Development News and Information Sources

ทุกข์ ของชาวนาคือทุกข์ของแผ่นดิน คำกล่าวนี้อาจไม่ใช่อีกต่อไป วันนี้ทุกข์ของชาวนาตกเป็นเครื่องมือและตัวประกันของนักการเมืองทั้งสองฝ่าย การทวงเงินจำนำข้าวของชาวนาที่อยากได้เงินค่าข้าวของตัวเองถูกนักการเมือง และสังคมเชื่อมโยงสู่การเคลื่อนไหวทางการเมือง การรวมตัวเรียกร้อง ปิดถนน ถูกสังคมตราหน้าว่าเป็น “ชาวนาฝ่าย กปปส.” จนอีกฝ่ายบอกว่า “ชาวนาปลอม” จน ถึงทุกวันนี้ เงินค่าจำนำข้าวยังไม่มีคำตอบจากผู้เกี่ยวข้อง การเพิกเฉย ปัดความรับผิดชอบให้ฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองของนักการเมือง เช่น เพราะมีคนไปปิดกระทรวงการคลังชาวนาจึงไม่ได้เงินจำนำข้าว นี่คือคำพูดของรัฐมนตรีที่รับผิดชอบโครงการจำนำข้าวที่มีฉายา “โกหกสีขาว” ซึ่งมองไม่เห็นความผิดพลาดของนโยบายจำนำข้าวที่สังคมรับรู้ว่า “เครือข่ายโกงข้าวที่ใกล้ชิดกับรัฐบาล” ความหวังของชาวนาเลือนราง แต่ที่สุดถึงจะเป็นความหวังลมๆแล้งๆ ชาวนาก็มิยอมจำนนการเรียกร้อง, การผลิตรอบใหม่, การแบ่งปันเงินทุนภายในชุมชนพอประทังชีวิตคือวิถีชีวิตของชาวนาที่จะมีชีวิตและเงินเพื่อประทังชีวิต
การเริ่มต้นการผลิตรอบใหม่ การกู้ยืมเงินนอกระบบ การเริ่มต้นหาเมล็ดพันธุ์, ปุ๋ย, ยา, น้ำมัน จากเงินเชื่อเพราะคาดว่าจะได้เงินจำนำข้าว พร้อมกับการปรับเปลี่ยนระยะเวลาการทำนาให้เข้ากับระยะเวลาที่รัฐบาลเปิดจำนำ ธรรมดาจะเริ่มต้นการผลิตกลางเดือนธันวาคม และเกี่ยวข้าวเดือนเมษายน จากการให้ทันรอบจำนำปรับเปลี่ยนรอบการผลิตเป็นเดือนตุลาคมและคาดว่าจะได้ เกี่ยวก่อนสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งเป็นระยะเปิดรับจำนำข้าวรอบใหม่ ด้วยอากาศที่หนาวเย็นทำให้ข้าวที่ตั้งท้องไม่ออกรวง “ข้าวแท้ง” นี่คือทุกข์ที่สังคมเพิกเฉย ซ้ำร้ายร้านปุ๋ย, ยา, น้ำมัน เลิกสินเชื่อหลังจากได้ข้อมูลเงินจำนำรอบแรกยังไม่ออก
ความ หวังของชาวนา กับเงินจำนำข้าวไร้คำตอบจากรัฐบาล ข้าวที่ปลูกรอบสองโดยใช้เงินสินเชื่อมาประสบกับสภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิ อากาศ หนาวเย็นยาวนาน ข้าวไม่ออกรวง ข้าวบางส่วนที่เก็บเกี่ยวได้ไม่มีพ่อค้ารับซื้อ พ่อค้ากำลังรอซื้อข้าวราคาถูกในโกดังรัฐบาลทีจะระบายออก สินเชื่อที่ลงทุนกับปัจจัยการผลิตถูกคิดดอกเบี้ยทบต้น ซ้ำร้ายจะครบ 3 ปี การชะลอการส่งหนี้ ธกส. จากน้ำท่วม ธกส.แจ้งให้ชาวนาไปชำระหนี้ นี่แหละทุกข์ของชาวนาที่ตกเป็นเหยื่อของนักการเมืองและสังคม
วง คุยเล็กๆของชาวนา ตอนนี้ไม่มีเงินติดบ้าน ไม่มีเงินใช้หนี้ ธกส. ข้าวต้องซื้อกิน อาหาร ผัก กำลังจะเข้าฤดูแล้งที่หากินตามป่า ตามริมน้ำก็เป็นที่นายทุน เงินที่จะให้ลูกไปโรงเรียนพรุ่งนี้ยังไม่มี กองทุนในหมู่บ้านถูกใช้และกู้ยืมหมด นี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในชุมชนที่คนไม่ได้ใส่ใจ
การปรับตัวท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง เศรษฐกิจ สังคม การเมือง สภาพภูมิอากาศ ชาวนาภายในชุมชนได้เรียนรู้ “กองทุนการปรับตัว” บน ฐานคิดการช่วยเหลือกันภายในชุมชน การระดมทุนทั้งภายในและภายนอก เป็นการสะสมเงินร่วมกันของชุมชนจอมทอง อำเภอเมืองพิษณุโลก ที่มีการสะสมครอบครัวละ 10 บาทต่อเดือน รวมทั้งการสนับสนุนจากภายนอกในช่วงการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ ได้ลุกมานั่งทบทวนในขณะที่เกิดวิกฤติกับชาวนา การช่วยเหลือกันภายในชุมชน กองทุนที่มีเพียงน้อยนิดถูกแบ่งปันช่วยเหลือกันภายในชุมชน ค่าอาหาร ค่าลูกไปโรงเรียน ค่าซื้อเมล็ดพันธุ์ผักมาปลูก นี่คือการดิ้นรนของชุมชนที่ยังเหลือวัฒนธรรมชุมชนที่จะดูแลกันในขณะที่ลำบาก และยังมีการแลกเปลี่ยน ช่วงเดือนมีนาคมชาวนาจะลำบากที่สุด เงินขาดมือ อาหารจะขาดแคลน เงินจำนำรอบแรกไม่ได้ ข้าวไม่ได้เกี่ยว เราจะเริ่มต้นอย่างไรที่จะปรับตัวอยู่ได้ นี่คือคำถามที่คนในชุมชนตั้งคำถามให้ทุกคนร่วมกันคิดและเริ่มต้นตั้งแต่ วันนี้ พร้อมกับเราอย่าตกเป็น “เหยื่อ” ของนักการเมืองที่หาประโยชน์จากชาวนา
การ ซื้อเสียงโดยนโยบายประชานิยม เป็นบทเรียนที่จะทำให้บ้านเมืองลุกเป็นไฟจากการเมืองวงใหญ่ ส่งผลกระทบกับชาวนาผู้ยากไร้ ใครจะช่วยคลี่คลาย หรือเรื่องราวของชาวนาเป็นเพียงองค์ประกอบเล็กๆที่นักการเมืองหยิบฉวยใช้ ประโยชน์เพื่อแย่งชิงโอกาส อำนาจ ให้ตัวเองและพรรคพวกแสวงหาผลประโยชน์ จากการมีอำนาจทางการเมืองของนักการเมืองและพรรคการเมืองณ เวลานี้ความเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับชาวนาถูกเพิกเฉยและตกเป็นเหยื่อของนักการ เมือง
สาคร สงมา
Climate Watch Thailand
มูลนิธิคนเพียงไพร