| 1 ปี ที่ถูกลืม
"ใครฆ่าโจ ?"
17 พฤษภาคม 2545 ครบรอบ 1 ปีของที่ นายพิทักษ์ โตนวุธ หรือ โจ ที่เพื่อนพ้องน้องพี่
ชมรมอนุรักษ์ฯ มหาวิท ยาลัย รามคำแหง เรียกขาน และที่ชาวบ้านห้วยชมภู
ต.ชมภู อ.เนินมะปราง จ. พิษณุโลก รู้จักและรักใคร่กันดี เป็น 1 ที่เครือข่ายกลุ่มอนุรักษ์ลุ่ม
น้ำชมภู (คอลภ.) ต่อสู้กันมาอย่าง ยืดเยื้อเนิ่นนานแต่มิยอมอ่อนหล้าเพียงเพื่อผลักเจตจำนง |
|
อุดมการณ์โจและพี่น้องให้บรรลุเป้าหมายให้ได้ นั่นคือเอาโรงโม่หินทั้ง 2
โรง ออกไป ตามคำสั่งที่ลงนามโดยผู้ว่าราชการจังหวัด นายวิจารณ์ ไชยอนันท์
ในสมัยนั้น เป็นการต่อสู้เพียงพิทักษ์เขาผาแดงรังกายผื่นป่าอันเป็นลมหายใจของชาวบ้านต.เนินมะปราง
ทีมงานไทยเอ็นจีโอได้บันทึกการสัมภาษณ์โดยตรงจากสถานการณ์ การเคลื่อนไหวทวงถามความคืบหน้าของการปฏิบัติหน้า
ของ ข้าราชการ ที่รับผิดชอบ 3 ประเด็นปัญหา ที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดพิาณุโลก
โดยเครือข่ายกลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำชมภู(คอลภ.) และองค์กรพันธมิตรทั้งภาคเหนือ
ภาคอีสาน กว่า 6 องค์กร ซึ่งเหตุผลในการเคลื่อนไหวครั้งนี้ นายพิสาร หมื่นไกร
ที่ปรึกษาเครือ ข่ายกลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำ ชมภู (คอลภ.) ชี้แจงว่า "
วันนี้ทางเครือข่ายต้องการมาเคลื่อนไหวเพียงเพื่อทวงถามความคืบหน้า ทั้งเรื่อง
คดีของพิทักษ์ นักอนุรักษ์ห้วยชมภู ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 17
พฤษภาคม 2544 และทวงถามข้อเสนอของชาวบ้าน ที่เคย เรียกร้องไว้ 2-3 ประเด็น
ด้วย ซึ่งทางหน่วยงานราชการเองก็ได้รับปากไว้แล้ว เพราะวันนี้ เป็นวันครบรอบ
1 ปี การตายของโจ ซึ่งยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ เลยจากทางราชการ จึงมีการเคลื่อนไหวขึ้นเพื่อย้ำเตือนและกดดันให้คืบหน้า"
นายพิสารกล่าว ก่อน ที่ชี้แจงเพิ่มอีกว่า ประเด็นที่เรียกร้องเสนอผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด
และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นั้น มี 3 ประเด็น
" ส่วนข้อเรียกร้องที่เครือข่ายทวงถามไปนั้น มี 3 ประเด็น คือ 1.ให้มีการขนย้ายโรงโม่และเครื่องจักรออกจากพื้นที่ให้หมด
ซึ่งทาง เจ้าของโรงโม่เองพยายามอ้างสิทธิ์เหนือที่ดิน แต่จากการตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ที่กล่าวมานั้นไม่ชอบตามกฎหมาย
เพราะเป็นการ อ้างสิทธิ์ทับที่คนอื่น 2.เรื่องคดีความที่เกิดจากการชุมนุมของชาวบ้านตั้งแต่ปี
2541ถึงปัจจุบันที่ชาวบ้าน ที่ทาง สภ.อ.เนินมะปราง แจ้งดำเนินคดีหลายข้อหานั้น
ทางเครือข่ายต้องการให้มีการถอนคดีออกให้หมด 3.คดีของโจ ถึงวันนี้แม้จะทราบบ้างแล้ว
ว่าใครคือ ผู้บงการฆ่าโจ แต่ก็ยังไม่คืบหน้าแต่อย่างใด ซึ่งเท่าที่ทราบอยู่ขณะนี้
ทางตำรวจไม่สามารถสาวไปถึงผู้บงการฆ่าได้ เนื่องจากพยาน หลักฐานอ่อนมาก ทางเครือข่ายจึงต้องมีการกดดันเพื่อทวงถาม
และสร้างพลังให้ทางตำรวจพยายามคลี่คลายคดี ให้กระจ่างออกมา ให้ได้ว่าใครคือผู้บงการฆ่าโจ
สำหรับการออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ ก็มีหน่วยงานราชการทั้งตำรวจจาก สภ.อ.เนินมะปราง
ทางผู้ว่าฯและทางป่าไม้ต่าง ก็ออกมารับ ปาก กับทางเครือข่ายว่าจะดำเนิน การตามข้อเรียกร้องของชาวบ้านโดยเร็ว
" นายพิสารกล่าวและอธิบายถึงองค์กรพันธมิตรว่า
"ผู้ที่มาร่วมเคลื่อนไหววันนี้นอกจากชาวบ้านห้วยชมภู 300 กว่าคนแล้ว
ยังมีเครือข่ายป่าชุมชนเขาขี้นก เครือข่ายประชาชนภาคเหนือ หลายองค์กร และพี่น้องเครือข่ายประชาชนภาคอีสาน
ทั้งในส่วนของพี่วีรพล โสภา ก็มาร่วมอีกหลายองค์กรมาก ซึ่งในวันนี้เราต้องการ
เพียงมาทวงถามความคืบหน้าเท่านั้น ส่วนถ้ายังไม่มีการดำเนินการอะไรให้คืบหน้าอีก
เชื่อว่าเราจะมีจะเคลื่อนไหวใหญ่แบบยืดเยื้อ แน่นอน ตรงนี้เราได้คุยกันไประดับหนึ่งแล้ว
สำหรับการเคลื่อนไหวอีกเรื่องหนึ่งร่วมกับพันธมิตร คือการเคลื่อนไหวร่วมกับพี่น้อง
ทั้ง 6 กรณีหรือ 6 รายที่นักอนุรักษ์โดนสังหารไป เมื่อปี 2544 เป้าหมายก็เพื่อทวงถามถึงรัฐบาล
ในการหามาตรการคุ้มครองนักอนุรักษ์อีกทั้ง กดดันให้รัฐบาลชำระสะสางคดีที่ยังหา
ผู้กระทำผิดและผู้บงการมาลงไม่ได้ ส่วนรายละเอียดเราจะมีการคุยกันเพิ่มเร็วนี้"
นายพิสารกล่าว
1 ปี เงามืดใต้กฎหมายที่ไร้คำตอบ.. ใครฆ่าโจ ?
หลังจากหน่วยเฉพาะกิจของตำรวจกองปราบ รับคดีมาดูแลและลงพื้นที่ ไปได้ระยะหนึ่งก็สามารถจับกุมมือปืนผู้ลั่นไกสังหารและ
และ ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ได้ จึงโอนคดีให้ตำรวจในพื้นที่คือ สภ.อ.เนินมะปราง
รับผิดชอบคดีต่อแต่จากวันนั้น ถึงวันนี้ 1 ขวบปีหลังการฆ่า และหลายเดือนที่จับกุมมือปืนได้
กลับไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด พยานหลักฐานอ่อนสาวไม่ถึงผู้บงการฆ่า"โจ"
ยิ่งกว่านั้น กลับทิ้ง เวลาให้เนิ่นนาน จนชาวบ้านห้วยชมภูแทบสิ้นหวัง ที่อยากจะเห็นผู้กระทำผิดอย่างแท้จริงได้รับผลกรรม
ยิ่งรางเลือน
จนถึงวันนี้ 17 พฤษภาคม ครบรอบ 1 ปี การตายของ"พิทักษ์ โตนวุธ"
หรือ โจ กำลังถูกประเมินจากหลายฝ่าย ที่รักโจและอยากให้คน ชั่วรับกรรม ก็ออกมาย้ำเตือนอย่างพร้อมเพรียงกันว่า
ผู้บงการฆ่าโจหลุดรอดเงื้อมมือกฎหมายแน่ นี่หรือ "ความยุติธรรม"ที่มีให้
"พิทักษ์ โตนวุธ" ว่าที่บัณฑิตนิติศาสตร์ และคุณพ่อของลูกน้อยวัยขวบเศษได้รับ
หลังจากพากเพียรพยายามปกป้อง เขาผาแดงรังกาย ให้อยู่คู่ลูกคู่หลาน

ย้อนอดีต 1 ปี- มองปมหลักๆ ชนวนสังหาร " ใครฆ่าโจ
?
นายพิทักษ์ โตนวุธหรือ โจ บัณฑิตนิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง และที่ปรึกษาเครือข่ายกลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำชมภู
(คอลภ.) ต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ. พิษณุโลก ในการคัดค้านโรงโม่หินในบริเวณเขาผาแดงรังกาย
อันเป็น ส่วนหนึ่งของเขตอุทยานแห่งชาติ ทุ่งแสลงหลวง ที่มีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย
เป็นป่าต้นน้ำชั้น เอ มีน้ำตกสวยงามหลายแห่งที่สมบูรณ์ด้วยระบบนิเวศน์ มีน้ำพุ
ธรรมชาติ และมีถ้ำเก่าแก่มากมาย อีกทั้งยังมีร่องรอยทางประวัติศาสตร์และสถานโบราณวัตถุที่สำคัญด้วย
ปี 2538 ได้มีโรงโม่หินเปิดกิจการบริเวณเขาผาแดงรังกายขึ้น ทำการระเบิดหินและย่อยหิน
โดยที่ชาวบ้านมิได้รับรู้ล่วงหน้าเลย เป็น กระบวนการอุบอิบผลประโยชน์กันระหว่าง
กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ข้าราชการในพื้นที่ นักการเมืองท้องถิ่น และเจ้าของโร่งโม่หิน
คือ หจก. รอคแอนด์นโตนส์ และ หจก.อนุมัติการศิลา ส่วนนายพิทักษ์ หลังจากทำกิจกรรมลงพื้นที่ศึกษาปัญหา
เมื่อครั้งเป็นนักศึกษา ก็ตัดสินใจ ปักหลักอยู่สู้ร่วมกับแกนนำชาวบ้าน อย่างต่อเนื่อง
โดยพยายามยื่นหนังสือร้องเรียนคัดค้านโรงโม่หิน กับทางจังหวัดนับครั้งไม่ถ้วน
จน เกิดการชุมนุมใหญ่เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2541 ข้อเสนอชาวบ้านคือต้องยุติและรื้อถอนโรงโม่ออกไปจากเขาผาแดงรังกายและจากนั้น
ก็มีการตรวจสอบกระบวนอนุมัติที่ดิน การสวมรอยเขตระเบิดหิน จนสามารถเปิดโปงความจริงให้กระจ่างออกมาได้ว่า
โรงโม่หินทั้งสอง โรงนั้นระเบิดหินนอกพื้นที่ประทานบัตร และการออก สค.1 ก็มีเงื่อนงำไม่โปร่งใสของกรมที่ดิน
รวมทั้งการทำเอกสารรายละเอียด ชี้แจงเกี่ยวกับพื้นที่ ก่อนมีการยื่นเสนอขอประทานก็ปกปิดข้อเท็จจริง
รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ก็ไม่ถูกต้อง บทบาท นายพิทักษ์ จึงเสมือนเป็นการประกาศศัตรูรอบทิศทาง
โดยพฤตินัย!!
2543 มีกระแสข่าวจากอุตสาหกรรมจังหวัด พิษณุโลก ว่าจะมีการอนุญาตให้ต่อสัญญาและเพิ่มประทานบัตรแก่โรงโม่อีก
ถึง 8 โรง นายพิทักษ์และชาวบ้านเตรียมเคลื่อนไหวอีกครั้ง พร้อมเพิ่มประเด็นอีกหลายประเด็น
ในการเรียกร้อง โดยเฉพาะการเสนอ ปลดผู้นำ หมู่บ้านคือ นางสมบัติ บุญปู่ ผู้ใหญ่บ้านชมภู
ออกจากตำแหน่ง ระยะแรกๆ ทางราชการท่าทีเฉยเมยต่อชาวบ้าน จนมีการประกาศ การเปิดโปงระบบราชการที่ไม่โปร่งใส
ผู้ว่าฯจึงยอมลงคำสั่ง เมื่อเดือนมกราคม 2544 ให้โรงโม่หิน ทั้ง 2 แห่ง รื้อถอนออกจากพื้นที่
ภายใน 60 วัน สัญญาณอันตรายเริ่มดังขึ้น
17 พฤษภาคม 2544 เวลาบ่ายๆ ขณะที่นายพิทักษ์ เดินทางกลับจากประชุมเจรจาหาข้อสรุปเรื่องโรงโม่หินดังกล่าว
ก็ได้มีคนร้ายสอง คนขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบยิงจนเสียชีวิตข้างถนนเข้าหมูบ้านนั่นเอง
!!!
ย้อนข้อสรุป"ปมประเด็น" .. ใครฆ่า ?
1.เรื่องปิดโรงโม่หิน อนุมัติการศิลา ของนางสาวนริฎา สินค้างาม
ซึ่งยังไม่หมดสัญญาประทานบัตร จากกรมทรัพยากรธรณี กระทรวง อุตสาหกรรมรวมทั้งเรื่องคัดค้านการต่ออายุประทานบัตร
ซึ่งคาดกันว่ามีการจับจองกันไว้นับพันๆ ไร่ จาก 8 กลุ่มกิจการ โรงโม่ ในบริเวณผาแดงรังกาย
ซึ่งมีการกล่าวกันว่าใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ
รวมทั้งเรื่องการออกรังวัดที่ดิน สค.1 ซึ่งไม่โปร่งใส เคลือบแคลงกันตั้งแต่เจ้าหน้าที่ออกรังวัด
กรมที่ดิน กรมป่าไม้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านที่ชี้เขตแดน1 ซึ่งมีความไม่ชอบมาพากล
ทำให้นายพิทักษ์ใช้เป็นประเด็นต่อสู้จนทำให้เจ้าหน้าที่ผู้ใหญ่หลายคน ไม่
สามารถจะตอบกระทู้คำถามนายพิทักษ์ได้
2.เรื่อง หนึ่งในแกนนำกลุ่มคัดค้าน ได้ลงสมัครสมาชิก อบต.เมื่อปี 2543 และมีการกล่าวสัญญาต่อกันในหมู่สมาชิก
คอลภ.ว่าอยากให้ สมาชิก คอลภ.เทคะแนนเสียงให้ตน แต่พอวันเลือกตั้งจริงๆ สมาชิก
คอลภ.กลับเทคะแนนให้ นายสม ใจคง ซึ่งเป็นหนึ่งในแกนนำ คอลภ. เป็นผู้ได้รับการเลือกตั้ง
และนายพิทักษ์ คือคนหนึ่งที่ผลักดันให้นายสมลงสมัคร อบต.และเรียกร้องให้ชาวบ้านเลือกนายสม
แทนทำให้ ผู้สมัคร อบต.รายนี้โกรธและอาฆาตแค้นมาก
3.เรื่องการลักลอบตัดไม้และเรื่องยาเสพติด ซึ่งมีการลักลอบตัดไม้ทั้งแบบไม้ซุง
และแบบไม้แปรรูป โดยอาศัยช่วงเวลาขณะมีการ ระเบิดและโม่หิน ซึ่งเสียงดังมากทำการตัดไม้
และแปรรูป แล้วขนลำเลียงโดยใช้รถขนหินนั่นเอง หลังจากพยายามแจ้งให้หน่วยพิทักษ์
ป่าอุทยานทุ่งแสลงหลวงทราบและจัดการไม่ได้ผล นายพิทักษ์จึงพาคณะชาวบ้านเข้าไป
จับกุมแต่ไม่สามารถจับคนกระทำผิดได้ พบ แต่เพียงไม้ซุงและไม้แปรรูปนับร้อยๆ
ท่อนอยู่ริมทางในเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงสอบถามชาวบ้านกล่าวว่า ไม้ทั้งหมดนั้น
ส่งให้นายทุนที่พิจิตร หัวหน้าคนงานกลุ่มตัดไม้คือ อดีตแกนนำกลุ่มคัดค้าน
ที่ลงสมัคร อบต.แล้วสอบตก ซึ่งเคยผูกใจเจ็บไว้กับโจ และ แกนนำกลุ่มอนุรักษ์
4.เรื่องเคลื่อนไหวขับไล่นางสมบัติ บุญปู่ ผู้ใหญ่บ้านออกจากตำแหน่ง เพราะนายพิทักษ์และชาวบ้านเชื่อ
ว่านางสมบัติเป็นลูกน้องกลุ่ม โรง โม่หิน และสามีของนางสมบัติ ก็เป็นประธานบริหารองค์การส่วนตำบล
(อบต.) ด้วย ซึ่งกุมอำนาจการตัดสินใจของชาว บ้านไว้ใน มือทั้งหมด
5.เรื่องนายพิทักษ์บุกไปแจ้งความดำเนินคดีผู้ว่าราชการจังหวัดคือ นายวิจารณ์
ไชยนันท์ ที่ สภ.อ.เนินมะปราง ในข้อหาละเว้นการ ปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากผู้ว่าฯได้ออกคำสั่งให้โรงโม่หินรื้อถอนออกแล้วภายใน
60 วัน แต่ ไม่มีการดำเนินการใดๆ ทั้งจากโรงโม่หินและ จากจังหวัด จนเลย 60
วัน ตามกำหนด ทำให้นายพิทักษ์ เห็นว่าเป็นเคลื่อนไหววิ่งเต้นเปลี่ยนคำสั่ง
จึงบุกเข้าแจ้งความแต่เพียงคน เดียว ซึ่งเรื่องนี้เกิดขึ้นเพียง 2 อาทิตย์
ก่อนที่นายพิทักษ์จะถูกยิงเสียชีวิต
6.มีการเตรียมคัดค้านการออกเอกสารสิทธิ์ สค.1 เนื่องจากค้นพบว่ามีนายทุนกว้านซื้อที่บริเวณนี้เตรียมปลูกไม้ผล
ไว้หลายพันไร่แล้ว นายพิทักษ์และแกนนำ คอลภ. ต้องการให้มี การตรวจสอบการออก
สค.1 ที่ผ่านมาและที่จะออกใหม่ทั้งหมด เพราะชาวบ้านเริ่มไม่ แน่ใจว่า ตนเองจะได้ประโยชน์ในการออก
สค.1 หรือไม่
(นายพิทักษ์ โตนวุธ อายุ 30 ปี ว่าที่ นิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ซึ่งเพิ่งจะเป็นพ่อของลูกน้อยได้เพียง 2 เดือน ก็ต้อง จากไป ทิ้งไว้เพียงภาพของลูกน้อยและแม่ของลูก
คือนางยุภาภรณ์ โตนวุธ และ ด.ญ.หงษ์พิชฌา โตนวุธ)
- ปืนลั่นที่เขาผาแดงรังกาย
"ดับพิทักษ์" นักอนุรักษ์แห่งลุ่มน้ำชมพู
-
- สางปม... ใครฆ่าโจ ? -
ThaiNGO.org รายงาน
|