" ไทยเอ็นจีโอ ก้าวเล็กๆ ของสื่อประชาชนและคนทำงานพัฒนา"

ทีมงานไทยเอ็นจีโอ( www.thaingo.org) เดินมาสู่บทบาทของคนทำงานสื่อทางเลือกเล็กๆ เพื่อพี่น้องนักพัฒนาเอกชน ทุกระดับและทุกองค์กรและทุกเครือข่าย และยังก้าวมาสู่คนทำงานสื่อทางเลือกเล็กๆ ของประชาชนที่ไร้สิทธิ์เสียง ให้ได้สะท้อนข้อเท็จจริงที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ทีมงานไทยเอ็นจีโอ จึงได้นำจดหมายฉบับหนึ่งในหลายฉบับ ที่ขอความร่วมมือมาเปิดเผยให้สมาชิกข่าว ได้รับทราบว่าทีมงาน ไทยเอ็นจีโอ มีความมุ่งมั่นและตั้งใจจริงที่จะทำงานเปิดข้อมูลอีกด้านหนึ่งที่สังคมไทย มิเคยรับทราบ

ดังนั้นสมาชิกข่าวและผู้เข้าชมหรือใช้ประโยชน์จาก www.thaingo.org คือผู้ที่ได้ร่วมทำประโยชน์และร่วมช่วยเหลือ ร่วมรับรู้ถึงเรื่องราวของประชาชนผู้ไร้สิทธิเสียงในส่วนต่างๆ ของสังคม เนื่องจากการเข้าชม เข้าอ่าน เข้าค้นคว้าหาข้อมูลคือการเข้ามาร่วมสร้างสรรค์กระบอกเสียงให้ประชาชนและนักพัฒนามีสื่อทางเลือกเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งทางเลือก ดังนั้นทุกท่านคือผู้สร้างสรรค์ให้ทีมงานไทยเอ็นจีโอ ได้มีโอกาสทำงานสะท้อนข้อเท็จจริงอีกด้านของสังคมไทย และเป็นกำลังใจให้ ทีมงานไทยเอ็นจีโอ มุ่งมั่นสร้างสรรค์และก้าวต่อไป อย่างไม่หยุดยั้ง

ด้วยความนอบน้อมต่อทุกท่านครับ
ทีมงานไทยเอ็นจีโอ

 

อาศรมอานนท์
88 หมู่ 3 ตำบล ชากพง
อำเภอ แกลง จังหวัดระยอง 21190


วันที่ 3 กันยายน 2545

เรื่อง ชะตากรรมบึงสำนักใหญ่ จังหวัดระยอง

เรียน NGO องค์กรแห่งความหวังของประชาชน

เนื่องจากมหาวิทยาลัยเทคโนยีเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ขอให้พื้นที่สาธารณะประโยชน์บึงสำนักใหญ่ (หนองจำรุง) ซึ่งเป็นบึงสาธารณะ ขนาดใหญ่เนื้อที่ 3,871 ไร่เศษ ตั้งอยู่ตำบลชากพง อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เพื่อก่อสร้างวิทยาเขต ทั้งที่ บึงน้ำขนาดใหญ่ซึ่งเหลืออยู่เพียงแห่งเดียวของภาคตะวันออกนี้ มีลักษณะพิเศษเป็นป่าพรุน้ำกร่อย และป่าน้ำจืดที่ยังมีสภาพสมบูรณ์ เป็นพื้นที่ที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน เป็นแหล่งอาหาร การประมง เป็นวัตถุดิบนำมาประกอบอาชีพในอีกหลายๆ อาชีพ อาทิ สานเสื่อกก อันเป็นวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่น คุณจันทร์ธิรา ชากะสิก และกลุ่มเพื่อนในชุมชน ไม่เห็นด้วยกับโครงการดังกล่าว เพราะพื้นที่ที่ทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบังขอใช้นั้น ถูกใช้อย่างไม่เหมาะสม เนื่องจากถูกนำไปใช้ในการจัดตั้งวิทยาเขต อีกทั้งบึงสำนักใหญ่ ยังเป็นแหล่งน้ำที่สมบูรณ์ เป็นแหล่งวัฒนธรรม และแหล่งทำมาหากิน ของประชาชนส่วนใหญ่ ที่ยากจนในชุมชนรอบๆและชุมชนอื่นๆ ซึ่งถ้าจะสร้างวิทยาเขตในบึงจริง ๆ จะต้องทลายภูเขามาถมบึงน้ำ ยิ่งเป็นการทำลายแหล่งทรัพยากรเพิ่มขึ้นอีก และถือได้ว่านี่คือการทำลายทรัพยากรครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด การ กระทำครั้งนี้ของมหาวิทยาลัยดังกล่าว โดยหอการค้าจังหวัดระยองเป็นผู้ดำเนินการประสานงาน ไม่ฟังเสียงของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ไม่มีการประชาพิจารณ์ ไม่มีการบอกกล่าวแจ้งข้อมูลสาธารณะที่เป็นจริง และไม่มีการให้ข้อมูลการศึกษา ผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่อชุมชน เป็นการตัดสินใจโดยอำนาจ เพียงต้องการผลประโยชน์และชื่อเสียง ไม่ฟังเสียงคัดค้านของผู้ไม่เห็นด้วย (แล้วยังมีการขู่ฆ่าข้าพเจ้า-แกนนำนักอนุรักษ์ฯ) ซึ่งเป็นการตัดสินในที่ขัดต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม ขัดรัฐธรรมนูญที่คุ้มครองสิทธิชุมชน ขัดหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยโดยประชาชนในพื้นที่ไม่มีส่วนร่วม อันเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ

กลุ่มผู้ไม่เห็นด้วยในการให้มีการก่อสร้างวิทยาเขตในบึงน้ำขนาดใหญ่นี้ เห็นว่าเป็นการเลือกใช้พื้นที่ที่ไม่เหมาะสม ได้ทำเรื่องเสนอต่อผู้รับผิดชอบ/ ประธานวุฒิสภา/ ทำหนังสือร้องทุกข์ต่อรัฐสภา (ฯพณฯ ปองพล อดิเรกสาร) เสนอที่สาธารณะประโยชน์นิคมชะแวะ เนื้อที่ประมาณ 2,000 ไร่เพื่อจัดตั้งวิทยาเขต เพื่อเก็บรักษาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ไว้ แต่ทางหอการค้าจังหวัดระยอง โดย นายปรัชญา สะมะลาภา และมหาวิทยาลัยดังกล่าวยังยืนยันที่จะใช้พื้นที่ บึงน้ำขนาดใหญ่นี้สร้างวิทยาเขต มีการจัดตั้งกลุ่มชาวบ้านที่เห็นด้วยโดยเสนอผลประโยชน์ ให้เข้าเรียนโดยไม่ต้องสอบ ให้จัดสร้างหอพักนักศึกษา ให้เข้าไปค้าขาย ให้สร้างวินมอเตอร์ไซด์ ฯลฯ ซึ่งในความเป็นจริง เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก

คุณจันทร์ธิรา ชากะสิก เป็นผู้ที่ช่วยสังคมและชุมชนมาโดยตลอด จัดตั้งกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ จัดตั้งกลุ่มแม่บ้าน จัดตั้งกลุ่มเกษตรชีวภาพ จัดตั้งกลุ่มเสื่อกก ฯลฯ ปัจจุบัน คุณจันทร์ธิรา ชากะสิก เสียชีวิตแล้ว จากอุบัติเหตุ (เข้าช่วยเหลือชาวต่างชาติที่ประสบอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำ ขณะกำลังเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บนั้น เธอถูกรถยนต์อีกคันหนึ่งชนเสียชีวิต/ นับเป็นการสูญเสียทรัพยากรบุคคลที่มีค่าที่สุดของชุมชน) และเธอได้ร่วมกับเพื่อน ๆ เสนอทางออกที่เหมาะสมให้กับทางมหาวิทยาลัยแห่งนี้มาโดยตลอดแต่ก็ไม่เป็นผล เนื่องจากผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ในโครงการนี้เป็นนักการเมือง (ทุกระดับ)ข้าพเจ้าซึ่งเป็นประธานกลุ่มศิลาภูผาตะวัน จัดตั้งกลุ่มศิลปะเด็ก เพื่อสืบสานวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น เพื่อฟื้นฟูสังคมจิตใจชุมชน ได้ร่วมต่อสู้กับคุณจันทร์ธิรา มาโดยตลอด ปัจจุบันปัญหาขัดแย้งในชุมชนรุนแรงขึ้น เริ่มมีการข่มขู่ทำร้ายแล้ว ข้าพเจ้าเห็นว่าหากชาวบ้านที่ไม่เห็นด้วยกับการถมบึงน้ำขนาดใหญ่เพื่อสร้างเป็นวิทยาเขตนี้ ยังต่อสู้คัดค้านเสนอพื้นที่ที่เหมาะสมเพื่อจัดตั้ง (แต่ทางมหาวิทยาลัย ไม่ยอมรับ) อันตรายก็จะทวีความรุนแรงมากขึ้น ปัจจุบันประชาชนในชุมชนแตกแยกกันชัดเจนแล้ว ด้วยผลประโยชน์ที่ถูกหลอกล่อจึงใคร่ขอความช่วยเหลือมาทาง NGO อีกครั้ง และหากต้องการดูพื้นที่จริง รบกวนติดต่อเข้ามา จักเป็นพระคุณยิ่ง


อ่านรายละเอียนเกี่ยวกับบึงสำนักใหญ่ (หนองจำรุง) ได้ที่ >>> กระเทาะข้อเท็จจริง กรณีทำไมต้องถมบึงจำรุง ?

      

 

Thaingo รายงาน
6 กันยายน 2545