นักวิชาการชี้โครงการโพแทสอุดรฯ ชาติได้ประโยชน์น้อย
เกิดผลกระทบชาวบ้านรับกรรม


เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2546 ที่ผ่านมา ที่สถาบันราชภัฏอุดรธานี ได้มีการจัดการบรรยายพิเศษ เรื่อง เทคนิควิศกรรมและผลกระทบในการทำเหมืองแร่ใต้ดิน กรณีเหมืองแร่โพแทสอุดรธานี ศ.ดร.ปริญญา นุตาลัย สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย และดร.ปกรณ์ สุวาณิช มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้เชี่ยวชาญทางด้าน ธรณีวิทยาและวิศวกรรมเหมืองแร่ โดยมีนายอำนาจ ผการัตน์ รองผู้ว่าราชการมาร่วมรับฟังการบรรยายในครั้งนี้

การบรรยายในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมฟังการบรรยาย กว่า 500 คน ประกอบด้วน นักศึกษาจากสถาบันราชภัฎอุดรธานี กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี และผู้สนใจในจังหวัดอุดรธานีมาร่วมรับฟัง โดย ศ.ดร.ปริญญา นุตาลัย ผู้เชี่ยวชาญทางธรณีวิทยา ได้กล่าวถึง "กฎหมายรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องในเรื่องสิทธิของประชาชน และ สิทธิชุมชนในมาตรา 79 46 56 290 โดยเฉพาะมาตรา 46 มาตรา 56 มาตรา 290 ว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ เพื่อให้มีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญหรือที่เรียกว่ากฎหมายลูกเพื่อมารับรองสิทธิ เพราะหากว่า กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญไม่ออกมา มาตรานั้นก็จะบังคับใช้ไม่ได้ แต่จนบัดนี้กฎหมายลูกของมาตราเหล่านี้ก็ยังไม่ออกมา ตลอดที่รัฐธรรมนูญประกาศใช้มาแล้ว 5 ปี นั่นเพราะว่าข้าราชการที่ถือกฎหมายในส่วนนี้ ที่เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ไม่ปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ไม่ยอมออกกฎหมายลูกหรือแม้แต่ผลักดัน หน่วยงานที่เกียวข้อง ต่างโยนกันไปโยนกันมา หรือแม้แต่กฤษฎีกาก็ยังตีความอย่างหนึ่ง คณะกรรมการสิทธิตีความอย่างหนึ่ง แล้วประชาชนอย่างเราจะทำอะไรไม่ได้ "

สำหรับประเด็นในเรื่องของรายงานผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอนั้น อาจารย์ปริญญา นุตาลัยได้กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า "อีไอเอฉบับนี้ต้องพิจารณาใหม่ เพราะฉะนั้นอีไอเอฉบับใหม่หรือกฎหมายแร่ฉบับใหม่ จะก่อให้เกิดผลกระทบ ต่อประชาชนที่อยู่ข้างบน หรือเจ้าของที่ดินที่อยู่ข้างบนไม่ได้เป็นอันขาด โดยจะต้องไม่มีปัญหาเรื่องแผ่นดินทรุด การดีไซน์เหมืองต้องทำใหม่ ต้องค้ำยันให้อยู่อย่าให้แผ่นดินทรุด ก่อนจะทำเหมืองจะต้องให้กรมแผ่นที่ทหาร มาเดินระดับและให้เอกสารอ้างอิงไว้ว่า บริเวณนี้ระดับความสูงของผืนดินเท่าไหร่ แล้วให้สำรวจทุกปี ถ้าแผ่นดินทรุดให้เลิกทำโครงการทันที วิธีนี้ถึงจะปกป้องชาวบ้านไว้ได้ เมื่อภาครัฐอยากจะเอื้อประโยชน์ให้เอกชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง มามีสิทธิ์เหนือที่ดินชาวบ้าน ชาวบ้านก็ต้องปกป้องสิทธิ์ของตนเอง เพราะฉะนั้น การพิจารณาอีไอเอการทรุดตัวก็ต้องเลิกพูด แผ่นดินต้องไม่ทรุด เมื่อดูในบริบทของกฎหมายแร่ฉบับใหม่ต้องทำใหม่ทั้งหมด เรื่องทรุดตัว บริษัทต้องไปออกแบบเหมืองไม่ให้มีการทรุดตัวแม้แต่เซ็นเดียว

นอกจากนี้อาจาย์ปริญญาได้พูดถึงประเด็นผลประโยชน์ของชาติ ในเรื่องของโครงการเหมืองแร่โพแทสว่า ชาติได้ประโยชน์น้อยไป และไม่มีใครดูแลชาวบ้าน รัฐบาลไทยโดยกรมทรัพยากรธรณี ใช้เงินไปหลายร้อยล้านบาทเจาะเกลือหินเพื่อสำรวจโพแทส เจาะไปทั้งหมด 194 หลุม เมื่อเจอแหล่งที่ดีที่สุดทำไมตกไปอยู่ในมือของชาวต่างชาติ แล้วฝ่ายไทยได้ค่าภาคหลวงแค่ 7% ถ้าไทยมีแหล่งแร่ที่เป็นดีที่สุดระดับโลก แล้วคนไทยได้ประโยชน์แค่นี้มันเกิดอะไรขึ้นกับบ้านนี้เมืองนี้ บ้านเมืองมันพัฒนาไม่ได้ เพราะว่าความรับผิดชอบต่อสังคมของข้าราชการไม่มีเลย ผมคิดว่า เรื่องนี้หนักหนากว่า ท่อก๊าซไทย-มาเลย์ อย่างน้อยท่อก๊าซก็เป็นโครงการร่วมแต่โครงการนี้เราใช้เงินไทยสำรวจ แต่พอเจอแหล่งที่ดีที่สุดกลับไปตกอยู่ในมือคนต่างชาติ รัฐบาลไทยโดยกรมทรัพยากรธรณี ถูกหลอกให้ไปทำเหมืองที่บำเหน็จณรงค์ ซึ่งแร่เป็นแร่เลวใช้เงินไปอีกพันล้าน แล้วทำอะไรต่อไม่ได้ แปลว่า ขณะนี้ตามรัฐนูญฉบับใหม่สิทธิในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ แม้แต่กฎหมายรัฐธรรมนูญก็ไม่ไว้วางใจข้าราชการอีกต่อไปแล้ว

จึงอยากให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ถ้าไม่อย่างนั้นแล้วเราจะรักษาสมบัติของแผ่นดินไว้ได้อย่างไร ตนคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เรื่องของการรักชาติรักแผ่นดิน เห็นประโยชน์ของชาติว่าเป็นเรื่องทีสำคัญ ที่สุดว่าใช้พัฒนาประเทศ ที่จะรักษาประเทศ จิตสำนึกของข้าราชการต้องมีเสียก่อน ข้าราชการไม่ยอมออกมาคัดค้าน มีแต่ประชาชนเสียอีก ที่ออกมาคัดค้าน ทั้งๆ ที่ข้าราชการทำมากับมือใช้เงินงบประมาณแผ่นดินไปสำรวจ แต่กลับเอาข้อมูลทั้งหมดไปบอกต่างชาติ"

ด้านอาจาย์ปกรณ์ สุวาณิช ผู้เชี่ยวชาญทางด้านวิศวกรรมเหมืองแร่ ได้พูดในประเด็นของการเกิดแร่โพแทส และเรื่องวิศวกรรมการทำเหมืองแร่โพแทสว่า พื้นที่ของภาคอีสาน ทั้งแอ่งโคราช และแอ่งสกลนครเกือบเต็มทั้งสองแห่ง มีเกลือหินกับโพแทสอยู่ข้างใต้หมด โดยเฉพาะแอ่งเหนือเข้าไปถึงลาว ที่ลาวมีการเจาะสำรวจมาก่อนประเทศไทย แล้วก็เจอซึ่งมีความสมบูรณ์เหมือนๆ กัน ที่อุดรธานี กรมทรัพยากรธรณีได้เริ่มเข้ามาเจาะสำรวจอย่างจริงจังเมื่อปี 2516 เจาะหลุมแรกที่อุดรธานี ที่สำนักงานชลประทานจังหวัดอยู่ในนั้นเลย แล้วก็เจอเป็นหลุมแรก เป็นโพแทสชนิดเปอร์เซ็นต์ต่ำ แล้วเจาะกระจายไปทั่วอีสาน โครงการนี้เราทำถึงปี 2526 ทำ 10 ปี

ถ้าเปรียบเทียบแร่โพแทสที่อุดรธานีกับแหล่ง 2 แหล่งในโลกที่ แคนาดากับ อเมริกา แหล่งแร่โพแทสที่อุดรธานีถือว่ามีความสมบูรณ์มาก ถึงแม้ว่าจะมีความหนาน้อยกว่า แต่ความสมบูรณ์มีมากกว่ากันมากอยู่ในระดับที่กำลังพอดีคือ 300 เมตร โดยเฉลี่ยการลงทุนก็ถูกถ้าทำเหมือง" ในเรื่องของผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมอาจารย์ ปกรณ์ได้กล่าวว่า "ประเด็นในเรื่องผลกระทบที่จะเกิดขึ้นนั้น ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากปล่อยสารละลายลงในพื้นที่ข้างเคียง บางทีคิดว่าป้องกันไว้ดีแล้ว น้ำท่วมมาอาจจะหายหมดก็ได้ แล้วการแต่งแร่เป็นระบบเปิด ก็จะเกิดฝุ่นเกลือกระจายออกนอกพื้นที่ ปีแรกอาจจะมองไม่เห็นแต่ภายในระยะ 10 ปี น่าจะเห็น พื้นดินอาจจะมีความเค็มเพิ่มขึ้นถ้าป้องกันไม่ดีอาจจะเกิดผลกระทบ

แหล่งแร่อุดรธานีเป็นแหล่งแร่ระดับโลก มีปริมาณสำรองแร่ในการทำเหมืองไม่น้อยกว่า 50 ปี ดังนั้น การป้องกันทางด้านสิ่งแวดล้อม ถ้าจะทำให้ดีก็ต้องใช้เทคโนโลยีที่สูง ไม่ใช่ว่าสักแต่จะทำ เพราะว่ามีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมค่อนข้างสูง ถ้าไม่มีการระวังที่ดีพอ และ ต้องมีการตรวจสอบเรื่อยๆ ทางด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการปลิวหรือการฟุ้งกระจายของเกลือ หรือกากโพแทสพวกนี้ หรือถ้าอยู่ๆ แล้วน้ำเกิดท่วมฉับพลันขึ้นมา ตัวอย่างที่บำเหน็จณรงค์ที่มากองๆ ไว้ ที่เขากั้นเอาไว้อาจจะมีออกมา ถ้ามีน้ำท่วมหนักๆ อาจจะป้องกันอะไรไม่ได้เลย

ระบบการทำเหมืองแร่ ถ้าป้องกันสิ่งแวดล้อมกันอย่างดี เทคโนโลยีสมัยใหม่ทำได้ แต่ต้องลงทุนสูงมากเมื่อลงทุนมากก็ย่อมได้กำไรน้อย สมมติว่าต้องการได้กำไรมากๆ การลงทุนด้านนี้ก็น้อย สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งทางเทคนิคและทางคนก็จะเกิดผลกระทบสูง "

ด้านนายประจวบ แสนพงษ์ ประธานกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี ได้เปิดเผยว่า "วันนี้ที่ได้ไปรับฟังจากนักวิชาการผู้เชี่ยวขาญการทำเหมืองแร่ในวันนี้ ชาวบ้านในพื้นที่และคนในเมืองอุดรธานี ได้รับรู้ข้อมูลโครงการมากขึ้น ทั้งในเรื่องผลกระทบ เรื่องทางธรณีวิทยา ซึ่งทำให้ชาวบ้านมีข้อมูลมากขึ้นในการที่จะตัดสินใจว่า จะเอาเหมืองแร่หรือไม่ครับ"


ทีมงาน ThaiNGO รายงาน