คืนนี้ช่างเป็นคืนที่มืดมิดจริงๆ ไม่มีแสงจันทร์หรือแม้แต่ดวงดาวที่จะเปล่งแสงให้เห็น
ตรงหน้าผมในขณะนี้มีเพียงกองไฟ ที่ให้ทั้งแรงสว่างและความอบอุ่น
ในคืนที่หนาวเหน็บเช่นนี้ น่าแปลกที่คืนนี้มันมืดจริงๆ อาจเป็นเพราะฝนที่เพิ่งผ่านพ้นไป
เมฆที่มาบดบังแสงจากสิ่งที่ส่องแสงยามค่ำคืน อย่างเช่นทุกคืนที่ผ่านมา
เออ...ตอนนี้ไฟก็ดับ จึงทำให้ตอนนี้มีแสงสว่างเพียงแค่จากกองไฟและแสงเทียนเล่มนึง
ที่ผมใช้เป็นแสงสว่างในการเขียนหมายเหตุฯ นี้ น่าแปลกนะ..ที่กองไฟก็ไม่ได้ให้แสงสว่างเพียงพอในการเขียนหมายเหตุฯ
แต่แรงเทียนเพียงเล่มเดียวก็มีแสงเพียงพอ ทั้งๆ ที่ไฟจากเทียนก็ไม่ได้ให้ความอบอุ่นอะไรมากนัก
มันอาจจะเป็นแค่เพียงเทียนเล่มเดียว แต่ถ้าขาดมันไปเราก็ไม่สามารถทำอะไรได้หลายๆ
อย่าง และกองไฟ...ถึงแม้ว่ามันจะมีแรงสว่างมากกว่าเทียนหลายเท่า
แต่มันคงไม่สว่างพอที่จะทำให้ผมและใครหลายๆ คนได้มองเห็นอะไรได้ชัดขึ้น
จนผมต้องใช้เทียนเป็นแสงหลัก..
*หึๆๆ... เขียนอะไรไปไม่รู้ ชักจะเริ่มงงตัวเองแล้ว
ตอนมาก่อกองไฟตอนแรก อุตสาห์ไม่ใช้ตัวช่วย (น้ำมันก๊าด)
แล้วนะ ก็ใช้เทียนเป็นตัวเริ่ม แน่ะ..เทียนอีกแล้ว จนกองไฟติด
แต่ฝนก้อดันมาตกซะนี่ กองไฟก็เลยดับไฟ เพราะความร้อนจากกองไฟที่เพิ่งจุดติดนั้น
ยังไม่แข็งแรงพอที่จะต้านทานหยาดฝนที่หล่นลงมาจากฟากฟ้าได้
แต่ฝนนั้นมันก็ให้ความชุ่มฉ่ำแก่ชีวิต ทั้งกองไฟและหยาดฝนมันก็มีความสำคัญเหมือนๆ
กัน ขึ้นอยู่กับเราว่าต้องการอะไร
ว่าเรื่องกองไฟต่อ.... หลังจากฝนหยุดแล้ว ผมก็อยากจะมาพึ่งพาความอบอุ่นจากกองไฟ
ก็เลยต้องออกมาก่อกองไฟ ทำไงดีล่ะ ฝนก้อเพิ่งหยุด ฝืนก็คงเปียกหมดแล้ว
ทำไงดี....อ้อ.. น้ำมันก๊าดไง..ราดๆ ไปเดี๋ยวก็คงติด แต่จริงๆ
แล้วมันก็ไม่ง่ายอย่างที่คิดหรอก ก็ต้องอาศัยฝืนที่แห้งๆ
แต่ผมก็ใจร้อนพยายามใช้น้ำมันก๊าดเพื่อให้ไฟมันลุกไว้ก่อน
ส่วนว่ามันจะติดเนื้อไม้จริงๆ รึเปล่า ไม่รู้ ไม่สนใจ
ขอแค่ให้มันลุกเป็นไฟให้เห็นก็พอ มันคงเป็นแค่ไฟฉาบฉวย
ที่ให้ความร้อนแค่ชั่วครู่ แต่ช่วงเวลาแค่นั้นที่ได้เห็นเปลวไฟลุกขึ้นมา
ก็ช่วยให้ผมมีกำลังใจที่จะหาฝืนใส่เข้าไฟ เพื่อให้ไฟติดฝืนทุกท่อนและช่วยขับไล่ความชื้นให้กับฝืนที่เปียกฝนมา
และเมื่อความชื้นในตัวมันหมดไป มันก็จะกลายเป็นฝืนที่ลุกไหม้และทำให้กองไฟลุกโชนต่อไฟเรื่อยๆ
แต่ผมก็ไม่ค่อยชอบกองไฟที่ก่อขึ้นมาโดยใช้น้ำมันก๊าดอยู่ดี
มันเหมือนเป็นกองไฟที่ก่อขึ้นมาจากอะไรที่....อืม..มันยังไงดีล่ะ..เอาเป็นว่าผมก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน
ผมว่าการก่อกองไฟ น่าจะค่อยๆ สร้าง ค่อยๆ ดูแลมัน จากไฟที่ติดเศษไม้เพียงเศษเดียว
แล้วค่อยๆ เสริมสร้างพลังงานขึ้นมาแล้วก็ลุกลามไปยังเศษไม้ชิ้นอื่นๆ
เมื่อรวมกันก็ทำให้เกิดพลังความร้อนจนทำให้ฝืนกองใหญ่ๆ
ลุกไหม้ได้ หึๆ...เศษไม้ก็มีพลังเหมือนกันนะ ถ้าเอามารวมกัน
แต่ผมก็ใช้น้ำมันก๊าดเป็นตัวช่วย
เพราะคิดว่าเราคงก่อไฟไม่ติด ถ้าไม่มีมันในช่วงเวลาที่มีแต่ความชื้น
ไม่มีความมั่นใจ.... เอ..หรืออาจจะเป็นเพราะอยากให้กองไฟติดโดยที่ไม่เลือกวิธีว่าจะทำยังไง
ขอให้ไฟติดเป็นพอ ไม่รู้เหมือนกัน แต่กองไฟก็ติดแล้ว ไม่รู้ว่าฝืนอันแรกๆ
ที่ผมราดน้ำมันก๊าดลงไป มันจะยินยอมรึเปล่า ที่จะให้ไฟลุกบนมัน
แต่ตอนนี้ไฟก็ติดแล้วด้วยตัวของมันเอง.. ผมก็แค่หาฝืนใส่ลงไปให้กองไฟ
กองนี้ ลุกต่อไป ถ้าผมหาฝืนใส่ได้มาก กองไฟก็จะลุกโชน
แต่ถ้าฝืนน้อย มันก็อาจแค่เพียงรักษากองไฟไว้ไม่ให้ดับไปเท่านั้นเอง
นี่ก้อค่ำแล้ว...แม้ว่าผมจะไม่รู้ว่าเป็นเวลาเท่าไหร่
เห็นฟ้ายังคงมืดมิดเหมือนเดิม เทียนก็กำลังจะหมดแต่กองไฟก็ยังลุกต่อไป
ยังคงให้ความอบอุ่นแก่ผมที่อยู่ใกล้มัน เทียนใกล้ดับแล้วแต่ผมก็คงจุดมันใหม่ได้
ทุกคนมีเทียนสำหรับแต่ละคน แต่กองไฟก็ยังให้ความอบอุ่นแก่ทุกคน
ถ้าพร้อมที่จะเข้ามารับความอบอุ่นจากมัน... เทียนจะดับจริงๆ
แล้ว ก็คงต้องไปนอนดีกว่า ถึงแม้ว่าจะไม่ง่วงเท่าไหร่
ถ้าเทียนดับแล้วก็คงเขียนไม่ได้ (มองไม่เห็น) ตอนนี้ผมก็มีไฟฉายนะ
แต่ไม่อยากใช้ เพราะอะไรน่ะเหรอ.... ก็ไม่รู้เหมือนกัน
คำตอบก็คงแตกต่างกันไปแต่ละคน แต่สำหรับผมแสงที่มีความร้อนและความอบอุ่น
จับต้องได้ มันมีค่ามากกว่าแสงที่ส่องสว่างแต่ไม่ได้ให้ความอบอุ่นแก่สิ่งที่อยู่รอบข้างเลย
แม้ว่าแสงนั้นมันจะสว่างมากแค่ไหนก็ตาม
***** ก็แค่ความรู้สึกของคนคนนึงที่ยังไม่เข้าใจตัวเอง*****
คนที่ทำอะไรเพื่อตัวเองเพียงอย่างเดียว แม้ว่ามันจะไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร
ก็เป็นแค่สิ่งมีชีวิต สิ่งหนึ่ง ที่ทำอะไรเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด
แต่คนที่มีชีวิตเพื่อสังคม แม้จะเป็นเพียงแสงเพียงเล็กน้อย
แต่มันก็มีความอบอุ่น และมันก็คงภูมิใจที่ให้แสงสว่างและความอบอุ่นแก่คนอื่นได้
แม้ว่าตัวมันเองจะต้องลุกไหม้ไปก็ตาม บางคนคิดเรื่องอิ่มท้อง
แต่บางคนก็คิดเรื่องอิ่มใจ... ก็อุดมการณ์มันกินไม่ได้นี่น่า...
ต้อม
(จากบันทึกค่าย 16 จ. เชียงราย) |