Home ข่าวเด่น ข่าวรายวัน English News รายงาน บทความ Sound & VDO Webboard ข้อมูลย้อนหลัง

นิธิ เอียวศรีวงศ์

by : มด
IP : (124.120.173.207) - เมื่อ : 8/09/2008 10:08 PM

การจากไปชั่วนิรันดร์ของ มด (วนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์) สร้างความวังเวงให้ผมอย่างประหลาด คนในวัยขนาดผม แม้จะเศร้าสะเทือนใจกับความตายของเพื่อนที่นับถือและศรัทธามากที่สุดคนหนึ่งสักแค่ไหน ลึกลงไปจริงๆ แล้วก็ยอมรับได้เป็นธรรมดา เพราะสำนึกได้ดีแล้วว่าความตายเป็นส่วนหนึ่งที่แยกออกจากชีวิตไม่ได้

แต่การจากไปของ มด คงเป็นอะไรมากกว่านั้น ไม่แต่เพียงบัดนี้ไม่มีเพื่อนที่สามารถให้คำปรึกษาที่น่าวางใจ และขอความช่วยเหลือได้เท่านั้น สำหรับผม การจากไปของมดเป็นเครื่องหมายบอกถึงการผ่านไปของยุคสมัยหนึ่ง

เช่นเดียวกับคนอื่นอีกมากในวัยเดียวกั บมด เธอกลายเป็นนักเคลื่อนไหวทางสังคมตั้งแต่ยังอยู่มัธยมปลาย และกลายเป็นส่วนหนึ่งของก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย คือ 14 ตุลา และเช่นเดียวกับนักศึกษาอีกมากในยุคนั้น มด ใช้เวลาที่คณะรัฐศาสตร์ มธ. ในฐานะนักเคลื่อนไหวในหมู่กรรมกร จนกระทั่ง 6 ตุลา บีบคั้นมดและคนหนุ่มสาวอีกมากให้ต้องหนีเข้าป่า

ผมไม่ทราบว่ามดศรัทธาพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยมากน้อยเพียงใด แต่ก็เหมือนหนุ่มสาวอีกมากที่ตัดสินใจกลับเข้าเมืองในต้นทศวรรษ 2520 เมื่อสังคมไทยเปิดโอกาสให้แก่พวกเขา ต่างพลิกผันชีวิตตนเองไปอย่างหลากหลาย ตามแต่ครรลองแห่งชีวิตของแต่ละคนจะนำไป

หลังจากทำงานประกอบอาชีพหลายอย่างอยู่ไม่นาน มดก็ตัดสินใจเดินตามครรลองที่เธอเชื่อมั่นตลอดมา นั่นก็คือต่อสู้เพื่อความยุติธรรมของคนเล็กๆ จะตรงหรือไม่ตรงกับอุดมการณ์คอมมิวนิสต์ก็ตาม แต่นี่คือพลังที่ผลักดันมดนับแต่นั้นมาจนวันที่เธอสิ้นลม เท่าที่ผมรู้จักมด ผมคิดว่าอุปนิสัยรักความเป็นธรรมอย่างกล้าหาญเช่นนี้ มีส่วนในการนำเธอไปสู่พรรคคอมมิวนิสต์มากกว่าอุดมการณ์อื่นใด

มด เข้าร่วมในการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาสิทธิเหนือทรัพยากรของชาวบ้านไว้ในมือของชาวบ้านต่อไป หรืออย่างน้อยชาวบ้านก็ต้องมีอำนาจต่อรองในการจัดการทรัพยากรซึ่งครั้งหนึ่งเป็นของเขามากขึ้น บนเส้นทางวิบากนี้มดต้องเผชิญกับคดีนับไม่ถ้วน ซึ่งรัฐวิสาหกิจ, หน่วยงานราชการ และนักการเมืองใช้อำนาจอิทธิพลของตนหมุนกระบวนการยุติธรรมให้เคลื่อนไปบดขยี้ หรือขัดขวาง การทำงานและชีวิตของมด ถูกข่มขู่คุกคามต่างๆ นานา และถูกประณามหยามเหยียดจากสื่อซึ่งรับใช้อำนาจอยุติธรรมหลายครั้ง

แต่ มด ก็ดำเนินงานของมดไปเรื่อยๆ อย่างสุขุมเยือกเย็นและอย่างอาจหาญ เพื่อความยุติธรรมอันเป็นสิ่งที่มดย้ำคุณค่าอยู่เสมอ รวมทั้งในปาฐกถาโกมล คีมทอง อันลือลั่นของเธอ

หลายคนเรียก มด ว่าเอ็นจีโอ แต่ผมไม่เคยนึกว่า มด เป็นเอ็นจีโอเลย อย่างน้อยไม่ใช่ในภาษาไทย เพราะมดไม่ได้มี "อาชีพ" เป็นเอ็นจีโอ ไม่มีโครงการสำหรับขอเงินองค์กรใดไม่ว่าไทยหรือเทศ แต่ มด เป็นอย่างที่เคยเป็นมาตั้งแต่มัธยมปลาย นั่นคือเป็นนักเคลื่อนไหวทางสังคม อันเป็นกิจกรรมที่ไม่ค่อยมีคนทำมากนักในเมืองไทยหลัง 6 ตุลาเป็นต้นมา และสักวันหนึ่งคงเป็นที่น่ารังเกียจแก่กลุ่มอำนาจยิ่งกว่าเอ็นจีโอเสียอีก

เพราะความอยุติธรรมในสังคมใดๆ ก็ตาม ดำรงอยู่ได้ก็ด้วยอำนาจอันฉ้อฉล นักเคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อความยุติธรรม จึงไม่หวั่นไหวที่จะต้องเผชิญหน้ากับอำนาจ ในขณะที่เอ็นจีโอมุ่งความสำเร็จตามโครงการที่ได้รับการอุดหนุน จึงมักจะเลี่ยงการเผชิญหน้ากับอำนาจ หรือซ้ำร้ายบางกรณีก็ไกล่เกลี่ยกับอำนาจนั้นเสียอีก

ตรงนี้แหละที่ทำให้ผมรู้สึกว่า มดเป็นตัวแทนของ "ยุคสมัย"

ยุคสมัยที่คนหนุ่มสาวกล้ามองไปถึงดวงดาว และทุ่มเทชีวิตของตัวเพื่อฝ่าฟันไปหยิบดวงดาวนั้นมาเป็นสมบัติของปวงชน ไม่ได้มุ่งหวังว่าจะได้ครอบครองไว้เองในนามของปวงชน ระแวดระวังกับการไกล่เกลี่ยกับสิ่งที่เป็นอุปสรรคหรือปฏิปักษ์ จึงไม่ยอมหลงทางกับความสำเร็จเฉพาะหน้าแทนเป้าหมายในระยะยาว แม้ต้องปรับเปลี่ยนยุทธวิธีไปตามความจำเป็นของสถานการณ์ แต่ไม่มีวันทิ้งยุทธศาสตร์หรือเป้าหมายหลักไปแต่อย่างใด

และยุทธศาสตร์หรือเป้าหมายหลักของมดคือความเป็นธรรมในสังคม ซึ่งขาดแคลนในสังคมไทยเป็นอย่างยิ่ง

ในยุคสมัยปัจจุบัน และในสังคมที่คอยแนะให้ไกล่เกลี่ยกับอำนาจทุกชนิด อย่างน้อยก็เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ครรลองชีวิตของมดอาจฟังดูไร้เดียงสา และไม่นำไปสู่ความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมอย่างใดที่ชัดเจน (ยกเว้นแต่ได้สัมผัสชาวบ้านซึ่งได้ลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องสิทธิตนเองแล้ว จึงจะพบว่าคนเหล่านั้นไม่สามารถกลับไปเป็นชาวบ้านจ๋องๆ ได้อีกตลอดไป)

คนรุ่นมดอีกมากที่แปรเปลี่ยนชีวิตจิตใจของตัวไปอยู่ฝ่ายอำนาจที่ไม่เป็นธรรมเต็มตัว อีกมากไม่ได้แปรเปลี่ยนชีวิตจิตใจถึงเพียงนั้น แต่ก็ยอมรับว่าอ่อนแอเกินกว่าจะทำอะไรได้มากไปกว่าเอาชีวิตและครอบครัวให้รอด อีกมากยังไขว่คว้าหาดวงดาวอยู่เหมือนเดิม แต่เพื่อครอบครองไว้เอง

อุดมคติกำลังกลับไปเหมือนสมัยที่ผมยังหนุ่ม คือกลายเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยที่ผู้คนคิดว่าเขาไม่อาจครอบครองได้

สิ้น มด ก็สิ้นยุคสมัยของการตามหาดวงดาวเพื่อคนอื่น ไม่ว่าของคนหนุ่มสาว, วัยกลางคน หรือคนมีอายุ แม้ว่าในความเป็นจริง ยังอาจมีคนอย่างมดหลงเหลืออยู่ในสังคมไทย แต่เขาไม่เป็นที่รู้จักเหมือนมด สิ้นมดจึงคล้ายกับว่ายุคสมัยนั้นได้ผ่านเลยไปแล้ว

ชีวิตหนึ่งที่เกิดมาเพื่อคนอื่นโดยตลอดจบสิ้นลงแล้ว จะเหลืออะไรไว้บนแผ่นดินนี้หรือไม่ ก็ไม่ใช่ภาระหน้าที่ของเธออีกต่อไป เพียงแต่ว่าแผ่นดินนี้จะเป็นอย่างไรต่อไปข้างหน้า ก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้คนจะสำนึกได้หรือไม่ว่า เมื่อมดจากไป พวกเราที่ยังเหลืออยู่ จะทำอย่างไรเพื่อให้สิ่งดีๆ ที่มดได้ทำไว้มีโอกาสขยายวงกว้างขึ้นและสถิตสถาพรตลอดไปบนแผ่นดินของเรา


มติชนรายวัน, 10 ธันวาคม 2550


สมัครสมาชิก เพื่อตั้งกระทู้ :
Click to Apply!
User: Password:

สนใจ ลงโฆษณา กับ ThaiNGO.org
ดูรายละเอียดที่นี่...
ThaiNGO Columnists
มุมมอง ของ..อุสตาซ (อับดุชชะกูร์ บินชาฟิอีย์)
ห้องส้วมความคิด (วรภัทร วีรพัฒนคุปต์)
ลูกลิง...แสนซน (วฤทธรัชต์ ถวัลย์วิวัฒนกุล)
มุมเล็กๆ (ZingarO - ธิดามนต์ พิมพาชัย)
6 Board
ประชาสัมพันธ์ งานกิจกรรม (Activities Board)
สมัครงาน หางาน (Jobs Board)
ร่วมปันน้ำใจ ให้สังคม (Charity Board)
ซื้อขาย แลกเปลี่ยน (Classifieds Board)
แหล่งทุน หาทุน (Grant Board)
กระดานสนทนา (ThaiNGO Webboard)






Thai Fund Foundation (TFF)
2044/23 New Phetburi Road, Bangkapi, Huaykwang, Bangkok 10310,Thailand
Tel: 66 (0) 2318 3959 , 66 (0) 2314 4112 , 66 (0) 2314 4113 Fax: 66 (0) 2718 1850
Website: www.TFF.or.th - E-mail: webmaster@thaingo.org