|
ผ่าความรุนแรง
ผนึกรวมศาสนาบนแนวทางสันติวิธี
อเมริกันพยายามครอบครองโลกด้วยการใช้นโยบาย โลกระบบเดียว
แต่ความพยายามของจักรวรรดินิยมใหม่ได้รับแรงต้านอย่างรุนแรงจากกลุ่มประเทศตะวันออกกลางเพิ่งผ่านไปสด
ๆ ร้อน ๆ ก็คือ สงครามอ่าว 2 ที่เรียกได้ว่าเป็นการทำสงครามสองรูปแบบ
แบบแรกเป็นแสนยานุภาพของกองกำลังอาวุธและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย
การทำสงครามในสมรภูมิของกองทัพอเมริกันจึงได้เปรียบในทุกประตูและอีกขั้วคือกลุ่มก่อการร้ายติดอาวุธของทหารและพลเรือนอิรัก
ความขัดแย้งทางศาสนาได้สร้างความชอบธรรมให้มีการใช้ความรุนแรงเข้าทำลายศัตรู
คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่าคนเหล่านี้เป็นคนไม่ปกติ แต่จากการศึกาษาพบว่าคนเหล่านี้เป็นคนปกติดีทุกอย่างทั้งร่างกายและจิตใจ
ฐานะและการศึกษา เพียงแต่ว่าคนเหล่านี้เชื่อว่าเขาสามารถใช้ความรุนแรงเพื่อความดีงามได้นั่นเอง

อาจารย์ ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ กล่าวปาฐกถานำในการสนทนาเรื่อง
ศาสนาธรรมกับการสร้างสันติภาพโลก ในงานรำลึก 97 ปี
ชาตกาล พุทธทาสภิกขุ อนุสรณ์สถาน 14ตุลา เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาในประเด็นสถานะการณ์โลกหลังสงคราม
เมื่อโลกระอุไปด้วยความเคียดแค้นชิงชังของกลุ่มขบวนการก่อการร้าย
ในทัศนะของอาจารย์ ชัยวัฒน์
อาวุธมีชีวิต แนวคิดเชิงวิพากษ์ว่าด้วยความรุนแรง
กำลังตั้งคำถามและบอกถึงเหตุของความรุนแรงในแง่ของการปกป้องตนเองและคุณค่าที่เขายึดมั่นในชุมชนที่เขารักและไม่เรียกว่าการก่อการร้าย
การระเบิดพลีชีพของขบวนการศาสนาหัวรุนแรงในตะวันออกกลางกลุ่มต่าง
ๆ อยู่บนความคิดที่ว่าการระเบิดพลีชีพเป็นปฎิบัติการทางทหารที่เปี่ยมไปด้วยศักดิ์ศรีและเป็นเพียงกลวิธีทางยุทธศาสตร์ที่ผู้ตายจะได้รับการยกย่องและโอบอุ้มจากพระผู้เป็นเจ้า
ยกตัวอย่างนักโทษชาวอียิปต์ผู้หนึ่งซึ่งถูกศาลอเมริกันสั่งจำคุกในฐานะผู้วางระเบิด
อาคารเวิลดิ์ เทรด เซ็นเตอร์ ปี1994 ภายใต้วัฒนธรรมของนักรบแห่งศาสนาชี้ให้เห็นสิ่งที่น่าสนใจ
คือว่า การวางระเบิดของเขากระทำไปด้วยเหตุผลที่เฉพาะเจาะจง คือ
มุ่งจะให้รัฐบาลอเมริกันเห็นว่า เรา จำต้องใช้ความรุนแรงแก้ไขปัญหาและจะไม่ยอมรับการกระทำที่รัฐบาลอเมริกันซึ่งได้กระทำแก่เราและโลกอีกต่อไปด้วยเหตุผลที่ว่ารัฐบาลอเมริกันพยายามทำให้รัฐประชาชาติหวาดกลัว
รัฐบาลในหลายประเทศทำตามอเมริกาอย่างไร้ความหมาย
ส่วนคำถามที่ว่าการก่อการร้ายด้วยการลอบวางระเบิดนี้ทำให้ผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตไปเป็นจำนวนมากจะให้เหตุผลว่าอย่างไร
นักโทษผู้นี้ตอบว่า ไม่ว่าจะอย่างไรเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นผลสะเทือนที่ต้องเกิดขึ้นเพื่อให้รัฐบาลอเมริกันทราบถึงผลที่จะเกิดแก่ตัวเอง
เพราะสิ่งเดียวเมื่อมนุษย์กลุ่มหนึ่งถูกกระทำด้วยความอยุติธรรมก็คือต้องส่งสาส์นตอบไปยังผู้ที่ก่อความอยุติธรรมนั้น
เราไม่อาจสรุปได้ว่าสภาพเหตุการณ์การก่อการร้ายที่เกิดขึ้นเป็นการปะทะกันระหว่างอารยธรรมหรือสงครามระหว่างศาสนาคริสต์-อิสลาม
แต่เป็นเรื่องการกระทำของรัฐบาลอเมริกันเองที่คิดแผ่อำนาจเหนือโลก
การกำหนดนโยบายที่ไม่เป็นธรรม การสนับสนุนอิสราเอลเพื่อแย่งชิงดินแดนแห่งพันธะสัญญา
หรือกดดันให้รัฐบาลอียิปต์เปิดเสรีทางการค้า เหล่านี้ไม่ได้เกิดเพราะความคิดเห็นไม่ตรงกันในแง่ความเชื่อศาสนาแต่เป็นความไม่มีศาสนาโดยสิ้นเชิงของอเมริกา
อาจารย์ ชัยวัฒน์ กล่าวถึงคำพูดของมือระเบิดผู้นั้น
ที่สำคัญชายผู้นี้เคยเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวอัฟกานิสถานโดยการเข้ารับหน้าที่เก็บกู้ทุ่นระเบิด
คำพูดสุดท้ายที่เขาบอกนั่นคือว่า สังคมตะวันตกไม่เคยทำเข้าใจพวกเขาเลยเพราะสิ่งหนึ่งที่สังคมตะวันตกได้สูญเสียไปแล้วโดยสิ้นเชิง
นั่นคือจิตวิญญาณ
นักจิตวิเคราะห์ชาวปาเลสไตน์ผู้หนึ่ง
ให้แง่คิดว่าทำไมกลุ่มผู้ก่อการร้ายจึงกลับกลายเป็นผู้ติดระเบิดพลีชีพ
เขาชี้ให้เราเห็นว่า เป็นเรื่องของการกระทำที่หมดหวังโดยสิ้นเชิง
เขาบรรยายถึงภาพของผู้อพยพลี้ภัยชาวปาเลสไตน์บริเวณฉนวนกาซาที่ต้องตื่นแต่เช้า
ทำงานหนักแสนสาหัสและกลับมานอนเพียงอึดใจก่อนจะต้องลุกขึ้นไปทำงาน
และสัญลักษณ์ของศาสดาาถูกเหยียดหยามอย่างหยาบคายและกล่าวหาว่าเป็น
หมู
คุณคงไม่รู้ว่าทหารอิสราเอลถ่มน้ำลายรดชายคนหนึ่งพร้อมกับรุมทุบตีอย่างหนักหน่วงและผู้นำของเราบางคนนั่งรถติดแอร์สะดวกสบาย
ความอัดอั้นทั้งหลายประการนี้ทำให้เราต้องระเบิดความรุนแรงออกมาอย่างไม่อาจหักห้าม
แล้วทีนี้คุณเข้าใจหรือไม่ว่าทำไมพวกเราต้องกลายเป็นระเบิดพลีชีพ
อาจารย์ ชัยวัฒน์ ยกข้อมูลชุดหนึ่งขึ้นมาชี้ให้เห็นว่า
มีผู้เห็นด้วยกับการทำระเบิดพลีชีพเพื่อปกป้องศาสนาอิสลามและเพิ่มจำนวนมากขึ้นในโลกอย่างน่าตกใจ
และผลของสงครามอิรักทำให้ประชาคมมุสลิมรับรู้ว่าพวกเขากำลังตกอยู่ภายใต้เงื้อมมือแห่งความอยุติธรรมของผู้ที่มีพลกำลังเหนือกว่า
ลักษณะเหล่านี้มีความเป็นไปได้ที่ว่าจะทำให้ขบวนการก่อการร้ายสากลเกิดความเข้มแข็งอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงและมีผู้สนับสนุนมากขึ้นจะเห็นได้ว่าเพียงสงครามสิ้นสุดลงไม่นานมีการลอบวางระเบิดหลายแห่งในโมร็อคโค
ซาอุดิอารเบียและเชชเนีย สงครามและการก่อการร้ายเป็นสิ่งเดียวกันอย่างชัดเจนแต่ต้องยอมรับว่าการก่อการร้ายมีทั้งในส่วนพฤติกรรม
โครงสร้างและวัฒนธรรมสังคมแม้จะสัมพันธ์กันแต่ก็ไม่ใช่สิ่งเดียวกันพราะต่างก็มีกระบวนการการทำงานของตัวเอง
สร้างความชอบธรรมว่าเป็นเรื่องธรรมดาและถูกต้องดีงามเพราะฉะนั้นกุญแจดอกสำคัญที่จะทำความเข้าใจความรุนแรงนั้นอยู่ที่การทำความเข้าใจถึงวิธีการสร้างความชอบธรรมในโครงสร้างสังคมที่ไม่เป็นธรรมให้คนบางกลุ่มตกเป็นเหยื่ออย่างไม่เข้าใจ
เช่น ถูกกระทำให้ยากจนหรือเหยียดผิวทำให้พวกเขาต้องหาทางออกด้วยความรุนแรงในที่สุด
อาจารย์ ชัยวัฒน์ ยังยกตัวอย่างกรณีเด็กชายอายุ11
ปี สังหารเด็กชายอายุ 4 ปี เพียงเพราะต้องการรถจักรยาน เด็กคนนี้มาจากครอบครัวที่ยากจน
มีพ่อพิการและอายุมากกว่าแม่มากทำให้เกิดความระแวงว่าแม่จะปันความรักให้กับชายคนอื่น
พ่อพิการจึงทุบตีแม่ทุกวัน เด็กชายซึมซับความรู้สึกเหล่านี้ไว้
วันหนึ่งเมื่อเหตุการณ์อำนวย คือ เห็นว่าสามารถแย่งจักรยานตรงหน้าได้
เจ้าของเป็นเด็กที่เล็กกว่า ป้องกันตัวเองไม่ได้จึงลงมือกระทำการ
เหตุผลสำคัญที่ถูกสร้างขึ้นก็คือว่า ผมอยากได้จักรยานแต่ต้นมันขี้เหนียว
ปรากฎการณ์เหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าเด็กเปลี่ยนจากเหยื่อของความรุนแรงมาเป็นฆาตกร
แต่หมายความว่า ขณะที่เด็กลงมือนั้นเด็กกำลังตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงด้วย
ความรุนแรงเปลี่ยนรูปร่างซับซ้อนขึ้นการทำความเข้าใจต้องอาศัยพลังแห่งความเมตตาเข้าเป็นส่วนชี้นำและต้องใช้ความเข้มแข็งเพื่อเผชิญหน้ากับปัญหาเหล่านี้มากขึ้นเป็นเงาทับทวี
เปรียบดั่งอาวุธมหาประลัยที่ได้รับการปลุกเสกให้มีฤทธิ์เดชจนนำไปใช้ฆ่าเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเป็นอาวุธซึ่งมีชีวิต
และสังคมโลกจะทำหน้าที่และเผชิญหน้ากับอาวุธชนิดนี้ได้อย่างไร
ความคับข้องของผู้คนที่ถูกผลักให้ไปอยู่ริมขอบสังคมผ่านระบบราชการของรัฐชาติและการสื่อสารที่ละเอียดซับซ้อนกล่อมเกลาผู้คนให้มุ่งมองว่าผู้อื่นไม่ใช่คน
อาจารย์ชัยวัฒน์ ทิ้งคำถามก่อนกล่าวสรุปในตอนท้ายว่า
ปี 2522 ท่านพุทธทาสภิกขุได้ตั้งศาสนปณิธานเอาไว้
3 ประการ คือ 1.จักทำความเข้าใจระหว่างศาสนาให้จงได้ 2.ให้ทุกคนทำความเข้าใจหัวใจแห่งศาสนาของตน
3.ให้ทุกคนถอนตัวออกมาเสียจากวัตถุนิยม ความลุ่มหลงในเนื้อหนัง
การเข้าไม่ถึงศาสนธรรมเพราะความลุ่มหลงวัตถุที่แปรเป็นกรงขังปัญญา
การจะทะลวงออกมาสู่สิ่งจริงแท้ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง ณ.ปัจจุบัน
จำต้องอาศัยข้อคิดท่านพุทธทาสร่วมกับข้อคิดทางวิชาการ บางทีการเผชิญหน้ากับความรุนแรงที่เกิดขึ้นในโลก
จำเป็นจะต้องอาศัยอาวุธที่สร้างชีวิตต่อสู้กับอาวุธที่เอาชีวิตที่มีนัยยะสำคัญ
2 ประการคือ 1. พยายามทำความเข้าใจความรุนแรงด้วยมุมมองเชิงวิภาคชี้ให้เห็นว่าสิ่งซึ่งไม่มีชีวิตนั้นลุกขึ้นมาเอาชีวิตได้อย่างไร
2. หาทางออกจากเมฆหมอกของความรุนแรงที่ทำให้มนุษย์รู้สึกไร้ทางออก
ด้วยการชี้ให้เห็นถึงความสวยงามของชีวิตและคุณค่าของคนสามัญไม่เลือกเขาเหล่าใคร
อาศัยปัญญาและความรักเผชิญหน้ากับความรุนแรงที่มีความชอบธรรมเป็นธงในการทำลายผู้คนให้กลายเป็นสิ่งชั่วร้ายและต้องแน่ใจว่า
ไม่มีใครจะหลุดลอดออกจากผลแห่งการเอาชีวิตผู้อื่นไปได้
ในทางศาสนา พระไพศาล วิสาโล ตัวแทนศาสนาพุทธ
กล่าวถึงเหตุแห่งความขัดแย้งอันเกิดจากวัฒนธรรมบริโภค และค่านิยมของใหม่ในการทำความดีของโลกยุคหลังสถานะการณ์สงครามอิรักว่า
ส่วนหนึ่งของสงครามเกิดจากวัฒนธรรมอเมริกันที่อาศัยช่องทางการสื่อสารกระตุ้นต่อมตัณหาและก่อความโลภ
สร้างความขัดแย้ง-เกลียดชัง เหยียดเชื้อชาติ-ผิวพรรณ ทำให้คนจำนวนหนึ่งที่ไม่เชื่อในวัฒนธรรมของอเมริกายืนหยัดต่อสู้
อีกส่วนเป็นเรื่องศาสนาซึ่งก่อปัญหาความขัดแย้งมาก และจะเห็นว่าวัฒนธรรมบริโภคทำให้ความเชื่อในเรื่องจิตวิญญาณและศาสนากลายเป็นสิ่งงมงาย
เหลวไหลแบ่งฝักฝ่าย ใช้พลกำลังความรุนแรงแก่ผู้ที่มุ่งทำลายความเชื่อและวัฒนธรรมของกลุ่มพวกตน
ท่านกล่าวย้ำว่า ผลของสงครามอิรักไม่ได้สะเทือนเฉพาะกลุ่มมุสลิมเท่านั้นแต่กลับก่อค่านิยมใหม่ของการทำความดีขึ้นเพราะต่อไปหากประเทศใหญ่
ๆ ต้องการทำอะไรในนามของความดีงามแล้วก็สามารถทำได้โดยไม่ต้องฟังกฎเกณฑ์กติกาใด
ๆ จากสังคมโลกและมาตรฐานอันนี้ก็ลุกลามเข้าสู่สังคมไทย ดูได้จากนโยบายปราบยาเสพติดและผู้มีอิทธิพล
การฆ่าแกงกันในสังคมไทยกำลังกลายเป็นเรื่องของความถูกต้องด้วยมีจุดหมายที่ดีงาม
ความเชื่ออย่างนี้น่ากลัวเมื่อศาสนาไม่สามารถบันดาลใจให้คนยอมตายเพื่อรักษาชีวิตคนอื่นจุดตรงนี้แสดงให้เห็นว่า
ขบวนการศาสนาไม่ได้เป็นกลุ่มที่เข้มแข็งเพียงพอที่จะก่อสันติภาพโลกใช่ไห
ขณะมีคนอีกกลุ่มเป็นจำนวนไม่น้อยทีเดียวที่ไม่ได้ยึดถือศาสนาตามรูปแบบแต่กลับพลีตนเพื่อรักษาชีวิตสัตว์หรือต้นไม้เอาไว้
เช่น กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหลากหลายกลุ่ม หรือกลุ่มกรีนพีซ
ที่ขึ้นไปอยู่บนต้นไม้เพื่อป้องกันไม้ให้บริษัทสัมปทานป่าไม้ตัดทำลายต้นไม้หรือกรณีนำเรือไปขวางเรือล่าปลาวาฬเพื่อปกป้องชีวิตปลาเอาไว้
อันนี้คือตัวอย่างว่า ศาสนาต้องเป็นแรงบันดาลใจให้คนปกป้องคนและคอยช่วยเหลือมวลชีวิต
แต่ปัจจุบันกลับเป็นเรื่องตรงกันข้าม ศาสนา ณ. วันนี้กลับเป็นส่วนบันดาลให้คนฆ่าคนและทำลายมวลชีวิต
ศาสนิกชนจักต้องตระหนักถึงปรัชญาและความไม่ยึดติดในศาสนาตน การเข้าหาแก่นจะทำให้เราหลุดออกจากยี่ห้อที่เรียกว่าอุปทานหรือมายาการแห่งอัตลักษณ์
และ ณ.เวลานั้น ศาสนาจะเปี่ยมไปด้วยความหมายของสันติธรรมไม่ใช่อาวุธอันชอบธรรมสำหรับมุ่งเอาชีวิตแก่ผู้คนที่ไม่เชื่ออย่างเรา
ทางด้าน คุณพ่อวิชัย โภคทวี ตัวแทนศาสนาคริสต์
ในนามคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อความยุติธรรมและสันติ กล่าวถึง ความรุนแรงที่แฝงตัวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ
เป็นระบบและลึกซึ้งอย่างยิ่ง การต่อสู้กับระบบความรุนแรงจึงเหลือเพียงทางออกเดียวนั่น
คือ พลังแห่งศาสนธรรมที่มีการผนึกกำลังกัน
การศึกษาศาสนาธรรมของตนอย่างถึงแก่นจะเป็นเกราะป้องกันทุนนิยมบริโภค
อันเป็นศาสนายุคใหม่ที่มีพระเจ้าเป็นเงินตรา มีศูนย์การค้าเป็นวิหาร
และมีโฆษณาเป็นพระผู้เผยแพร่และเป็นพระเจ้าที่ไร้น้ำใจอย่างยิ่ง
เพราะก่อความรุนแรงและสร้างความดีลวงขึ้นภายใต้ผลประโยชน์ การจะแยกแยะความดีลวงได้ต้องอาศัยการชี้นำของศาสนา
แต่ทว่าศาสนธรรมยังมีกำลังไม่เพียงพอที่จะชี้นำโลก ด้วยพลังอำนาจของอเมริกากับอาวุธ-เทคโนโลยีและอุดมการณ์วัตถุนิยมที่ครอบครองจิตใจบรรดามนุษย์ให้ลุ่มหลงไปกับความสะดวกสบายหรือแม้แต่ศาสนิกชนของเราก็ยังไม่สามารถเอาชนะความเห็นแก่ตัว
ยอมพลีตนเพื่อรับใช้ผู้อื่น นำความรัก ความเมตตาภายใต้อุดมการณ์ศาสนามามอบแก่เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
คุณพ่อวิชัย กล่าวสรุปในท้ายที่สุดว่า แท้จริงเป็นเรื่องไม่ยากโดยเริ่มที่ตัวเอง
ยืนหยัดตั้งมั่นในความยุติธรรมและพร้อมจะเผชิญหน้ากับทุกความเป็นไป
ณ.บัดนั้น แอ่งแห่งเสรีภาพและสันติภาพท่ามกลางสิทธิและศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ที่แท้จะบังเกิดขึ้นเฉกเดียวกับอาณาจักรแห่งพระผู้เป็นเจ้าที่เปิดกว้างสำหรับคนทุกคนแม้แต่คนบาป
ทีมงาน thaingo
รายงาน
|