ความตายของสายน้ำ……สำเนา ศรีสงคราม

ท่ามกลางกระแสการปราบผู้มีอิทธิพล สำเนา ศรีสงคราม ..เป็นอีกคนหนึ่งดีที่ต้องสังเวยชีวิตให้กับกลุ่มทุน และอิทธิพลมืด

หลายปีมาแล้วที่ชาวบ้านใน อ.น้ำพอง รวมตัวกันเพื่อเรียกร้องให้โรงงานฟินิกซ์ พัลพ์แอนด์ เปเปอร์ จำกัด หยุดปล่อยน้ำเสียลงสู่บึงโจดและแม่น้ำพอง ผลกระทบจากปัญหานี้เรื้อรังมายาวนานนับตั้งแต่ปี 2529 เป็นต้นมา ชาวบ้านไม่สามารถใช้น้ำเพื่อการอุปโภค บริโภคได้ ปลาตายมหาศาล และปลาบางชนิดถึงกับสูญพันธุ์ ในส่วนของชาวบ้านได้มีการจัดตั้งชมรมอนุรักษ์และฟื้นฟูลำน้ำพอง จ.ขอนแก่น ขึ้น เพื่อเฝ้าระวังติดตามการแก้ไขปัญหาน้ำพองเน่าเสีย และส่งเสริมเรื่องอาชีพทดแทน เนื่องจากน้ำเน่าเสียไม่สามารถทำนา จับปลาได้ดั้งเดิม


สำเนา ศรีสงคราม เป็นประธานชมรมอนุรักษ์และฟื้นฟูลำน้ำพอง จ.ขอนแก่น คนปัจจุบัน ที่มีบทบาทร่วมกับชาวบ้านที่ผลักดันเรื่อง ผลกระทบจากลำน้ำพองเน่าเสียจากโรงงานฟินิกซ์ พัลพ์แอนด์ เปเปอร์ จำกัด มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2536 พี่สำเนาเป็นอีกคนหนึ่งที่ต้องสังเวยชีวิตให้กับกลุ่มทุน และอิทธิพลมืด เมื่อมีคนร้ายทำทีเข้ามาสอบถามพูดคุยและอ้างตัวว่าสนใจงานพัฒนาเหมือนกัน พี่สำเนาถูกยิงด้วยปืนเข้าที่บริเวณท้ายทอย 1 นัด โดยมิทันได้โอบกอดสั่งลาลูกน้อยที่หันไปมองในชั่วขณะ กระสุนปืนคร่าชีวิตพี่สำเนาทันที เหตุเกิดบริเวณกระท่อมกลางนา ข้างบ้านพัก หมู่ 8 ต.โคกสูง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เวลาประมาณ 16.00 น.วันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา ผู้นำคนแล้วคนเล่าที่ต้องจบชีวิตลงเพียงเพราะ ..ต้องการเรียกร้องสิทธิของชุมชน ปกป้องทรัพยากรท้องถิ่น..

ขอให้พี่สำเนาเป็นคนสุดท้าย เราเชื่อว่าความตายไม่ใช่ทางออกของการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน …การแก้ปัญหาที่ใช้กระบวนการมีส่วนร่วม โปร่งใสต่างหากที่จะเป็นคำตอบ แม้น้ำพองจะเน่าแต่เราเชื่อว่าวิญญานแห่งสายน้ำนี้ไม่มีวันตาย จะต้องมีคนสืบทอดเจตนาบริสุทธิ์ในการฟื้นฟูลำน้ำพองนี้ต่อไป ในฐานะที่เคยรู้จักและร่วมงานกับพี่สำเนา ขอถือโอกาสนี้ร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปและขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของพี่สำเนามา ณ ที่นี้

"น้ำพองที่รินไหล …ขอไว้อาลัยให้คนกล้าแห่งสายน้ำ จงนำพาความยุติธรรมสถิตย์ชั่วนิรันดร์"


Project Green

ผลกระทบต่อนาข้าว

ท่อส่งน้ำเสีย

น้ำเสียในลำห้วย

น้ำเสีย


สถานการณ์ปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้าน จากกรณีโรงงานผลิตเยื่อกระดาษ ฟินิคซ พัลพ แอนด์ เพเพอร์ จำกัด (มหาชน)

ความเป็นมา

จากกรณีที่ทางบริษัท ฟินิคซ พัลพ แอนด์ เพเพอร์ จำกัด (มหาชน) ได้เปิดโรงงานผลิตเยื่อกระดาษในพื้นที่อำเภอน้ำพอง จ.ขอนแก่น ขึ้นตั้งแต่ปี 2524 เป็นต้นมา ซึ่งในขบวนการผลิตเยื่อกระดาษของโรงงานฟินิคซ ฯ จะมีปริมาณน้ำทิ้งในแต่ละวันจำนวนมาก แล้วจะมีการระบายน้ำทิ้งจากขบวนการผลิตดังกล่าวลงพื้นที่ห้วยโจด จนก่อให้เกิดปัญหาผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ในลำห้วยโจดและในลำน้ำพอง ทำให้ลำน้ำพองเน่าเสีย ต่อมาปี 2536 โรงงานฟินิคซฯ ได้ขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นโรงงานที่ 2 เพิ่ม และได้ทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ซึ่งหนึ่งในเงื่อนไขได้กำหนดให้ทางโรงงานฯจัดหาพื้นที่ทำโครงการ '' โปรเจคกรีน '' เพื่อใช้เป็นพื้นที่รองรับน้ำทิ้งของโรงงานฯ โดยไม่ให้มีการระบายน้ำลงพื้นที่ลำห้วยโจดอีกต่อไป และไม่ให้มีการไหลซึม ลงสู่พื้นที่อื่นๆนอกจากพื้นที่โครงการโปรเจคกรีน แต่ปัญหาเรื่องน้ำทิ้งไหลลงห้วยโจด และพื้นที่รอบๆบริเวณโครงการโปรเจคกรีนก็จะมีเป็นประจำ ส่งผลให้เกิดปัญหาผลกระทบต่อลำห้วยโจดจนไม่สามารถใช้เป็นที่ทำมาหากินได้อีกและประชาชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงได้รับความเดือดร้อน คือน้ำทิ้งจากโครงการโปรเจคกรีนมีการไหลลงพื้นที่ไร่นาของเกษตรกร ส่งผลให้ ข้าว อ้อย และพืชผลทางเกษตรเสียหาย จึงเกิดการเรียกร้องของกลุ่มเกษตรกรผู้หายขึ้น นับตั้งแต่ปี 2538 เป็นต้นมา และเกิดข้อพิพาทขึ้นระหว่างเกษตรกรกับทางโรงงานฯ ทุกปี แนวทางของหน่วยงานรัฐในการแก้ปัญหาที่ผ่านมาได้ทวีความรุนแรงต่างๆให้เกิดขึ้นทั้งในเรื่องผลกระทบต่อประชาชนและ ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมในลำห้วยโจดตลอดทั้งลำน้ำพอง

สถานการณ์ปัญหาปัจจุบัน

1. ปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรที่มีพื้นที่อยู่ใกล้พื้นที่โครงการโปรเจคกรีน เพราะมีน้ำจากโครงการโปรเจคกรีนไหลซึม ลงสู่พื้นที่ไร่นาทุกวัน ทำให้พืชผลทางการเกษตรเสียหายปริมาณผลผลิตตกต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด ดินเสื่อมคุณภาพ จึงมีการเรียกร้องค่าชดเชยจากทางโรงงานฯขึ้น โดยในครั้งนี้มีการเรียกร้องตั้งแต่ปี 2541 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน แต่ทางโรงงานฟินิคซ ฯ ยังไม่ยอมจ่ายค่าชดเชยให้กับเกษตรกรผู้ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด โดยล่าสุดทางกลุ่มผู้เดือดร้อนได้เสอนแนวทางการแก้ปัญหาเรื่องการเรียกรัองค่าชดเชยระหว่างกลุ่มผู้เดือดร้อนกับทางโรงงานฟีนิคซ ฯ โดยให้ทางโรงงานส่งเสริมสนับสนุนงบประมาณสำหรับกลุ่มชาวบ้านผู้เดือดร้อน ในการดำเนินโครงการส่งเสริมการเลี้ยงกระบือเพื่อฟื้นฟูดิน เพื่อเป็นการแก้ปัญหาข้อพิพาทที่เกิดขึ้น แต่ทางโรงงานฟินิคซฯ ยังไม่ยินยอม ล่าสุดได้มีการแต่งตั้ง คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง พืชผลการเกษตรได้รับความเสียหายจากโครงการโปรเจคกรีน

2. ปัญหาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม จากการที่มีการระบายน้ำทิ้งลงสู่ลำห้วยโจดโดยตรงในช่วงของการผลิตปีแรกๆ และในปัจจุบันน้ำจากโปรเจคกรีนมีการไหลซึมลงลำห้วยโจดทุกวันส่งผล ให้ระบบนิเวศน์ของลำห้วยโจดเปลี่ยนแปลงไป ปลาในลำห้วยไม่มี และน้ำในลำห้วยโจดไม่สามารถนำมาใช้ได้ และส่งผลกระทบต่อน้ำพองเน่าเสียไปด้วย ในเดือนมีนาคม 2544 ทางจังหวัดขอนแก่นจึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการไตรภาคีขึ้นเพื่อกำกับดูแลแก้ไขปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโรงงานฟินิคซฯ โดยได้มีการประชุมไปแล้วหลายครั้ง แต่ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากโรงงานฟินิคซฯได้ ทั้งที่คณะกรรมการได้รับทราบทั่วกันว่าโรงงานฟินิคซฯได้ทำให้เกิดปัญหาผลกระทบขึ้นจริง มีน้ำจากโปรเจคกรีนไหลลงพื้นที่ห้วยโจดจนทำให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ลำห้วยและลำน้ำพอง แต่ยังปล่อยให้โรงงานเปิดดำเนินการอยู่ต่อไป

3. ปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็นของโรงงานฟีนิคซฯ จากกระบวนการผลิตของโรงงานฟินิคซฯ ได้มีกลิ่นเหม็นสร้างความรบกวนให้กับชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงซึ่งปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็นทางโรงงาน ได้อ้างว่าไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพแต่ความจริงเป็นกลิ่นเหม็นที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยตรงและสร้างความรำคาญมาตลอด และสามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นกลิ่นที่มาจากโรงงานฟินิคซฯ ทุกวันตลอดเวลา

ข้อสังเกตเพื่อร่วมกันพิจารณาในการแก้ปัญหา

1. พิจารณาตามเงื่อนไข อีไอเอที่ทางโรงงานได้ทำไว้จะเห็นว่า ทางโรงงานฟินิคซฯ ผิดเงื่อนไขที่ห้ามมิให้มีการไหลซึม ของน้ำโปรเจคกรีนลงสู่ห้วยโจดและบริเวณพื้นที่รอบๆของเกษตรกรฉะนั้นโรงงานฟินิคซฯ ตัองหยุดการประกอบการตามเงื่อนไขใช่หรือไม่

2. พิจารณาในเรื่องสิทธิของประชาชน ถือว่าทางโรงงานฟินิคซฯ ได้ละเมิดสิทธิของประชาชนที่อยู่รอบๆโรงงานตามรัฐธรรมนูญ คือ เกษตรกรไม่ต้องการให้น้ำทิ้งของโรงงานไหลซึมลงพื้นที่ไร่นา และไม่ต้องการให้มีกลิ่นเหม็นสร้างความรำคาญโดยต้องการอากาศที่บริสุทธิ์แต่ทางโรงงานฟินิคซฯ ปล่อยให้มีน้ำไหลซึมลงสู่ที่เกษตรกรและลำห้วย ตลอดทั้งสร้างกลิ่นเหม็นทุกวัน

3. พิจารณาในเรื่องความเสียหายจากพืชผลทางการเกษตรที่จะเกิดจะเห็นว่า พืชผลทางการเกษตรของเกษตรกรได้รับความเสียหายจริง จากประสบการณ์ทำการเกษตรมาหลายชั่ว

อายุคนเห็นว่าปรากฎการณ์เช่นนิ้เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงที่มีการก่อตั้งโรงงานฟินิคซฯ นี้ขึ้นมาเท่านั้น

4. การพิจารณาพิสูจน์หลักฐานเรื่องการไหลซึมของน้ำโปรเจคกรีน ลงสู่ลำห้วยโจด และพื้นที่การเกษตรของชาวบ้านนั้น หน่วยงานรัฐได้เห็นและพิสูจน์แล้วว่ามีน้ำไหลซึมลงลำห้วยและที่นาจริง แต่ทางหน่วยงานของรัฐก็ไม่ได้พิจารณาให้ทางโรงงานมารับผิดชอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้นเลยแล้วจะให้เกษตรกรผู้เสียหายไปพึ่งใคร

ลำดับสถานการณ์การต่อสู้ขององค์กรชาวบ้านน้ำพอง

1. การก่อเกิดขององค์กรชาวบ้าน
จากเหตุการณ์น้ำพองเน่าเสียที่เกิดขึ้นในปี2535 ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านตลอดลุ่มน้ำ ชาวบ้านจึงได้ร่วมตัวกันออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาแก้ปัญหาในตอนนั้น ในขณะเดียวกันผลกระทบจากโรงงานอุตสาหกรรมที่มีต่อสิ่งแวดล้อมลำน้ำพองและคนในชุมชนบริเวณใกล้เคียงมีอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้ชาวบ้านได้รับความเดือนร้อน เช่น พืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย ผลผลิตทางการเกษตรลดน้อยลง ความอุดมสมบูรณ์ กุ้งหอยปูปลาน้อยลง ระบบนิเวศน์โดยร่วมเปลี่ยนแปลงไป ปี 2536 ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบเรื่องดังกล่าวจึงได้ร่วมตัวกันขึ้น เพื่อเรียกร้องสิทธิในการอนุรักษ์ พิทักษ์และฟื้นฟูลำน้ำพอง ร่วมทั้งเรียกร้องค่าชดเชยความเสียหายที่ผู้ก่อมลพิษได้ก่อความเสียหายต่อการเกษตร สุขภาพและสิ่งแวดล้อมในชุมชน โดยเรียกชื่อกลุ่มว่า คณะกรรมการชาวบ้านเพื่อพิทักษ์และฟื้นฟูลำน้ำพอง ต่อมาจึงตั้งเป็น "ชมรมชาวบ้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมลำน้ำพอง" ในปี 2538 ถึงปัจจุบัน โดยในครั้งแรกมีนายบัวผัน ชาบัวน้อย เป็นประธาน และต่อมาปี 2544 - 2546 นายสำเนา ศรีสงคราม เป็นประธานฯ โดยมีสำนักอยู่ที่ บ้านเลขที่ 12 ม.8 ต.โคกสูง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น

2. กิจกรรมและการดำเนินงานของชมรมฯ
- จัดประชุมสมาชิกและกรรมการเพื่อร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้สถานการณ์ปัญหาที่เกิดในชุมชนและวางแผนการทำงานร่วมกัน
- จัดศึกษา ดูงาน แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับกลุ่มองค์กรชาวบ้านอื่นๆ
- เป็นแหล่งต้อนรับศึกษาดูงานเรียนรู้จากที่อื่น ทั้งนักเรียน นักศึกษา และกลุ่มองค์กรที่สนใจ
- จัดรณรงค์ เผยแพร่ปัญหา สร้างจิตสำนึกกับคนในชุมชน โรงเรียนในพื้นที่ เช่น จัดบายศรี สู่ขัวญลำน้ำพอง ประกวดกิจกรรมวาดภาพเด็กนักเรียน
- จัดตั้งอาสาสมัครเฝ้าระวังลำน้ำพอง โดยมีผู้นำ ,เยาวชน ออกตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำ เฝ้าสังเกตุการปล่อยน้ำเสียของโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆและรายงานต่อหน่วยงานรัฐและผู้เกี่ยวข้องประจำทุกเดือน
- ส่งเสริมอาชีพกับสมาชิก เช่นการเย็บผ้า การลี้ยงวัว - ควาย
- ต่อสู้เรียกร้องสิทธิความเป็นธรรม และค่าชดเชยจากโรงงานอุตสหกรรมที่ปล่อยมลพิษลงสู่พื้นที่การเกษตรของสมาชิกได้รับความเสียหาย

3. เหตุการณ์และสถานการณ์การต่อสู้ของชมรมฯ
- เม.ย.36
ชาวบ้านในเขตลำน้ำพองและองค์กรพันธมิตร ในเรื่องน้ำพองเน่าเสียโดยเรียกร้องให้จังหวัดขอนแก่นเข้ามากำกับดูแลปัญหาเรื่องน้ำพอง ทำให้รัฐเพิ่มมาตรการให้ทางโรงงานฟินิคฯทำโครงการโปรเจคกรีน โดยกำหนดให้ทางบริษัทฟินิคซฯหาพื้นที่ 4000 ไร่ (ภายในปี 46) เพื่อใช้เป็นพื้นที่รองรับน้ำทิ้งจากการผลิต โดยไม่ให้มีการไหลซึ่มออกนอกพื้นที่โปรเจคกรีน และทางโรงงานฯก็เริ่มหากว้านซื้อที่ดินในเขตตำบลกุดน้ำใสและให้ชาวบ้านที่สนใจสมัครเข้าเป็นสมาชิก
- พ.ค.36 ชาวบ้านในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเรื่องน้ำพองเน่าเสียเข้าเรียกร้องต่อหน่วยงานรัฐ เรื่องโรงงานอุตสหกรรมปล่อยน้ำเสียลงลำน้ำพอง ส่งผลให้กรมโรงงานสั่งปิดโรงงานฟินิคซฯชั่วคราว
- 28 มิ.ย. 38 ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากโรงงานฟินิคซฯ ในนามชมรมชาวบ้านอนุรักษ์และฟื้นฟูลำน้ำพอง เข้าร้องต่อผู้จัดการฟินิคซฯว่ามีน้ำจากโครงการโปรเจคกรีนไหลงลงพื้นที่การเกษตรของชาวบ้านทำให้ กล้า ข้าวตาย ต้นไม้ธรรมชาติตาย น้ำอุปโภคบริโภคใช้ไม่ได้ และมีกลิ่นเหม็นควันพิษ
- 5 ก.ค. 38 มีเวทีเจรจาเรื่องความเสียหายที่ชาวบ้านได้รับผลกระทบจากโรงงานฟินิคซฯขึ้นที่วัดบ้านหนองบัวน้อย ผลการเจรจาทางฟินิคซฯยอมชดเชยค่าเสียที่เกิดขึ้น โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการ 3 ฝ่ายลงตรวจดูพื้นที่จริง
- 31 ก.ค.38 บริษัทจ่ายเงินให้ชาวบ้านรวมทั้ง 2,188,314 บาท
- ก.ย. 39 ชาวบ้านในนามชมรมชาวบ้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมลำน้ำพอง เข้าร้องเรียนต่อสิ่งแวดล้อมภาค 6 และหน่วยงานรัฐในจังหวัดว่ามีน้ำเสียจากบริษัทฟินิคซฯไหลลงสู่พื้นที่การเกษตรของชาวบ้านและลงสู่ห้วยโจด หน่วยงานรัฐแจ้งให้ทางบริษัทฯปรับปรุงและจ่ายค่าชดเชยให้กับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ
- 39 ฟินิคซฯ เปลี่ยนพื้นที่การทำโครงการโปรเจคกรีนจากโซนตำบลกุดน้ำใส มาเป็นโซนตำบลโคกสูงมากขึ้นเพราะรัฐและนักวิชาการเห็นว่าดินในเขตพื้นที่กุดน้ำใสไม่มีความเหมาะสม สำหรับโครงการโปรเจคกรีนและได้สร้างผลกระทบต่อการเกษตรของชาวบ้านที่อยู่รอบๆ ชาวบ้านที่เป็นสมาชิกไม่ขอเข้าร่วมโครงการต่อไป ฟินิคซฯจำเป็นต้องหาซื้อพื้นที่เป็น ของตนเองเพิ่มขึ้น
- มิ.ย.40 กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯได้แต่งตั้งคณะกรรมการความร่วมมือภาครัฐและเอกชนเพื่อการฟื้นฟูลำน้ำพอง โดยชมรมชาวบ้านฯเข้าเป็นกรรมการร่วมด้วย
- ส.ค.40 กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯได้มีการแต่งตั่งคณะทำงานป้องกันและแก้ปัญหามลพิษในลุ่มน้ำพอง ซึ่งมีชมรมชาวบ้านอนุรักษ์ลำน้ำพองเข้าร่วมเป็นกรรมการด้วยทำหน้าที่กำกับดูแล ตรวจสอบแก้ไขปัญหามลพิษในลำน้ำพอง
- ธ.ค.40 ชมรมชาวบ้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมลำน้ำพองเข้าแจ้งต่อทางจังหวัดขอนแแก่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าเกิดเหตุการณ์น้ำพองเน่าเสีย มีปลาธรรมชาติและปลาในกระชังตาย จังหวัดแต่งตั่งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ต่อมมาฟินิคซฯ ยอมจ่ายค่าเงินให้ทางเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในกระชัง
- ก.ค.41 ชมรมชาวบ้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเข้าร้องเรียนต่อทางจังหวัดว่าบริษัทฟินิคซฯปล่อยน้ำทิ้งลงสู่ห้วยโจด และพื้นที่การเกษตรของชาวบ้าน ทำให้กรมโรงงานสั่งปิดโรงงานฟินิคซฯ 180 วัน
- ก.พ.44 ชมรมชาวบ้านฯนำโดยนายสำเนา ศรีสงคราม ประธาน เข้าร้องเรียนต่อทางสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 6 เรื่องโรงงานฟินิคซฯ ปล่อยน้ำเสียลงสู่ห้วยโจด โดยมีหลักฐานภาพวิดีโอประกอบด้วย หน่วยงานรัฐในระดับจังหวัดลงตรวจสอบพื้นที่ และต่อมาทางอุตสาหกรรมจังหวัดคำสั่งให้ทางโรงงานฯปรับปรุงแก้ไข
- มี.ค. 44 จังหวัดขอนแก่นมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการไตรภาคีเพื่อแก้ไขปัญหาโรงงานฟินิคซฯ โดยมีนายสำเนา ศรีสงคราม เป็นคณะกรรมการชุดนี้ด้วย
- พ.ค.44 สมาชิกชมรมฯ กว่า 150 คนเดินทางเข้าร้องเรียนต่อกรมโรงงาน กระทรวงอุตสหกรรม เพื่อให้ทางโรงงานฟินิคซฯยกเลิกโครงการโปรเจคกรีนเนื่องจากจากได้ทำลายพืชผลทางการเกษตรและมีการปล่อยน้ำเสียลงสู่ห้วยโจด ทำลายสิ่งแวดล้อม ต่อมากรมโรงงานประสานให้ทางกรรมการไตรภาคีจังหวัดขอนแก่นประชุมพิจารณาเรื่องการชดเชยหลายครั้งแต่ไม่เป็นผล
- ส.ค.44 สมาชิกชมรมชาวบ้านอนุรักษ์ฯ 100 คนและชาวบ้านฟื้นฟูฯ 400 คน เดินทางเข้ากรุงเทพฯเพื่อร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อให้โรงงานฟินิคซฯหยุดโครงการโปรเจคกรีนและชดเชยค่าเสียหายที่ชาวบ้านได้รับ เนื่องมีน้ำจากโครงการไหลลงพื้นที่การเกษตรและห้วยโจด และมีกลิ่นเหม็นรบกวนชาวบ้านแล้วได้มีการตกลงร่วมในการแต่งตั้งกรรมการลงแก้ปัญหาขึ้นมีตัวแทนชาวบ้านและรัฐบาล
- ก.ย.44 รัฐบาลโดยรองนายกรัฐมนตรี นายปองพล อดิเรกสาร ได้ลงนามแต่งตั้งคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหากรณีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจากโรงงานฟินิคซฯ และได้มีการประชุมอนุกรรมการฯ และมีมติมอบหมายให้ทางจังหวัดขอนแก่นเป็นผู้ดำเนินการแก้ปัญหาต่อไป
- ต.ค.44 จังหวัดขอนแก่นแต่งตั้งคณะทำงาน ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีโรงงานฟินิคซฯ และทาางชาวบ้านได้มีการร่วมประชุมลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาแต่ยังไม่มีข้อสรุปใด ๆ ในการแก้ปัญหา
- พ.ค. 45 ชาวบ้านชมรมฯเข้าร้องเรียนทางจังหวัดให้เรียกประชุมอนุกรรมการฯ เพื่อให้มีการพิจารณาแก้ปัญหาตามข้อเรียกร้องของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ
- ก.ค. 45 มีการประชุมคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหากรณีราษฎรได้รับความเดือนร้อนจากโรงงานฟินิคซฯ ซึ่งที่ประชุมมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงดูข้อมูลอีกครั้งทำให้ไม่มีข้อสรุปในการแก้ปัญหาแต่อย่างได
- พ.ย. 45 จังหวัดขอนแก่นมีคำสั่งแต่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เรื่องพืชผลทางการเกษตรที่ได้รับความเสียหาย จากโครงการโปรเจคกรีน ของบริษัทฟินิคซ ฯ พร้อมทั้งได้ลงตรวจสอบดูข้อเท็จจริงในพื้นที่ของชาวบ้าน 103 ราย
- ม.ค. 46 ชาวบ้านจากชมรมฯที่ได้รับความเดือดร้อนเข้าร่วมประชุมคณะกรรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เรื่องพืชผลทางการเกษตรได้รับ ความเสียหาย เพื่อกำหนดแนวทางในการตรวจสอบต่อไป
- ก.พ. 46 คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องพืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหายจากโครงการโปรเจคกรีน ได้สรุปผลการตรวจสอบพบว่าเกษตรกรที่มีความเสี่ยงต่อผลกระทบจากโปรเจคกรีนมี 17 ราย และอีกที่เหลือยังไม่ชัดเจน พร้อมเสนอให้ทางฟินิคซ ช่วยเหลือกับเกษตรกรกลุ่มนี้
- ม.ย. 46 จังหวัดขอนแก่นแต่งตั้งคณะทำงานเก็บตัวอย่างวิเคราะห์ประเมินผลกระทบจากโครงการโปรเจคกรีน
- พ.ค. 46 กลุ่มชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบ 17 รายเข้าพบทางจังหวัดเพื่อขอคำตอบเรื่องการชดเชยผลกระทบจากฟินิคซฯ และทางจังหวัดประสานให้ทางผู้บริหารฟินิคซฯ ได้ให้คำตอบกับชาวบ้านจะชดเชยหรือไม่อย่างไรในวันที่ 27 พ.ค.46
- 25 พ.ค. 46 นายสำเนา ศรีสงคราม ประธานชมรมชาวบ้านฟื้นฟูอนุรักษ์ลำน้ำพองถูกยิงเสียชีวิต ก่อนหน้านี้สองสามวันคนร้ายได้เข้ามาพูดคุยที่บ้านนายสำเนา ศรีสงคราม



ร่วมบริจาคเพื่อสบทบทุนการศึกษาบุตรชายนายสำเนา ศรีสงคราม
ชื่อบัญชี :
นางมยุรี ศรีสงคราม เพื่อ ดช.อุเทน ศรีสงคราม
เลขที่บัญชี 434-1298666
ธนาคารกรุงไทย
สาขาอุบลรัตน์ ขอนแก่น


   สุวรรณี ดาบบัง เขียน / Thaingo รายงาน
5 มิถุนายน 2546
ข้อมูลเพิ่มเติม (เอื้อเฟื้อข้อมูลและรูปโดย กป.อพช อีสาน)