There are 2 websites that ThaiNGO team support are thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บที่ดูแลโดยทีมงานไทยเอ็นจีโอมี 2 เว็บเท่านั้นคือ thaingo.org และ thaingo.in.th

เมื่อประชาชน คว่ำบาตร ปตท.!!

ขอบคุณภาพจาก สามทหารสู่ปตท. :http://samtahantoptt.blogspot.com/

 

เมื่อประชาชน คว่ำบาตร ปตท.!!

มีทั้งกระแสความภาคภูมิใจกับปฏิบัติการเล็กๆ ที่ปรากฏในกระแสโซเชี่ยล กับกระแสหัวราะเย้ยหยันกับความไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ ปตท.องค์กรที่กุมขุมทรัพย์ด้านพลังงานของประเทศนี้ ซึ่งก็มองได้หลายแง่หลายมุมต่อรากฏการณ์นี้ ส่วนตัวถ้ามองว่า นี่เป็นเรื่องการเมืองโดยไม่ยึดติดที่การเมืองกระแสหลัก หมายถึง ผลที่ก่อความสั่นสะเทือนต่อ ปตท.จริงๆ แต่สนใจการเมืองภาคประชาชนในการเคลื่อนไหว รวดเร็วและทั่วถ้วนทุกระดับ จุดนี้น่าสนใจ น่าติดตาม จากโลกโซเชี่ยลกับการปฏิบัติการจริงๆ ซึ่งนับวันยิ่งมีพลังมากขึ้น จน “อำนาจรัฐบาล” ไม่อาจละเลยเพิกเฉยได้

การเมืองภาคประชาชนในโลกโซเชี่ยลได้โยกย้ายตำแหน่งแห่งที่ทางความคิด ก่อตัวขึ้นและมุ่งผลสำเร็จทางนโยบายเป็นอีกภาพหนึ่งของสังคมประชาธิปไตย จากความรู้สึกร่วมและลุกฮือ และหลายๆครั้ง ที่เฝ้าจับตามองพบว่า ในปัจจุบันประเด็นสำคัญที่สังคมสนใจ สามารถกลบภาพความขัดแย้งได้ ทั้งเรื่องเสื้อสี เรื่องชนชั้น

ลองพินิจพิเคราะห์ทบทวนดู ขบวนการเคลื่อนไหวลักษณะอย่างนี้ ตั้งแต่กรณีกินเสือดำ มาจนถึง กรณี ปตท. ที่เราต่างรับรู้เราจะเห็นภาพประชาชนคนไทยมีความนึกคิดเดียวกันได้ และร่วมมือปฏิบัติการแสดงความคิด จุดยืน สถานการณ์นั้นๆ จากเชิงปริมาณ เริ่มพัฒนามาสู่เชิงคุณภาพมากขึ้น การถกเถียงติดตาม แชร์ และนำเสนอข้อมูล ซึ่งมีผล (ไม่มากก็น้อย) ต่อท่าทีรัฐบาล และต่อนโยบายการเมืองหรือต่อองค์การที่รัฐกำกับดูแล

ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ความจริง ว่า ปตท. นั้น กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ผลประโยชน์เข้ารัฐส่วนมาก แต่ก็มิอาจปฏิเสธได้ ว่ามีกลุ่มทุนกลุ่มหนึ่ง ผูกขาดถือหุ้น ในสัดส่วนให้แบ่งปันให้ประชาชนถือหุ้นได้ ซึ่งก็คนละเรื่องกับการรับรู้ของประชาชนที่เชื่อว่า ปตท. ก็มีท่าทีความเป็นองค์กรเพื่อตนเอง มากกว่าเพื่อประโยชน์ของประชาชน ดังนั้น การปฏิบัติการ “งดเติมน้ำมัน ปตท.” จึงปฏิบัติการภายใต้ความรู้สึกว่าได้ตอบโต้ ปตท. ที่ไม่ได้ แสดงออกซึ่งการเป็นองค์กรเพื่อประชาชน “เป็นความรู้สึกประชาชนล้วนๆ” เหตุการณ์นี้ อาจจะไม่ได้ผลในการกำหนดนโยบายหรือเปลี่ยนแปลง ทิศทาง ปตท. โดยตรง แต่เหตุการณ์นี้ สะเทือนสะท้อนให้รับรู้ว่า ประชาชนพร้อมจะทำทุกทางเพื่อสู้ กับความรู้สึกว่า “ ไม่เป็นธรรม” นี่คือการเมืองภาคประชาชน ในทศวรรษนี้ และเป็นภาคหนึ่งของประชาธิปไตยออนไลน์

ยิ่งรัฐปิดกั้น การมีส่วนร่วม การไม่รับฟังเสียงประชาชนมากเท่าไหร่ก็ยิ่งปลุกพลังให้ประชาชนหันไปฟังกระแส ไปร่วมกระแสในโลกโซเชี่ยลมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้น สิ่งที่น่าติดตามจับตามอง อาจจะไม่ใช่เรื่องพลังงาน เรื่องราคาน้ำมัน เพียงเท่านั้น แต่อาจจะหมายถึงการอยู่รอดของรัฐบาล และ คสช.อีกด้วย กลับกัน “ราคาน้ำมัน” อาจจะเป็นเหตุผลเปลือกนอกแต่แก่นแท้ความรู้สึกจริงๆ คือการได้ระบายออกของความอึดอั้ด อึดอัด ของประชาชนที่ดำรงฐานะเป็นแค่ผู้ชม ทางการเมืองมายาวนานถึง 4 ปี ผจญกับภาวะระบบเศรษฐกิจตกต่ำ อย่างไร้เหตุผลจากผู้บริหารประเทศ

อีกทั้ง เมื่อรวมกับปัญหา การละเมิดสิทธิ์ เสรีภาพ การละเลยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารประเทศ รวมถึงปัญหาคอรัปชั่นและกระบวนยุติธรรม แบบสองมาตรฐาน นี่แหละ คือ เชื้อเพลิงที่สร้างความอันตรายต่ออำนาจรัฐบาล เศรษฐกิจตกต่ำ ค่าครองชีพก็สูง ผลผลิตราคาตกต่ำ นั่นก็มากพอแล้ว ยังมาเหลือกับการซ้ำเติมด้วย ราคาน้ำมัน และมาตรการทางภาษีเพิ่มอีก ก็ไม่แปลกที่ประชาชนคนไทยใกล้ทะลักจุดเดือด

 

เรื่องราคาน้ำมัน จึงเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ท้าทายการอยู่รอดของรัฐบาลมาทุกยุคทุกสมัย แต่ถ้ารัฐบาลและคสช. มั่นใจว่าเอาจะเอาประชาชนอยู่ ก็ท้าทายกันมาได้เลย และถ้าคาดคิดว่าจะลงเลือกตั้งสมัยหน้า เดาผลลัพธ์ได้เลยว่า ไม่ผ่าน เพราะประชาชนคนไทยปัจจุบัน ไม่ได้โง่...!!!