Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

ศาลจังหวัดสุรินทร์ไต่สวนคำร้อง (ชันสูตรพลิกศพ) คดี สิบโทกิตติกร สุธีรพันธ์

ศาลจังหวัดสุรินทร์ไต่สวนคำร้อง (ชันสูตรพลิกศพ) คดี สิบโทกิตติกร สุธีรพันธ์

27 April 2016

1537

  ซึ่งถูกทำร้ายถึงตายระหว่างถูกควบคุมตัวในเรือนจำค่ายวีรวัฒน์โยธิน   เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2559 เวลา 09.00 น. ศาลจังหวัดสุรินทร์ได้ออกนั่งพิจารณาเป็นครั้งแรก ตามที่อัยการจังหวัดสุรินทร์ได้ยื่นคำร้องขอไต่สวนการเสียชีวิตของสิบโทกิตติกร สุธีรพันธ์  อายุ  25 ปี ทหารสังกัด กรมทหารที่ 23 กองพันทหารราบที่ 3 ค่ายวีรวัฒน์โยธิน มณฑลทหารบกที่ 25 ผู้ต้องหาในคดีช่วยนักโทษอื่นให้พ้นจากการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่  และเสียชีวิตลงโดยผิดธรรมชาติ (ถูกทำร้ายถึงตาย) ในระหว่างถูกควบคุมตัวอยู่ที่ เรือนจำมณฑลทหารบก 25 ค่ายวีรวัฒน์โยธิน เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559  โดยนางบุญเรือง สุธีรพันธ์ มารดาของสิบโทกิตติกร ได้แต่งตั้งทนายความจากมูลนิธิผสานวัฒนธรรม  ให้ยื่นคำร้องขอต่อศาลเพื่อเข้ามาซักถามพยานที่อัยการนำมาสืบ และศาลอนุญาต พนักงานอัยการได้ระบุพยานไว้ 5 ปากแต่นำเข้าสืบได้เพียงสามปากคือ
  1. นายแพทย์นฤพล กิตติคุณากร นายแพทย์ประจำโรงพยาบาลสุรินทร์ผู้ร่วมชันสูตรพลิกศพผู้ตายในเรือนจำร่วมกับพนักงานสอบสวนและพนักงานฝ่ายปกครอง และเป็นนายแพทย์ที่ทำได้ผ่าพิสูจน์ศพผู้ตายในคดีนี้ด้วย  โดยได้เบิกความถึงสภาพร่างกายของผู้ตายในครั้งแรกที่พบที่เรือนจำในค่ายวีรวัฒน์โยธินว่าพบว่ามีเครื่องพันธนาการที่ข้อเท้า    การเสียชีวิตนั้นเกิดจากการถูกทำร้ายร่างกายโดยใช้ของแข็งไม่มีคมลักษณะเป็นท่อนยาว พื้นรองเท้า วัสดุแข็งไม่มีคม พื้นหยาบ  เสียชีวิตจากอาการบาดเจ็บรุนแรงที่ศีรษะร่วมกับกระเพาะอาหารแตกเนื่องจากถูกทำร้ายร่างกาย
  2. นางบุญเรือง สุธีรพันธ์  มารดาของผู้ตายเบิกความถึงความพยายามในการที่จะประกันตัวผู้ตายออกมาระหว่าง ต่อสู้คดีแต่ไม่สามารถทำได้ และระหว่างที่ถูกควบคุมตัวอยู่เรือนจำนั้นก็ได้พยานยามไปเยี่ยมหลายครั้งแต่ ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยมโดยเจ้าหน้าที่เรือนจำอ้างมีระเบียบของทาง ราชการที่ไม่ให้เข้าเยี่ยม   ทำให้ไม่สามารถติดต่อสื่อสารกับผู้ตายได้        แม้มีการส่งจดหมายถึงผู้ตายในช่วงที่ขอเยี่ยมจดหมายก็ไม่ได้ถูกส่ง ต่อไปถึงผู้ตาย ทำให้ไม่ทราบถึงสภาพการควบคุมตัวจนกระทั่งผู้ตายได้เสียชีวิตในเรือนจำ
  3. พันตำรวจโทรัชพล เกลี้ยงอุทธา  พนักงานสอบสวนที่ได้เข้าร่วมชันสูตรพลิกศพผู้ตายในเรือนจำร่วมกับนายแพทย์และพนักงานฝ่ายปกครอง      และเป็นพนักงานสอบสวนเจ้าของสำนวนคดีอาญาที่ดำเนินกับผู้ถูกล่าวหาว่าได้ทำร้ายผู้ตายในคดีนี้ด้วย พนักงานสอบสวนเบิกความถึงสภาพศพผู้ตายในครั้งแรกที่พบที่เรือนจำในค่าย และได้สอบสวนพยานที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์หลายปาก รวมทั้งการตั้งข้อหาทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายกับผู้ต้องหา 4 คน ตามที่ทางฝ่ายทหารได้สรุปความเห็นจากการสอบข้อเท็จจริงภายในมาให้
ทั้งนี้ยังมีพยานอีกสองปากที่ไม่สามารถนำตัวมาศาลได้เพราะเป็นพยานที่ถูกจำคุกอยู่ในเรือนค่ายวีรวัฒน์โยธิน ซึ่งเป็นพยานสำคัญเพราะได้รู้เห็นถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  และอัยการยังติดใจที่จะสืบพยานปากนี้อยู่เพื่อให้เห็นพฤติการณ์ที่ทำให้ผู้ตายตายและทราบว่าใครเป็นผู้ทำให้ตาย จึงได้ขออนุญาตศาลเลื่อนคดีไปอีกหนึ่งนัด ประกอบกับทนายความของมารดาผู้ตายได้ยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมและเรียกพยานฝ่ายทหารมาอีก 3 ปากจึงไม่สามารถพิจารณาคดีให้เสร็จภายในวันเดียวได้  ศาลพิจาณาแล้วให้เลื่อนการไต่สวนไปอีกครั้งหนึ่ง กำหนดนัดไต่สวนครั้งต่อไป  วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 เวลา 09.00 นาฬิกา ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ ทนายความ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม  นายสมชาย หอมลออ 081-8377350 /นายปรีดา นาคผิว   089-62222474 / นางณัฐาศิริ เบิร์กแมน  085-1208077 และ นางสาวจันทร์จิรา จันทร์แผ้ว 083-9072032 ทนายความอิสระ