การส่งเสริมงานสวัสดิการชุมชนของมูลนิธิเพื่อการบริหารสังคม
|
by : รศ.ดร.ทัศนีย์ ลักขณาภิชนชัช IP : (124.120.180.148) - เมื่อ : 29/12/2008 11:44 AM |
การจัดสวัสดิการชุมชนของกรุงเทพมหานคร ยังคงเป็นปัญหาที่ชาวชุมชนต่างคน ต่างคิด ต่างทำ ด้วยจิตกุศลอยากช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ หรือเป็นการจัดกิจกรรมตามที่สำนักงานเขตกำหนดให้คณะกรรมการชุมชนดำเนินงาน เพราะทางราชการต้องปฏิบัติตามแนวนโยบายกระจายอำนาจของรัฐ พร้อมทั้งให้การสนับสนุนงบประมาณของสำนักงานเขตตามแผนงานโครงการมากบ้างน้อยบ้างขึ้นกับหลายปัจจัย
คณะกรรมการชุมชนต้องรับฟังคำสั่งหรือนโยบายของสำนักงานเขต ด้วยเหตุผลที่ผู้อำนวยการเขตเป็นผู้ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการชุมชนที่มาจากการเลือกตั้งของชาวชุมชน
การทำงานลักษณะนี้เข้าข่ายการทำงานแบบพึ่งพิงรัฐ เป็นที่คุ้นชินกันมานานระหว่างหน่วยงานภาครัฐและประชาชน
ปัจจุบัน
การทำงานกับชุมชนเปลี่ยนไป ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่กำหนดให้รัฐลดบทบาทเล็กลง
และส่งเสริมให้ประชาชนมีบทบาทมากขึ้น เปิดโอกาสให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นและร่วมตัดสินใจ
ในการทำกิจกรรมหรือบริการสังคมร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ในทางปฏิบัติกลับไม่เป็นผลสำเร็จ
ดังนั้นรัฐจึงได้ออกเป็นกฎหมายให้อำนาจตัดสินใจโดยตรงแก่ประชาชนในการเลือกจัดกิจกรรม
หรือบริการตามความต้องการของตนเองได้ และมีสิทธิขอรับเงินสนับสนุนในการจัดโครงการสวัสดิการชุมชน
ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. 2546 และแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2550
มีประเด็นที่สำคัญและเป็นประโยชน์แก่ชุมชนมากที่สุด คือ การสนับสนุนกลุ่มประชาชนที่เคยจัดกิจกรรมอยู่แล้วมานานเป็น
1 ปี มีสิทธิยื่นขอรับรองสถานภาพเป็น "องค์กรสวัสดิการชุมชน"
ตาม พ.ร.บ.นี้ โดยไม่ต้องเสียเงินทุนในการจัดตั้งองค์กรสวัสดิการชุมชนใดๆ เพื่อแสดงว่าองค์กรนั้นทำงานเป็นที่ยอมรับ
"แบบมืออาชีพ" ในการจัดสวัสดิการชุมชน ไม่ใช่ทำงานเพื่อความสุขของตนเอง
แต่ทำงานโดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นที่เดือดร้อนให้สามารถแก้ปัญหาตนเองได้และเรียนรู้วิธีแก้ปัญหาของตนเองในโอกาสต่อไป
หรือ "ช่วยเขาให้สามารถช่วยตนเองได้" (Self-
help) สามารถออกแบบ (Design) การจัดกิจกรรมทั้งในด้านการป้องกัน
แก้ไข พัฒนา หรือ การคุ้มครองสิทธิประชาชน อาจเป็นกิจกรรมหรือบริการด้านต่างๆที่สามารถอธิบายได้ว่าสิ่งนั้นจะทำให้คุณภาพชีวิตของผู้รับบริการหรือผู้มีส่วนร่วมกิจกรรมดีขึ้นในด้านใดด้านหนึ่ง
หรือหลายด้านรวมกัน เช่น บริการด้านการศึกษา สุขภาพอนามัย ที่อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อม
การมีงานทำและรายได้มั่นคง การพักผ่อนหย่อนใจ ความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สิน หรือบริการสังคมอื่นๆตามความจำเป็น
ปัญหาความซ้ำซ้อนในการทำงานกับชุมชนของหน่วยราชการที่ต้องปฏิบัติงานตามนโยบายรัฐบาล
ทำให้ชุมชนมีความสับสนเป็นอย่างมาก เพราะเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ได้ลงมาทำงานกับชุมชน
โดยใช้แนวคิดชุมชนเป็นฐานจัดกิจกรรม (Community based)
ตามโครงการที่ได้รับมอบหมายและจัดสรรเงินสนับสนุนมากบ้าง น้อยบ้าง ตามแผนงานโครงการ
ชุมชนจึงมีรายได้บ้าง เล็กๆน้อยๆในการทำหน้าที่ตามบทบาทเหล่านั้นตามความมุ่งหมายของโครงการ
เช่น อาสาสมัคร สาธารณสุข ผู้ช่วยนักวิจัย การเฝ้าระวังปัญหายาเสพติด การฝึกอาชีพ
การทำบัญชีครัวเรือน เป็นต้น หน่วยงานดังกล่าวมีทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการเช่น
สถาบันการศึกษา มูลนิธิต่างๆ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กองทุนแม่ของแผ่นดิน ปปส.
สสส. เป็นต้น ในการจัดการกับความสับสนในการทำงานกับชุมชน ควรทำความเข้าใจในเรื่อง
"การจัดสวัสดิการชุมชนเชิงบูรณาการ" (Integrated
Community Welfare Services) ที่มุ่งถึงการรวมตัวกันในการจัดกิจกรรมสู่การสร้างความสุขมวลรวมของชุมชน
กล่าวคือ
คำว่า "สวัสดิการชุมชนเชิงบูรณาการ" มาจากการผสมคำศัพท์ที่มีความหมายต่างๆ
ดังนี้
- สวัสดี : Well being : Welfare
- กิจการ : Activities
- ชุมชน : Community : area / function/ interest (พื้นที่ / หน้าที่ / ประเด็น)
- บูรณะ : Integrated
- อาการ : Action
ดังนั้น คำว่า "สวัสดิการชุมชนเชิงบูรณาการ" หมายถึง การรวมเข้าด้วยกันของกิจกรรมที่หลากหลาย
บนพื้นที่เดียวกัน ในการจัดกิจกรรม / โครงการบริการสวัสดิการชุมชนที่มีเอกภาพ ส่งให้ทั่วถึงกลุ่มเป้าหมายในชุมชน
โดยยึดมั่นอุดมการณ์ร่วมกันในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวชุมชนกระบวนการจัดสวัสดิการชุมชนเชิงบูรณาการ
จะช่วยพัฒนาคน ครอบครัว ชุมชนและสังคม ให้บรรลุผลสำเร็จได้เร็วขึ้น ตรงและทันต่อความต้องการของชุมชน
โดยวางแผนการใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

จากแผนภาพนี้ แสดงให้เห็นว่า "สวัสดิการชุมชนเชิงบูรณาการ" เป็นการจัดสวัสดิการสังคมแบบ
พหุลักษณ์ (Pluralism) ที่มีการประสานการทำงานร่วมกันของ
หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และภาควิชาการ บริการสวัสดิการชุมชนอาจอยู่ในรูปของเงิน
(Cash) สิ่งของ (Kind) หรือ บริการ (Service)
ที่จัดไว้ในโครงการสวัสดิการชุมชน ที่ส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาคุณภาพของคน
ทั้ง ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม ปัญญา แบบบูรณาการ โดยเชื่อมโยงกับการพัฒนาสังคมแบบองค์รวมทั้งในมิติของเศรษฐกิจ
สังคม วัฒนธรรม การเมืองการปกครอง เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม อย่างสมดุล มั่นคงและยั่งยืน
จุดมุ่งหมายของการจัดสวัสดิการชุมชน จึงมีดังนี้
- การทำคน ให้เป็นคนดี มีคุณภาพและความสุข
- ช่วยเขาให้เขาช่วยตนเองและพึ่งตนเองได้
- บอกเขาให้แบ่งปันและช่วยผู้อื่นบ้าง
- รับผิดชอบร่วมกันต่อความเดือดร้อนของชุมชน
- สร้างกิจกรรมหรือบริการสวัสดิการ อันจะเป็นหลักประกันความสุขของชาวชุมชน
ลักษณะสำคัญของการบูรณาการสวัสดิการชุมชน เป็นการผสมผสาน หรือรวมเข้าด้วยกันขององค์ประกอบต่างๆ
ดังต่อไปนี้
1. บูรณาการวัตถุประสงค์ - สร้างเป็นเครือข่าย
2. บูรณาการกิจกรรม - สร้างโครงการขนาดใหญ่เชื่อมโยงหลากหลายกิจกรรม
3. บูรณาการผู้ใช้บริการ - รวมกลุ่ม / จัดระบบข้อมูล
4. บูรณาการผู้ปฏิบัติ - สร้งกลไกการทำงานร่วมกัน
5. บูรณาการงบประมาณ - การจัดสรรงบประมาณร่วมกัน
6. บูรณาการพื้นที่ทำงาน - การวางแผนพัฒนางาน
กลไกสำคัญในการขับเคลื่อน งานสวัสดิการชุมชนเชิงบูรณาการคือ "แกนนำชุมชน"
เป็นผู้นำสังคมที่สำคัญ ทำหน้าที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง
(Change Leader) มีบทบาทการเป็นผู้นำความคิด อย่างมีเหตุมีผล มีพลังความรู้และอำนาจบารมีที่สร้างความเชื่อถือและศรัทธาของชาวชุมชนทำให้มีความเห็นคล้อยตามและนำไปปฏิบัติ
คุณสมบัติของผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Leader) ประกอบด้วย
C
= Creative : เป็นผู้มีความคิดริเริ่มในสิ่งดีงามที่เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม
H = Honesty : มีความซื่อสัตย์ จริงใจในการทำงานช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นทุกข์
A = Accountability : ทำงานด้วยความรับผิดชอบ โปร่งใส ตรวจสอบได้
N = Network : มีเครือข่ายกัลยาณมิตรที่มีอุดมการณ์ร่วมกันในทำงานเพื่อ ส่วนรวม
G = Generous : เป็นคนใจกว้าง ยอมรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างได้
E = Executive : เป็นนักบริหารมืออาชีพที่ทำงานได้สำเร็จตามวัตถุประสงค์
มูลนิธิเพื่อการบริหารสังคม ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารชุมชนหรือโครงการขององค์กรประชาชน
ความต้องการร่วมของชาวชุมชนที่จะดำเนินชีวิตให้มีความสุข ความเจริญก้าวหน้าที่ยั่งยืน
สามารถเรียนรู้วิธีการช่วยเหลือและพึ่งตนเองได้ อันเป็นหลักสำคัญในการพัฒนาตนเอง
และชุมชน
มูลนิธิเพื่อการบริหารสังคม มีจิตมุ่งมั่นในพันธกิจที่จะ "ติดอาวุธทางปัญญา"
และ "ปลดปล่อยความคิดให้เป็นอิสระ" ให้แก่ชาวชุมชนกรุงเทพมหานครได้รับรู้ในสิทธิประชาชนที่พึงมีพึงได้ตามกฎหมาย
และการเข้าถึงสิทธิประชาชน จึงนำความรู้เรื่องการจัดสวัสดิการชุมชนเชิงบูรณาการ
มาเผยแพร่ในรูปแบบของการจัดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการแก่แกนนำชุมชนกรุงเทพมหานคร
ให้ "เข้าถึง" บริบทของชุมชน ให้ "เข้าใจ" ตนเอง
ครอบครัวและชุมชน จนเกิดปัญญานำทางในการ "พัฒนา" ชุมชนอย่างดำรงศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์และพิทักษ์สิทธ์ของตนเอง
โดยใช้แนวทางการจัดสวัสดิการสังคมตามพระราชบัญญัติฯ ส่งเสริมและสนับสนุนให้องค์กรประชาชนมีความเป็นตัวตน
(Self identity) ได้การรับรองเป็น "องค์กรสวัสดิการชุมชน"
ที่ให้อิสระในการตัดสินใจเลือกเส้นทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามความต้องการของชุมชน
โดยจัดระบบระเบียบความคิดและการกระทำแสดงให้เห็นประจักษ์ในการเขียนโครงการสวัสดิการชุมชนนำเสนอเพื่อขอรับการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม
ตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.
2550 และดำเนินการเพื่อสร้างความสุขร่มเย็นของชาวกรุงเทพมหานครโดยทั่วหน้ากัน
รศ.ดร.ทัศนีย์ ลักขณาภิชนชัช
รองประธานมูลนิธิเพื่อการบริหารสังคม
เอกสารประกอบการบรรยายในโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติเรื่อง "การจัดสวัสดิการชุมชนเชิงบูรณาการแกนนำชุมชนกรุงเทพมหานคร" จัดโดย สภาศูนย์ประสานงานภาคเอกชนแห่งชาติ ร่วมกับ มูลนิธิเพื่อการบริหารสังคม
และ เครือข่ายสวัสดิการชุมชนกรุงเทพมหานคร.
ณ ภูโอบ - น้ำใส รีสอร์ท จังหวัดนครนายก.วันที่ 22-23 พฤศจิกายน 2551
|