กฟผ. กำลังหากินบนความไม่รู้ของคน (สัมภาษณ์ วนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์ ที่ปรึกษาสมัชชาคนจน ในงานประชุมถ่านหินโลก)
|
by : องอาจ เดชา IP : (124.120.148.20) - เมื่อ : 8/05/2007 08:19 PM |
ประชาไท : มองอย่างไรกับการจัดงานประชุมถ่านหินโลกครั้งนี้
วนิดา : มันก็แค่เป็นการเอาบริษัทธุรกิจที่เกี่ยวกับการค้าถ่านหินในระดับโลกมาสังสรรค์กันเฉยๆ
มาคุยกัน มาตกลงธุรกิจการค้าที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. เป็นเจ้าภาพ
ก็เพราะอยากพัฒนาตัวเองให้เป็นเจ้าพ่อพลังงานของอาเซียน แล้วก็คิดว่าจะทำธุรกิจที่เกี่ยวกับถ่านหิน
ทั้งๆ ที่ถ่านหินนั้นถูกต่อต้านจากทั่วโลก แต่ว่าเอเชียส่วนใหญ่คนยังไม่ค่อยรู้
ดังนั้นจึงมีการพยายามมาขายแถวนี้
ประชาไท : แล้วที่ผู้จัดงานบอกว่าถ่านหินคือพลังงานสะอาด?
วนิดา : เขาต้องการบิดเบือน เขาต้องการพานักวิจัย
ซึ่งเป็นนักวิจัยที่ถูกต้อง มาพูดว่าถ่านหินของเขานั้นสะอาดอย่างไร ถ้าเป็นเช่นนั้นคุณก็ต้องแก้ปัญหาที่แม่เมาะก่อน
นี่ก็จะไปเปิดเหมืองที่เวียงแหง ไปสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่โน่นที่นั่น เป็นการปูกระแสเพื่อจะสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินในเมืองไทย
และเทคโนโลยีที่ผลิตขึ้นมาใหม่ก็ผลิตแบบ 2 ทาง ใช้ก๊าซก็ได้ ใช้ถ่านหินก็ได้ ใช้เชื้อเพลิงอย่างอื่นก็ได้
แล้วเราจะไว้ใจได้อย่างไรว่า ถ้าปล่อยให้คุณสร้างโรงไฟฟ้าแล้ว เราจะเข้าไปตรวจสอบการใช้เชื้อเพลิงได้
ประชาไท : คุณคิดว่าการดำเนินงานโรงไฟฟ้าของ กฟผ. ไม่โปร่งใส?
วนิดา : ไม่โปร่งใส...เพราะว่าวิธีการทางด้านพลังงานของ
กฟผ. นั้นมันหมกเม็ดมาโดยตลอด ไม่เคยโปร่งใส และปัญหาเก่าๆ ก็ไม่เคยแก้ไข ไม่ว่าปัญหาเขื่อนปากมูล
ปัญหาเขื่อนสิรินธร ปัญหาแม่เมาะ นี่ล่าสุดมีมติ ครม. ที่จะย้ายอพยพหมู่บ้าน 4
หมู่บ้านในเขตพื้นที่ อ.แม่เมาะ ก็เพราะมีแผนจะผลิตพลังงานเพิ่ม จะขุดเหมืองถ่านหินเพิ่ม
ตอนแรกตกลงกันว่าจะขยายไม่กี่ไร่ มาตอนนี้จะขยายไปอีก 2 หมื่นไร่ แล้วชาวบ้านจะอยู่ยังไง
เพราะตอนนี้ คนแม่เมาะต้องตายไปไม่รู้เท่าไหร่แล้ว
ประชาไท : แต่ กฟผ. ก็ให้เหตุผลว่าเพราะพลังงานสำรองเหลือน้อย จำเป็นต้องขยาย?
วนิดา : มันมีพออยู่แล้ว พลังงานเชื้อเพลิงขณะนี้มีอยู่ประมาณ
8,000 - 9,000 เมกะวัตต์ แม้ตอนนี้ถ้าคุณปิดโรงไฟฟ้าแม่เมาะ 10 โรง ยังไม่กระเทือนต่อการใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศเลย
เพราะฉะนั้นถือว่า กฟผ. กำลังหากินบนความไม่รู้ของคน เพียงแต่ กฟผ. เที่ยวประกาศว่าพลังงานสำรองจะหมด
เชื้อเพลิงจะหมด แล้วก็สามารถที่จะไปสร้างโรงไฟฟ้าที่ไหนก็ได้ สร้างความหวาดกลัวให้กับผู้คน
และยังไม่มีองค์กรอิสระใดๆ เข้าไปตรวจสอบ กฟผ. ว่า แผนการพัฒนาพลังงานนั้นเป็นอย่างไร
ทั้งๆ ที่มีผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมมาก และที่สำคัญค่าใช้จ่ายของ กฟผ. ได้กลายเป็นหนี้ของประเทศชาติ
ตอนนี้ กฟผ. เป็นหนี้หลายแสนล้านบาท ซึ่งคนไทยทั้งหมดเป็นคนแบกรับภาระ ไม่ใช่ กฟผ.
เป็นคนแบกรับภาระ
ประชาไท
: รัฐบาลบอกว่าจะให้เอกชนเป็นคนสร้าง?
วนิดา : ก็เหมือนกันนั่นแหละ เพราะว่า กฟผ. เป็นผู้หนุนอยู่เบื้องหลัง
และทุกคนก็ต้องขายไฟให้แก่ กฟผ. เพราะ กฟผ. ไปทำสัญญากับเอกชนว่าผลิตขึ้นมาเถอะ
ฉันซื้อเอง แล้วสัญญาของ กฟผ. ระบุว่า เอกชนสร้างโรงไฟฟ้าขึ้นมา กฟผ. จะเป็นคนจ่ายให้
ในอนาคต แล้วใครเป็นผู้จ่ายอย่างแท้จริง ก็พวกเราผู้ใช้ไฟฟ้าทั้งหมดทั่วประเทศนั่นแหละที่จะต้องจ่าย
มีการเพิ่มค่าภาษีต่างๆ เพราะฉะนั้นตราบใดที่องค์กร กฟผ. ยังไม่มีความโปร่งใสกันอยู่
ไม่สามารถตรวจสอบโดยองค์กรอิสระได้ในเรื่องแผนพัฒนาพลังงานทั้งหมด ก็จะทำให้คนไม่ไว้ใจ
คุณจะไปทำไปสร้างที่ไหนย่อมถูกต่อต้าน เพราะคุณทำให้ประชาชนไม่ไว้ใจ
ประชาไท : ภาคประชาชนควรทำอย่างไรถึงจะสื่อให้ กฟผ. เข้าใจในเรื่องนี้
วนิดา : ก็ต้องกดดันสิ เพราะคุยกับเขาแล้วไม่ยอมรับฟัง
ขนาด นพ. พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช รมว. พลังงาน ยังมีรายชื่อมางานถ่านหินโลกมาได้ยังไง
นี่เป็นเรื่องธุรกิจการค้าขายถ่านหิน นี่ก็เท่ากับว่าคุณสนับสนุนหรือว่าเป็นเอเย่นต์
เป็นนายหน้าหรือไม่ รัฐมนตรีซึ่งมาจาก ส.ส. มาจากเสียงของพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นคนจ่ายภาษี
แล้วคุณจะมาเป็นเอเย่นต์ เป็นนายหน้าให้กับพวกพ่อค้าธุรกิจได้อย่างไร และพลังงานทางเลือก
คุณได้แต่พูดแต่ไม่ส่งเสริม ที่ผ่านมามีการมอบงบประมาณให้แก่ กฟผ. พัฒนาพลังงานทางเลือก
แท้จริงเพียงเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์เล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นเอง สัมภาษณ์ วนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์ ที่ปรึกษาสมัชชาคนจน
ในงานประชุมถ่านหินโลก
โดย องอาจ เดชา ศูนย์ข่าวภาคเหนือ, ประชาไท, 7 กรกฎาคม 2548
|