำ
ซึ่งความจริง ผมคิดว่าชาวบ้านเขาเห็นไม่ครอบคลุม เขาไม่เห็นสภาพภูเก็ตในปัจจุบันนี้
ชาวบ้านเห็นแต่ว่ามีการจ้างงาน มีรายได้ แต่ไม่เห็นภาพทั้งหมดว่า ถ้าการท่องเที่ยวมาลงจริงๆ
จะเกิดอะไรขึ้น เพราะธุรกิจการท่องเที่ยวไม่สนใจหรอกครับว่าชาวบ้านจะเป็นอย่างไร
เมื่อสภาพเสื่อมโทรมเต็มที่ก็ไป แสวงหาที่ใหม่ๆ พอภูเก็ตเสื่อมโทรม ก็ย้ายมาเกาะหลัก
เกาะลันตา มากระบี่ พอกระบี่เริ่มเสื่อมโทรมฝรั่งไม่ค่อยอยากเที่ยวก็จะมาเอาที่นี่ต่อ
ภาพเหล่านี้ชาวบ้านไม่เคยเห็น ซึ่งผมคิดว่า เราต้องพาชาวบ้านไปดู ไปเห็นกับตาว่าเกิดอะไรขึ้นอย่างไร
เพราะเอาแต่พูดชาวบ้านไม่เห็นภาพ
| ในด้านกิจกรรมของชาวบ้าน ก่อนนี้ก็มีชาวบ้านเขาอนุรักษ์และหวงแหนกวาง
ซึ่งกำลังเอาจริงเอาจังมากขึ้น เพราะมาจากการเริ่มตั้งคำถามว่า เมื่อก่อนรถไม่มี
หรือมีสักคัน แต่วันนี้เริ่มมีรถเยอะขึ้นวิ่งไปมา เสียงดัง ทำให้รู้สึกว่าแล้วกวางที่พวกเขาอนุรักษ์จะอยู่ยังไง
หรือถ้าคนมาเที่ยวมากๆ กวางไม่หนีหายไปหมดหรอ ทำให้เรื่องการอนุรักษ์กวางของชาวบ้านจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะขยายกิจกรรมดูแลทรัพยากรของชาวบ้านครับ
ส่วนหน่วยงานรัฐที่จะเข้ามาจัดการชาวบ้าน ผมคิดว่าน่าจะปรับเปลี่ยนวิธีการ
เป็นสนับสนุนชาวบ้านดีกว่า ให้เขามีอำนาจได้อย่างไร หรือรับรองอำนาจเขาได้อย่างไร
ยอมรับในสิ่งที่ชาวบ้านเขาทำ ซึ่งชาวบ้านเขาพยายามออกกฎเกณฑ์การใช้ทรัพยากร
พยายามกันเขตห้ามจับปลิงบริเวณหน้าหมู่บ้าน ห้ามจับเต่าที่ขึ้นวางไข่กิน
ห้ามสร้างบ้านล้ำทะเลเกิน 6 เมตร เป็นต้น
กิจกรรมตอนนี้ก็เพียงแต่พยายามคิดกันว่า ชาวบ้านเขาจะบอกกับโลกภายนอกอย่างไร
ว่าเขาคิดและทำสิ่งเหล่านี้อยู่ โดยเฉพาะตอนนี้ ชาวบ้านเขาเริ่มพูดเรื่องอนุรักษ์หมูป่า
เพราะที่นี่ยังมีอยู่เยอะมากพอสมควรว่าจะอนุรักษ์กันได้อย่างไร เพราะครั้งหนึ่งเคยมีการล่าโดยเอาหมาไปล่า
พอเอาหมาไปล่าทั้งเสียงปืน เสียงหมาดังมาก ก็ทำให้เกิดคำถามขึ้นว่า
ถ้าเสียงดังแบบนี้กวางจะอยู่อย่างไร เพราะปีที่แล้วหมากัดลูกกวางตายไปหนึ่งตัวทำให้ชาวบ้านเสียใจและตื่นตัวกันมาก
ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจสำหรับเหตุการณ์เหล่านี้ |
กล้วยไม้และกระเข้าสีดาขึ้นชุกชุมมาก
บนเกาะพระทอง |
แต่ทรัพยากรหลักๆ ที่ทางการอุทยานฯ อยากได้ ผมคิดว่าก็คงเป็นป่าชายเลน บนเกาะระซึ่งยังเป็นป่าแข็ง
หรือป่าสมบูรณ์มาก เป็นภูเขาทั้งหมด ที่ราบไม่มี แล้วชายหาดและอ่าว รวมทั้งปะการังน้ำตื้นที่นี่ยังไม่ถูกบุกรุกมากนัก
ทำให้หน่วยงานราชการหลายหน่วยงาน พยายามเข้ามาจัดการที่นี่ให้เป็นพื้นที่ตัวอย่าง
สร้างผลงาน ในด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งราชการก็คือราชการ ยังทำงานลักษณะเดิมๆ
มาสั่งให้ชาวบ้านปฏิบัติ ตาม แต่ก็อ้างว่า เป็นกระบวนการที่ชาวบ้านมีส่วนร่วมตามกระแสนะครับ
ผมเองก็เคยไปมีส่วนร่วมเสนองานวิจัยด้วย" นายนุกูลกล่าวพร้อมสรุปถึงบทบาทตนเองแต่เพียงสั้นๆ
ว่า
"ส่วนตัวผมเองมาทำงานที่นี่ก็ไม่มีงบประมาณเลย มาแต่ตัวกับเงินเดือนอาสาสมัครนิดหน่อย
ซึ่งก็ทำให้ลำบากมาก เวลาจะจัดกิจกรรมอะไรขึ้นก็ขาดงบประมาณ ก็พยายามประสานกับ
อบต.กับ อบจ. ให้เขาตั้งงบประมาณมาสนับสนุนกิจกรรมชุมชน ซึ่งก็ได้มาบ้าง
อาทิงบดูงานของชาวบ้านครับ อย่างน้อยๆ ที่ผมพยายามทำงานกับชาวบ้านเพราะว่า
ที่นี่ยังไม่ประกาศเป็นอุทยานฯ ให้ถูกต้อง ซึ่งเรายังมีโอกาสพิสูจน์ เรียกร้องได้อยู่
อย่างน้อยก็พยายามทำให้ส่วนกลางได้เห็น ได้ยอมรับความคิดเห็นของชาวบ้านบ้าง
เพราะชาวบ้านที่นี่เป็นไทยใหม่ โดยพื้นฐานเขากลัวอำนาจรัฐอยู่แล้ว ไม่ค่อยกล้าสู้เรียกร้องมากนัก
เพราะ ความคิดนี้ถูกปลุกฝังมานาน ซึ่งผมก็พยายามให้กำลังใจ เพราะอย่างน้อยพี่น้องชาวกะเหรี่ยงหรือปกาเกอญอ
ยังสามารถทำได้เลย ครับ"
อัฎธิชัย ศิริเทศ รายงาน
ทีมงานไทยเอ็นจีโอ
ธันวาคม 2546
|